SIGNATURE

สัมภาษณ์สุดเอ็กคลูซีฟโปรเจ็กต์พิเศษ​ Fendi x Joshua Vides ที่มาพร้อมความสดใสกว่าเดิม

ฉีกรูปแบบการดีไซน์ของ Fendi ให้สดใสขึ้น

21 MAY 2020
Senior Fashion Writer

KHANAKON PHETTRAKUL

หากคุณยังไม่เคยได้ยินชื่อของ Joshua Vides เราแนะนำให้คุณค้นหาชื่อนี้ในอินสตาแกรม @JoshuaVides แล้วคุณจะร้องอุทานในใจว่า “อ๋อ! เขาคือคนที่ทำงานนี่นะเหรอ!” เพราะผลงานอาร์ตเวิร์ก 2 มิติสีขาว-ดำดูคล้ายลายเส้นในการ์ตูนถูกแชร์ต่อและพูดถึงในโลกโซเชียลอยู่เสมอ ด้วยความโดดเด่นเช่นนี้นี่เองทำให้เขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ตั้งแต่รองเท้า Converse ไปจนถึงรถยนต์ Mercedes-Benz และการร่วมงานครั้งที่ 2 กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำอย่าง Fendi ในแคปซูลคอลเล็กชั่น ‘California Sky’ ที่มาพร้อมบทสัมภาษณ์ซึ่งจะทำให้เรารู้จักเขามากขึ้น

Joshua Vides

Photo: www.instagram.com/joshuavides/

โจชัวศิลปินชาวกัวเตมาลา-อเมริกันวัย 30 ปี เป็นชาวกัวเตมาลาเจเนอเรชั่นแรกที่เกิดและโตในเมืองริอัลโตทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผลงานศิลปะเชิงแนวคิดของเขาโดดเด่นด้วยกราฟิก 2 มิติสีขาว-ดำในรูปแบบศิลปะป๊อปอาร์ต โจชัวให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับแอล ประเทศไทยว่า “ผมเริ่มต้นสร้างแบรนด์สตรีตแวร์ของตัวเองตอนอายุ 19 ปี (แบรนด์ CLSC เป็นที่รู้จักและเติบโตอย่างรวดเร็ว) และนั่นก็กลายมาเป็น 7 ปีในชีวิตของผม ภรรยาของผมคอยย้ำอยู่เสมอตั้งแต่ผมเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองว่า ผมไม่ได้ขายแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่ผมต้องวาดมันด้วย เธอสนับสนุนให้ผมลองทำโดยเริ่มจากวาดบนสิ่งของต่างๆ หรือบนผืนผ้าใบ (ในปี ค.ศ. 2017 เขาออกจาก CLSC) จนผมได้คอนเซ็ปต์ชื่อว่า ‘Reality to Idea’ ที่นำทุกสิ่งรอบตัวหวนคืนสู่จุดกำเนิดของมัน นั่นก็คือภาพสเกตช์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงทำงานออกมาเป็นสีขาวกับดำเป็นหลัก” และแน่นอนว่าเขาจะพกปากกามาร์กเกอร์สีดำติดตัวไปด้วยทุกที่

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักคงหนีไม่พ้นการนำรองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Nike Air Force 1 มาเพนต์ลายเส้นซิกเนเจอร์ แล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมจนทำให้ถูกพูดถึงในวงกว้าง แต่น้อยคนจะรู้ว่ารองเท้าคู่แรกที่เขาหยิบมาเพนต์คือรองเท้า Reebok Classic จากจุดเริ่มต้นขณะทำความสะอาดออฟฟิศแล้วพบกับรองเท้าคู่นี้ที่ไม่ได้ใส่มานาน จึงคิดว่าน่าจะเอามาทำอะไรให้รองเท้าคู่เก่ากลับมาน่าใส่อีกครั้ง และหลายต่อหลายครั้งที่เขานำรองเท้ามาเพนต์จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นนักคัสตอมรองเท้า “ผมไม่ใช่นักคัสตอมรองเท้า ผมก็แค่ใช้รองเท้าเป็นผืนผ้าใบ งานของผมอยู่ได้ทุกที่ ผมรักสนีกเกอร์นะ แต่ผมก็อยากเพนต์เครื่องบิน ตึก รถยนต์ และอีกมากมาย” คำกล่าวของเขากับ nss Magazine คงบอกได้ถึงจินตนาการอันยิ่งใหญ่ในการสร้างโลก 2 มิติได้เป็นอย่างดี

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

ความสัมพันธ์ระหว่างโจชัวและ Fendi เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2018 เมื่อเขาได้รับข้อความจากทีม Visual Merchandising ของ Fendi ที่ส่งมาชื่นชมผลงาน หลังจากแชตกันไปมาเพียงไม่กี่วันทางทีมงานได้ส่งโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจชื่อว่า ‘Fendi Cafe’ มาให้ และในเวลาต่อมาเขาจึงได้รับคำเชิญให้ไปร่วมอีเวนต์ในนิวยอร์กแฟชั่นวีก แม้ทราบดีว่ามีเวลาได้พบกับทีมงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่เขาก็ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะได้ไปพูดคุยกันต่อหน้าจริงๆ โจชัวได้พบกับทีมของ Fendi ได้อัพเดตงานต่างๆ และได้เซ็นสัญญาในวันที่ 22 เมษายน 2019 (Fendi Cafe เปิดในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน) ทั้งโจชัวและ Fendi มีเวลาไม่ถึง 3 เดือนในการออกแบบคาเฟ่ การผลิตกระเป๋า เครื่องประดับ อุปกรณ์การครัวต่างๆ และแผ่นสเกตบอร์ด เขามีเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในสำนักงานใหญ่ของ Fendi ในกรุงโรม เพื่อวาดสิ่งต่างๆลงบนกระดาษแล้วสแกนส่งต่อไปยังทีมงานในหลายภาคส่วน ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายในการรวมดีเอ็นเอของทั้งสองแต่ยังให้คงความสนุกสนานเอาไว้

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

การร่วมงานกันในโปรเจ็กต์ ‘California Sky’ นับเป็นความท้าทายของซิลเวียด้วยเช่นกัน ซึ่งหากดูเพียงผิวเผินแล้วคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับยุคนี้ที่มีการร่วมงานกับศิลปินอีกคน แต่คงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิงในวัยใกล้เกษียณที่ตลอดชีวิตของเธอเดินอยู่บนเส้นทางสายแฟชั่น “ฉันได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และไม่มองหาอดีต เพราะมันมีหนทางข้างหน้าอยู่เสมอ ฉันคิดว่าการเปิดใจให้ผู้อื่นเป็นหนทางสู่การออกค้นหาสิ่งใหม่ ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการออกสำรวจความคิดที่หลากหลาย นี่คือการสร้างมุมมองใหม่ และเป็นการเพิ่มคุณค่าอีกด้วย” 

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

การเปิดกว้างในการทำงานย่อมส่งผลดีเสมอ ในครั้งนี้เราจึงได้เห็นภาพผลงานแห่งความสนุกสนานในแบบชาวแคลิฟอร์เนียน ผสมผสานกลิ่นอายของแฟชั่นอิตาเลียนได้อย่างลงตัว ทั้งเสื้อผ้าสตรี บุรุษ เด็ก เครื่องประดับ และเครื่องหนัง ซิลเวียยังเล่าต่อถึงแรงบันดาลในครั้งนี้ว่า “ผลงานครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้า ในคอลเล็กชั่นซัมเมอร์ที่ผ่านมาเล่าเรื่องราวของดวงอาทิตย์ ฉันเลยคิดว่าหลังจากเรื่องของดวงอาทิตย์แล้วมันก็ค่อนข้างชัดเจนที่เราจะนำเสนอเรื่องราวของท้องฟ้า สีขาวและดำซึ่งเป็นคู่สีตรงข้ามกับสีฟ้าของท้องฟ้า สีฟ้าและสีไลแล็กให้ความรู้สึกของท้องฟ้าช่วงตะวันตกดินของเมืองแคลิฟอร์เนีย โจชัวเขาคือชาวแคลิฟอร์เนีย แล้วจะมีใครที่นำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีไปกว่าเขาล่ะ”

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

แคปซูลคอลเล็กชั่นพรีฟอล 2020 ‘California Sky’ ผลงานคอลลาบอเรชั่นของ Fendi กับโจชัวนับเป็นครั้งที่ 2 ที่โจชัวได้ร่วมงานกับแฟชั่นเฮ้าส์ชื่อดังแห่งนี้ ผลงานในครั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งลายเส้นกราฟิกของปากกามาร์กเกอร์สีดำแบบ 2 มิติบนวัตถุ 3 มิติกับเทคนิคที่เรียกว่า ‘tromp-l’oeil’ “เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นผลงานแบบเต็มคอลเล็กชั่น และมันเป็นอะไรที่บ้ามากๆ มันเป็นโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมที่จะจดจำไปตลอดชีวิต ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ และในอีก 10 หรือ 20 ปีต่อจากนี้ไป เมื่อผมให้สัมภาษณ์และคนถามผมว่า ‘ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของคุณคืออะไร?’ โมเมนต์นี้จะเป็นหนึ่งในคำตอบนั้นแน่นอน ทั้งหมดนี้ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ ผมวาดลงบนกระดาษ และพูดตามตรง ซิลเวียเธอไม่กดดันอะไรผมเลย เธอเป็นคนที่เปิดกว้างมากๆ”

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

“ในการทำงานที่ Fendi เราแชร์ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ซึ่งกันและกัน และการร่วมงานกับเหล่าศิลปินในหลายๆครั้ง เราก็เปิดกว้างต่อมุมมองอันหลากหลาย ซึ่งมันคืออุปนิสัยในการทำงานของพวกเรา มันเป็นดีเอ็นเอของพวกเราเลยก็ว่าได้ ฉันชอบการได้สัมผัสมุมมองที่แตกต่าง เพราะความน่าสนใจของมันอยู่ที่ทุกสิ่งสามารถนำไปสู่กระบวนการถ่ายทอดผลงานทางศิลปะได้ และแฟชั่นสามารถได้แรงบันดาลใจในทิศทางนั้นๆ หรือแม้แต่ทิศทางตรงกันข้ามก็ยังได้” ซิลเวีย กล่าว

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

ผลงานในครั้งนี้โจชัวยังนำโลโก้คลาสสิกอย่าง ‘FF Logo’ (Fun Fur) และลายสแตมป์มาตีความใหม่ในมุมมองของเขาผ่านลายเส้นฟรีฟอร์มที่สื่อถึงความเป็นอิสระ พลังแห่งความเยาว์วัย และความสนุกสนานบนหลากวัสดุหลายไอเท็ม ความสดใสสื่อผ่านลายกราฟิกดอกไม้ที่วาดลงบนลายพิมพ์ของท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยก้อนเมฆ ทุกลวดลายที่เขาวาดออกมานั้นแสดงถึงทัศนคติที่หาญกล้าต่อการออกแบบคอลเล็กชั่นสำหรับผู้หญิง ด้วยการรวมสไตล์แบบเออร์บันและสไตล์แบบรีสอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ซิลเวียได้พูดถึงการทำงานร่วมกับโจชัวอีกว่า “มีไอเดียต่างๆมายมากที่พรั่งพรูออกมา โจชัวเดินทางมายังโรม พวกเราสนุกสนาน ในห้องกระจกแห่งนี้เราต่างระดมความคิดและสเกตช์แบบกัน เขาเป็นมิตรและสนุก และฉันบอกได้เลยว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก เมื่อคุณมีไอเดียดีๆมันก็จะมาอย่างรวดเร็วเสมอ”

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

แม้ทั้งสองอยู่ห่างกันคนละซีกโลกและการพบหน้ากันจริงๆอาจเกิดขึ้นได้บ้างแต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักดังนั้นอุปสรรคในการทำงานคงเป็นเรื่องของระยะทางใช่หรือไม่ ? “ในวันนี้การทำงานที่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทางมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะคุณสามารถใช้ WhatsApp แชร์ทุกๆไอเดีย หรือการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ มันเป็นเรื่องพื้นฐานไปเสียแล้วที่เราสามารถทำงานทางไกลร่วมกันด้วยการส่งข้อความถึงกัน เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยทำให้เราแชร์ไอเดียได้อย่างมากมายจริงๆ”

Fendi California Sky Collection

Photo: Fendi

คอลเล็กชั่นนี้มาพร้อมไอเท็มที่น่าสนใจมากมาย อาทิ กระเป๋า Peekaboo และ Baguette รองเท้าส้นสูง Colibrì รวมไปถึงเรดี้ทูแวร์อย่างเสื้อยืด สเวตเตอร์ แจ็กเกตกันลมผ้าในลอน เสื้อนิต ที่เชื่อว่าคงถูกใจแฟนๆไม่น้อย นอกจากนี้โจชัวยังได้กล่าวถึงผลงานที่เขาออกแบบร่วมกับซิลเวียว่า “มันเป็นอะไรที่เจ๋งมากที่ได้เห็นเนื้อผ้าที่คาดไม่ถึง พวกเขาปักเดินเส้นบนผ้าไหมบนรองเท้าเป็นลวดลายของผม และมีชิ้นที่พิมพ์ลาย ปักเลื่อม มันสุดยอดจริงๆที่ได้เห็นว่าแบรนด์หรูเขาทำงานกันอย่างไร และพวกเขาสามารถสรรค์สร้างผลงานศิลปะได้อย่างชัดเจน” โจชัวยังคงยึดมั่นในแนวทางการทำงาน ‘Reality to Idea’ และยังคงเพลิดเพลินจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าตราบใดที่เขายังไม่พบกับสิ่งที่ใช่ (มากกว่า) เขาสัญญาว่าจะยังคงรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ตลอดไป

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH