SIGNATURE

เสียงและความคิดของ คิทตี้ ชิชา ในวันที่อยู่กลางแสงสว่าง หลังพิสูจน์ตัวตนในฐานะนักแสดง

และล่าสุดเธอกำลังจะ โกอินเตอร์ !!

14 JAN 2021

หลังจากรับบทเป็นแนนโน๊ะ นักเรียนตาจิกยิ้มเย็นในซีรี่ส์ ‘เด็กใหม่’ เมื่อ 2 ปีก่อน เราก็ได้เห็นเธอรับบทเป็นสาวแรง แซ่บ กร้านและร้าวรานมาโดยตลอด อย่างปลายปีก่อนเธอเป็นเด็กติดยาใน ‘เสียดาย’ เวอร์ชั่นซีรี่ส์ที่สร้างจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันเมื่อปี พ.ศ. 2537 คิทตี้ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2536 รับรู้ความดังของหนังเรื่องนี้ในอีกหลายปีให้หลังเมื่อเธอเป็นสาว อยู่ในวัยที่เธออายุเท่าตัวละครในหนัง ในวันที่เธออยู่ในเรื่องราวนั้นเสียเอง 

“เราได้พูดคุยกับคนติดยาจริงๆ เราเข้าใจเขามากขึ้นว่าสิ่งที่คนอื่นมองว่าเขาน่าสมเพช แต่ความสุขในตอนนั้นมันก็คือความจริง ตอนที่เขาอยู่กับเพื่อน อยู่กับคนรัก ความรักนั้นก็เป็นของจริงนะ คิทได้คุยกับคนที่สูญเสียเพื่อนไปเพราะใช้ยาเกินขนาด ความรู้สึกที่เขาเห็นเพื่อนจากไปกับเวลาที่เราเสียใครสักคนมันไม่ต่างกันเลย เราก็คนเหมือนกัน เขาเล่าให้ฟังว่าเวลาติดยาแล้วอยากยา ร่างกายมันเจ็บปวด หนาวไปถึงกระดูก ร้อนจนทนไม่ไหว เราก็เอามือไปจุ่มน้ำแข็ง ไปตากแดด พยายามให้ตัวเองเข้าใกล้ความรู้สึกทรมานนั้นให้มากที่สุด แต่ให้ตายยังไงเราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนติดยาหรือคนที่ถูกข่มขืนได้ 100% หรอก”

ล่าสุดกว่านั้นคิทตี้ได้ ‘โกอินเตอร์’ ร่วมแสดงใน The Serpent มินิซีรี่ส์ที่ BBC ออกทุนและออกฉายใน Netflix เรื่องจริงของฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนเพื่อปลอมตัวตนและหนีมากบดานในเมืองไทยช่วงยุค ’70s และเดือนเมษายนนี้คิทตี้จะกลับไปเป็นแนนโน๊ะอีกครั้งในซีซั่นของซีรี่ส์เด็กใหม่

ยิ่งรับบทแรงก็ยิ่งดัง คิทตี้ไม่ปฏิเสธสัจธรรมข้อนั้นในชีวิตตนเอง “อาชีพนี้ยิ่งเราเป็นคนอื่นได้ดีเท่าไรยิ่งมีคนชมในโลกที่เราพยายามจะมีตัวตนกันเหลือเกิน ทุกบทบาทเลยสนุกเพราะมันไม่ใช่เรา มันคือชีวิตตัวละครที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเราเลย เราแค่ลองใช้ชีวิตแบบเขา อย่าง 'เสียดาย' จริงๆเราเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้ก่อนจะเป็นแนนโน๊ะ แต่ต้องรอ 5 ปีเพิ่งได้ฉาย ซึ่งเราเชื่อว่าเราเล่นเสียดายในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะ 5 ปีที่แล้วเราอ่อนต่อโลกกว่านี้ มีความโลกสวยกว่านี้ เรายังมีความพยายามจะรั้งความรักเอาไว้ พยายามจะเก็บเศษเสี้ยวของความเป็นครอบครัวที่มันแตกสลายไปหมดแล้ว ยังมีความเชื่ออยู่ว่าเดี๋ยวทุกอย่างคงจะดีขึ้น ถ้าตอนนี้เราไปเล่นเราคงเป็นคนกร้านโลกเกินไป เราคงชนะยาเสพติดและพูดได้เต็มปากว่าถ้าเขาจะไม่รัก เธอก็อย่าไปสนใจ”

ยิ่งพูดตรงก็ยิ่งมีคนชอบฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลงาน ความรักหรือความขัดแย้งที่คนคิดว่าเธอมีกับใคร คิทตี้ว่าสมัยก่อนเสียงของเธอไม่มีใครได้ยินด้วยซ้ำ “ตอนนั้นคิทเป็นแค่นักแสดงคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อเสียง มีแต่ชื่อเสียว่าคบกันใคร” เธอพูดถึงตัวเองเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เป็นนักร้องก็มีนามสกุลว่า Kiss Me Five ครั้นพอเลิกเป็นนักร้องก็มีคำสร้อยห้อยท้ายชื่อ “คิทตี้ไหน อ๋อ คิทตี้ที่เป็นแฟนกับ…ไง” เธอยิ้ม เป็นยิ้มที่ตรวจจับความเสียดสีไม่ได้ “เราน่ะอยากให้คนดูเห็นเราจากผลงาน ไม่ได้อยากให้คนเห็นแต่เรื่องส่วนตัวหรือไอจีที่เชื่อถือไม่ได้ แต่ว่าก่อนที่เราจะได้เล่นเป็นแนนโน๊ะเสียงเราเบามากจนไม่มีใครได้ยิน มันไม่สามารถสู้คนรักในอดีตของเราได้เพราะเขายืนอยู่ในจุดที่สว่างกว่าเราเสมอ เราเป็นแค่คนในเงามืด”

สมัยอยู่ในเงามืดเธอกระหายอยากจะออกมาอยู่ในแสงสว่าง แสวงหามีชื่อเสียงบ้างไหม “เอาเป็นว่าจะไม่ยุ่งกับเราก็ได้นะ เราขออยู่เงียบๆ แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทุกคนจะอยากลากเราออกมาอยู่กลางแสงสว่าง อยากลากเรามาคุยมารู้จักเราในแง่ต่างๆ อยากนั่งดูเหมือนเราเป็น Panda Channel ถ้าเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดคงชิลกว่านี้แหละ เราคงไม่ต้องออกมาขอโทษเวลาเลิกกับใคร ไม่ต้องออกมาบอกว่ากำลังคบกับใคร ไม่ต้องมีงานแต่งงานที่คนทั้งประเทศรับรู้ เราก็พูดมาตลอดว่าเราไม่ใช่ดาราและพยายามหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเสมอ อะไรก็ตามที่เราแบ่งปันหรือพูดออกมานั่นคือสิ่งที่เรายินดีที่จะให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นด้วย แต่สิ่งที่เราไม่ได้เปิดเผย เรื่องนั้นแปลว่าเราไม่ต้องการความเห็นกลุ่ม”

“แล้วช่วงแนนโน๊ะดังเราก็อยากรู้อีกครั้งว่าผลงานจะทำให้คนฟังเรามากกว่าเรื่องอื่นที่คนพูดเกี่ยวกับตัวเราได้หรือเปล่า ก็ดีใจนะที่มันได้ผล คิทรู้สึกขอบคุณกับความรักที่แฟนคลับให้ เขารักเรา มองว่างานเรามีคุณค่า เขาทำให้เราอยากเป็นนักแสดงที่ดีขึ้น และเขาน่าจะรู้จักเรามากพอที่จะรู้ว่าเขาต้องไม่คาดหวังกับเราในเรื่องชีวิตส่วนตัว อย่าคาดหวังให้เราเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ เพราะเราคาดเดาอะไรกับตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เราเป็นคนใช้ใจมาก

เราอยากดูว่าคิทตี้จะคุยเรื่อง ‘ซีเรียส’ อย่างไร ‘มีเสียงเรียกร้อง call out ให้ดาราศิลปินแสดงจุดยืนทางการเมือง คุณโดนเสียงเพรียกนี้บ้างไหม’ ทันทีที่คำถามนี้ออกไปแววตาเธอวาว ต่อมช่างเจรจาถูกจุดพรึ่บขึ้นมา “คิททำแคมเปญ Unmute People ร่วมกับพี่ๆศิลปิน เราอยากสร้างพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างปลอดภัย งานแรกที่ทำไปแล้วคือทำวิดีโอร้องเพลงเล่นดนตรีแต่ปิดเสียง เพื่อเรียกร้อง free speech แคมเปญนี้คือการทำบาร์แต่ทำต่ำๆ ไม่ต้องสูงมาก เพื่อยืนยันว่าเรามีสิทธิ์เรียกร้องขอ free speech ซึ่งการแสดงความคิดเห็นเสรีไม่ได้เท่ากับ hate speech ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นเหมือนหรือต่างก็ไม่ควรถูกปิดเสียง ทุกคนควรได้แสดงความคิดเห็น ต่อไปคิทอยากให้คนรู้ว่า free speech กับ hate speech ต่างกันอย่างไรเพราะบางครั้งเราเอาสองเรื่องนี้ผสมกันจนกลายเป็นการแสดงอารมณ์ แสดงความเกลียดชังกัน

กลัวโดนแปะป้ายว่าอยู่ฝั่งไหน หรือกลัวโดนแบนหรือเปล่า “นั่นก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่คนจะคิด เป็น free speech แต่ถ้ามีคนถามคิทก็จะบอกว่าคิททำเพื่อให้นักแสดงรู้สึกว่า ถ้าคุณเลือกข้างและแน่ใจกับมัน คุณมีสิทธิ์เลือก คุณไม่ควรถูกต่อว่าจากการเลือกของคุณ พื้นที่ตรงนี้มันถูกสร้างมาเพื่อให้มีเสียงที่ 3, 4,5,6,7,…ไปจนถึงเสียงที่ล้าน คุณมีอิสระที่จะพูดว่าฉันเอาอันนี้แต่ไม่เอาอันนั้นโดยไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะไม่มีใครถูกผิด 100%คิทมองว่านี่คือความงามของการดีเบต”

เรื่องอะไรที่อยากให้พูดได้อย่างเสรี เป็น free speech ที่อยากเรียกร้องที่สุดคิทตี้คิด คิดและคิดไปนาน เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้แสดงทรรศนะเหมือนรัวกระสุนอย่างคำถามอื่นๆ ที่สุดแล้วหลังจากกลั่นกรองความคิด คิทตี้ก็ตรองเป็นคำพูดว่า “คงอยากจะพูดว่า…อย่าเ-อก อยากพูดคำนี้เลย free speech คือการที่คุณแสดงความคิดเห็นต่อผลงานหรือการกระทำที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่ hate speech คือการที่คุณบอกว่านางนี่มันแรด สำส่อน โดยที่คุณไม่รู้จักเขาเลย มันคือการที่คุณที่ใช้อารมณ์ล้วนๆ การแสดงความคิดเห็นเสรีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลโดยที่ไม่ไปแตะเรื่องการเหยียดกันไม่ว่าจะเรื่องใดๆก็ตาม เพราะถ้าเราไม่เข้าใจมันดีพอ free speech จะถูกใช้เป็นอาวุธทำร้ายกัน”

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมาและแฟชั่นเซ็ตของ คิทตี้ ชิชา ได้ในคอลัมน์ Personality ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนมกราคม 2021 ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
ถ่ายภาพ: กฤษดา หัสภาค
สไตลิส: ธันวา เทียมเมฆ
แต่งหน้า/ทำผม: สุธีมา ราชรัตนรักษ์
ผู้ช่วยสไตลิสต์: วีรินทร์พิมล คำกันสิงห์
ผู้ช่วยช่างภาพ: รัฐภูมิ บุญทา
ขอขอบคุณสถานที่: ร้าน Wine Hundreds ซ.สาทร 11 โทร. 0-8181-7767 www.superseoulcafe.com

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH