SIGNATURE

จากความฝันที่อยากเป็นนักบาสทีมชาติสู่เส้นทางสู่บทบาทพระเอกของ กระทิง-ขุนณรงค์

สองสิ่งที่เขารักมีจุดเชื่อมกันอย่างไร มาฟังกันเลย

05 JUN 2020

หลังจากรับบทพระรองในละครมาหลายเรื่อง เร็วๆนี้ กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ นักแสดงหนุ่มเจ้าของความสูงระดับนักบาสเกตบอล ผู้ขยันโปรยเสน่ห์ทางรอยยิ้มและสายตาโดยไม่รู้ตัว กำลังจะขึ้นแท่นพระเอกคนใหม่ประจำวิก 3 ไปพร้อมๆ กับความพยายามพัฒนาศักยภาพในตัวเองให้เฉียบขาดขึ้นเรื่อยๆ เทพธิดาปลาร้า คือชื่อของละครรีเมกแนวโรแมนติก/คอเมดี้ที่กระทิงคว้าบทพระเอกมาครอง คู่กับนางเอกที่มีมุมทะเล้นน่ารักไม่แพ้กันอย่าง ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ แอลมีโอกาสได้คุยกับเขา พาทุกคนมาทำความรู้จักหนุ่มหล่อตี๋อินเตอร์คนนี้ให้ดียิ่งขึ้น ก่อนที่เขาจะยิ่งทวีความฮอตจนหาตัวจับได้ยากไปมากกว่านี้

“ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักแสดง เหตุผลที่ผมเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ เพราะอยากเป็นนักบาสเกตบอล” ขุนณรงค์เริ่มต้นทบทวนจุดเริ่มต้นบนเส้นทางบันเทิง จากเด็กผู้ชายที่ไม่ชอบบรรยากาศในห้องเรียน แต่สนุกกับการเล่นบาสเกตบอลมากกว่า เขาจึงวาดฝันที่จะเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนทีมชาติ และทุ่มเทแรงกายแรงใจในการหมั่นฝึกซ้อมอย่างหนัก จนได้รับทุนนักกีฬาบาสเกตบอลโควตาช้างเผือก เดินทางจากภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงรายย้ายมาเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพฯ ชีวิตในรั้วโรงเรียนของเขาจึงวนเวียนอยู่แต่ในสนามบาสเกตบอลเป็นหลักตั้งแต่เช้าจดค่ำ

“ผมรู้ตัวว่าเรียนไม่เก่งเลยอยากหาอะไรที่เป็นจุดเด่นในตัวเอง อะไรก็ได้ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โง่ แค่ถนัดอีกแบบ จนได้มาลองเล่นบาสเกตบอล และเริ่มศึกษามาเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าชอบตอนไหน มารู้ตัวอีกทีคือผมเล่นบาสฯทุกวันไปแล้ว เริ่มจากเล่นกับเพื่อนตอนเย็น จนขอไปซ้อมกับทีมประจำจังหวัด หลังจากนั้นผมก็ได้ทุนช้างเผือกของสโมสรไฮเทคมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ อยู่หอกับเพื่อนๆ ตื่นแต่เช้าไปซ้อมชู้ตบาสฯกับเพื่อนเพื่อทำการบ้านให้ตัวเองก่อนซ้อมจริงตอนเย็นหลังเลิกเรียน ทำแบบนี้ทุกวันโดยไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกดดันตัวเอง”

ละก่อนจะจบม.6 เพียง 2 เดือน ในวันที่เขากำลังซ้อมบาสฯอยู่ในสนามตามปกติ ออร่าบางอย่างในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไปเตะตาผู้กำกับฝีมือดีอย่างอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่รู้จักกับโค้ชของเขาเข้าอย่างจัง “ตอนที่โค้ชมาบอกผมว่าลุงอ๊อฟชวนไปแคสต์ละคร ผมปฏิเสธอย่างเดียวเลย เพราะผมเป็นคนขี้อายมาก ถึงขนาดที่ว่าแค่ออกไปยืนรายงานหน้าชั้นเรียนก็อย่าหวังเลยว่าผมจะทำ กิจกรรมอื่นๆในโรงเรียนก็ไม่ทำ นอกจากแข่งกีฬาเท่านั้น แต่โค้ชบอกให้ผมกลับไปลองคิดให้ดี เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ในเมื่อเราเป็นคนไม่ชอบเรียนทฤษฎี แต่อะไรที่ต้องปฏิบัติเรากลับรู้สึกชอบและทำออกมาได้ดี ผมก็เลยลองดูสักตั้ง อยากทำลายกำแพงความขี้อายของตัวเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งช่วงแรกผมก็ทำตัวไม่ถูกว่าเข้ามาในวงการต้องทำตัวอย่างไร ผมเป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่พออยู่ในวงการไปได้สักพักก็เริ่มสนุกกับการแสดง จนตอนนี้ผมก็รักในสิ่งที่ทำไปแล้ว และก็นึกไม่ออกว่าถ้าผมไม่ได้เป็นนักแสดงจะมีอาชีพอื่นไหมที่ทำให้ผมอยากตื่นไปทำงานทุกวันได้แบบนี้”

“ผมว่าการเล่นบาสฯกับการเป็นนักแสดงคล้ายกันมาก ต้องใช้ทั้งสมาธิและต้องอาศัยความร่วมมือกับคนอื่นเป็นทีม ช่วงแรกๆที่เพิ่งเป็นนักแสดงผมก็เทียบเคียงความรู้สึกภายในตัวว่าความจริงจังตั้งใจในทุกครั้งที่เราลงแข่งบาสฯเป็นแบบไหน แล้วผมก็หยิบเอาความรู้สึกตรงนั้นมาใช้กับการแสดง”

“ผมแค่อยากให้คนเรียกผมด้วยชื่อตัวละครที่ผมแสดง เพราะนั่นแปลว่าเขาอินกับบทที่ผมเล่น ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องโด่งดัง ผมแค่อยากประสบความสำเร็จด้านการแสดง ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีคนเรียกชื่อตัวละครที่ผมเล่นตอนไปแข่งบาสเกตบอลที่ต่างจังหวัด เขาตะโกนบอกผมว่า “หมวดหินๆดูละครอยู่นะ” ทำให้จากที่ผมกำลังง่วงๆอยู่ ผมสามารถดีดตัวเองขึ้นมาได้ทันที รู้สึกมีไฟในการทำงาน บอกกับตัวเองในใจว่ามันต้องอย่างนี้สิ!”

“ผมมองพี่ติ๊กเป็นไอดอล และก็อยากเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จอย่างเขานะครับ แต่ผมเป็นคนเดินตามเส้นทางของตัวเองมากกว่า อยากให้คนจดจำเราได้ในแบบของเรา ทางของเราที่เราเลือกเอง” และในปีนี้ที่เขาเริ่มก้าวสู่สังเวียนของการเป็นพระเอก เชื่อแน่ว่าการฝึกฝนทักษะวิชาต่างๆของเขาจะยิ่งเข้มข้นและน่าติดตามขึ้นเรื่อยๆในทุกขวบปี

เรื่อง: ณวดี ปัตเมฆ
PHOTOGRAPHER: KITTIDECH CHAROENPORN
STYLIST: PITIPONG PONGDAM

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH