SIGNATURE

พูดคุยทุกเรื่องราวกับนางเอกสาว มะปราง อลิสา ทั้งเรื่องการแสดง การร้องเพลง และความรัก

"เป็นนักแสดงที่ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่ใช่ดารา ดาราเป็นคำงงๆ"

05 DEC 2020

เธอเป็นหญิงสาวที่ยอมรับเองเลยว่าหน้าตาสวยหวาน ซึ่งเคยโดนถามว่าไฉนจริตจะก้านไม่ตรงปกกับหน้าตา เอวัง! มะปราง-อลิสา ขุนแขวง หัวเราะเสียงใสในกิริยาห้าวแต่ไม่มีคำตอบใดให้ เราจึงไพล่ไปคุยถึงความรักอายุ 3 ปีกว่าๆและความอยากจะแซ่บให้ยิ่งกว่านี้เมื่อถึงวัย 30

“หน้าตาดูสวยหวานแต่นิสัยไม่ใช่เลย” มะปรางพูดถึงตัวเองอย่างไม่เขินอาย “คนชอบพูดและเรามองหน้าตาตัวเองในกระจกแล้วยอมรับว่าเราหน้าหวานจริง (พยักหน้ารัวๆ) แต่บุคลิกซนมาก พลังเยอะ ไม่ไฮเปอร์แต่ก็ไม่อยู่เฉย”

ไม่อยู่เฉยจริงเพราะเป็นเธอที่ยื่นไอเดียขอทำรายการเป็นของตัวเอง ‘มะปรางจับไมค์’ ไอเดียคือเธอซึ่งเป็นนักแสดงจะชวนนักร้องมาร้องเพลงเก่าที่คิดถึง ที่ผ่านมาเธอดวลไมค์เรียกยอดวิวหลักล้านมาแล้วกับวี-วิโอเลต วอเทียร์ จนถึงว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ “ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปเยอะ เราร้องเพลงและมีคนฟังได้แบบชิลๆ ไม่ต้องประกวดร้องเพลงจริงจัง แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้เราดึงตัวตนออกมาได้โดยที่เราไม่ต้องใส่อะไรเข้าไปเยอะ ไม่ต้องแต่งตัว แต่งหน้า ไม่มีเซตติ้งวุ่นวาย แค่มีแก่นยึดอย่างเดียวว่าร้องเพลงที่เราคิดถึง คนรู้จักแต่ลืมไปแล้ว เราหยิบมาร้องใหม่ รายการเราชิลมาก ไม่ยัดเยียดให้คนเข้ามาฟัง บางทีไม่ได้ดูหน้าเรา เปิดฟังเสียงเฉยๆก็ได้” เธอฝากร้านแบบเนียนกริบ

“ตื่นนอนทุกเช้าจะได้ยินเสียงดนตรี” มะปรางเล่าถึงเมล็ดพันธุ์ดนตรีที่ถูกหว่านในตัวมาเนิ่นนาน “คุณตาชอบเล่นดนตรี เล่นอิเล็กโทน หรือเล่นแผ่นเสียงเพลงเก่าๆ โชคดีว่าปรางหูไม่เพี้ยน ฟังเพลงแล้วรู้ว่านี่คือโด เร มี ฟา ซอล และร้องออกมาเป็นโน้ตนั้น แต่ไม่ได้มีเทคนิคเยอะเพราะไม่เคยเรียนจริงจัง ไม่เคยประกวด แค่ชอบร้องไปตามอารมณ์ ถ้าไปเรียนกับครู ครูก็บอกเทคนิคมาเลย แต่เราฝึกเองก็ได้ค้นพบเทคนิคของเราเอง อาจเจอช้าหน่อยแต่คิดว่าเจอเยอะกว่า”

ถ้ามุดเข้าไปในสมองได้เหมือนหนัง Being John Malkovich ก็จะเห็นว่ามะปรางนึก คิดหรือรู้สึกเป็นบทเพลงตลอดเวลา “เวลาเห็นอะไร เพลงที่เกี่ยวกับภาพนั้นจะดังขึ้นมาในหัวทันที ตอนเล่นละครกับแกงส้ม (ธนทัต ชัยอรรถ) ก็ร้องเพลงของแกงส้มในหัวไปด้วย” เธอเล่าถึงชีวิตลำบากที่เหนื่อยสมองแต่ใจสนุก “เพลงช่วยผ่อนคลายได้เยอะ เพราะปีนี้มีละคร 2 เรื่องจนโอบ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์--แฟน) แซวว่าเป็นหนี้หรืออย่างไร ขยันหาเงินจัง เราสนุกที่ได้ทำสิ่งที่ชอบต่างหาก”

“พอเป็นนักแสดงความคิดเปลี่ยนไปเยอะ ภายนอกดูดี สวยงาม แต่ภายในเราต้องใช้พลังเยอะ มันยากที่จะปรับตัวให้ชิน คือความสามารถน่ะมี แต่มันออกมาเต็มที่ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวเป็นที่ของเรา เรารู้สึกสบาย ไม่มีความกดดันใดๆ แต่ทีนี้ตอนเข้าฉากแรกๆ นักแสดงใหม่ทุกคนจะรู้สึกกดดันมาก แปลกที่ด้วย ไม่เคยทำงานนี้มาก่อนด้วย ฉะนั้นความสามารถเลยยังไม่ถูกดึงออกมาได้สุด เคยกดดันมากจนตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ แต่ที่ทำให้เดินหน้าคือเราถามตัวเองว่า วันนี้เราคงเหนื่อยใช่ไหม เลยทำงานออกมาได้ไม่ดีพอ รู้สึกไม่พอใจกับตัวเอง ถ้าอย่างนั้นลองพยายามใหม่ครั้งหน้าแล้วกัน แล้วก็คิดว่านี่คือละครเรื่องสุดท้ายที่เราจะแสดง ปรางจะคิดแบบนี้ทุกครั้งและมันเวิร์กมาก ก็อาจเป็นเรื่องสุดท้ายได้จริงๆนั่นแหละใครจะรู้”

“เวลาปิดกล้องจะมีความสุขมาก เหมือนเราได้ทำบางอย่างสำเร็จ ละครไทยหนึ่งเรื่องกว่าจะปิดกล้องก็ตั้ง 6 เดือน บางเรื่องเป็นปี พอปิดกล้องก็จะร้องห่มร้องไห้ รู้สึกโหวงๆ มันคิดถึง ละครเรื่องแรกจำได้ว่าร้องไห้ไปหลายวัน เราออกจากตัวละครนั้นไม่ได้ แต่เรื่องต่อๆมาก็เริ่มเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ผ่านมาและจะผ่านไป เหมือนไปโรงเรียนใหม่ทุกปี” นักแสดงที่รักการร้องเพลงมาตั้งแต่จำความได้เล่ายาว

ตั้งแต่ตอนถ่ายรูปจนถึงนั่งคุยกันอยู่ตอนนี้ มะปรางไม่ขวยอายหรือออมคำเมื่อมีใครแซวถึงโอบ และเมื่อพิจารณาดูแล้วว่าหน่วยก้านเธอไม่ใช่นางเอกที่ตอบคำถามสไตล์ดารา พอหยอดถามเรื่องโอบ มะปรางก็โอบอ้อมอารีกับคำตอบมากเหลือเกินดังต่อไปนี้

“ตอนนี้เป็นความสัมพันธ์ที่...ยังรักเหมือนเดิม (หัวเราะ) คบกันเข้าปีที่ 4 แล้ว คือเราเจอกันตอนเล่นเอ็มวีด้วยกัน (เพลงหล่อเลย--พลพล พลกองเส็ง) เลยได้คุยกันมากขึ้น ตอนเขาขอเราเป็นแฟนเขาตกใจมากที่ปรางบอกว่าขอคิดก่อน เราก็คุยกันมา 6 เดือนได้แล้วนะ แต่ตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตที่เรากำลังจะโต ถ้าจะให้ใครเข้ามาในชีวิตคงไม่ใช่คนที่เข้ามาแล้วก็ออกไปง่ายๆ แต่ไม่ถึงขั้นคิดจะแต่งงาน หรือเขาจะมาเป็นพ่อของลูก แค่คิดว่าอยากให้เป็นคนที่เราอยู่ด้วยยาวๆ เลยกลับไปถามตัวเองว่าพร้อมไหมที่จะเรียนรู้ ก็คิดไปอาทิตย์หนึ่ง เขาถามทุกวันว่าได้คำตอบหรือยัง ตอนนี้กลับมาคิดก็ยังงงว่าเราเป็นอะไร (หัวเราะ) ปรางรู้ว่าตัวเองแปลกเพราะอะไรรู้ไหม เวลาเล่นละคร พระเอกถามว่าเป็นแฟนกันไหม นางเอกจะตอบเลยว่า ‘อื้ม’ (ชะม้อยชะม้ายชายตา) ทุกเรื่องเป็นแบบนี้หมด ปรางเลยคิดว่าหรือคนปกติเขาเป็นกันแบบนี้"

“ที่ผ่านมาปรางไม่ได้เคยคบใครเยอะมากมาย แต่ได้ศึกษาคนเยอะ พูดคุย ไปดูว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไร เวลามีปัญหาแล้วคุยกันได้ไหม มีคนที่ไปต่อได้และไปต่อไม่ได้ ที่ผ่านมาปรางพยายามหาความสัมพันธ์ที่เราไม่ต้องเหนื่อยมาก เราซัพพอร์ตเขา เขาก็ทำแบบนั้นให้เราเช่นกัน เป็นที่สบายใจให้กัน ปรางว่าจะอยู่ได้นาน”

เจอดาราพูดเองหมดเปลือก ต่อมเผือกของมวลชนเลยฝ่อไปเอง “ปรางไม่เคยตอบคำถามดาราประมาณว่าเป็นเพื่อนสนิทค่ะ ดูๆกันอยู่ ถ้าเป็นแฟนก็จะบอกว่าเป็นแฟน เคยมีคนแนะนำว่าให้ตอบเลี่ยงๆเรตติ้งจะได้ไม่ตก แต่ตอนนั้นปรางเพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่นานก็บอกทุกคนว่ามีแฟน (เกาหัวแกรก) ก็ไม่รู้นี่ว่าต้องตอบอย่างไร คิดว่าเราเป็นแฟนกันก็ไม่น่าจะมีใครเดือดร้อน เราน่าจะคบกันแล้วทำสิ่งดีๆสิ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีฟีดแบ็กไม่ดีเลย

และนี่คือแบบทดสอบที่สรุปความเป็นมะปรางสายพันธุ์เปลือกหวานเนื้อในมีรสเปรี้ยวอมเผ็ดไม่ต้องรอจนสุกงอมแต่จะอร่อยที่สุดตอนกำลังดิบๆห้าวๆ

ร้องเพลงตลอดเวลา รักงานแสดงด้วย มะปรางเป็นอะไร “เป็นนักแสดงที่ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่ใช่ดารา ดาราเป็นคำงงๆ ดา-รา มันไม่มีแอ็กชั่น ไม่รู้ว่าทำอะไร แต่เรียกได้ ไม่โกรธ แต่ถ้าถามก็จะบอกว่าปรางเป็นนักแสดง รู้สึกว่าเป็นอาชีพ”

ติดตามแฟชั่นเซ็ตและบทสัมภาษณ์ต่อแบบเต็มๆ ของ มะปราง อลิสา ได้ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนธันวาคม 2020 ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้!

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
PHOTOGRAPHER: KRITSADA HASAPARK
STYLIST: TANWA TIAMMEK
MAKE-UP: สุธีมา ราชรัตนารักษ์
ASSISTANT STYLIST: นราวิชญ์ เพ็งบุญตรู
SPECIAL THANKS: ห้อง Maa-Lai Lounge ชั้น 30 โรงแรม Kimpton Maa-Lai, 78 ซอยต้นสน ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร 0-2056-9999 www.kimptonmaalaibangkok.com

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH