IN THE MAG

มินนี่ (G)I-DLE จากหญิงสาวผู้โอบกอดโอกาส สู่เส้นทางการเป็นไอดอลที่หลายคนใฝ่ฝัน

เมื่อสิ่งที่เธอได้มาไม่ใช่ของฟรี และสิ่งเหล่านี้ทำให้มินนี่ต้องแลกกับชีวิตวัยรุ่น

12 SEP 2021

เริ่มจากการนั่งชื่นชมไอดอลที่ชื่นชอบอยู่เมืองไทย ณิชา ยนตรรักษ์ ในวัยเด็กได้แรงบันดาลใจในชีวิต ซึ่งเธอไม่หยุดแค่ความคิดแต่กอดโอกาส คว้าความสามารถจนได้เป็น ‘มินนี่ (G)I-DLE’ ไอดอลแห่งวงเคป๊อปที่เติบโตทางดนตรีอย่างไม่หยุดยั้ง

ELLE: ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากประสบการณ์ที่ได้ทำงานเดี่ยวครั้งแรก

MINNIE: รู้สึกว่าต้องมีสติ ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องคิดและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนมีเมมเบอร์อยู่ด้วยเวลามีสัมภาษณ์ก็จะแบ่งกันตอบ พอมาทำงานเดี่ยวเราต้องคิดเอง เกิดปัญหาอะไรต้องแก้ไขสถานการณ์เอง รู้สึกว่าเราต้องโตขึ้น แล้วก็คิดถึงเมมเบอร์มากขึ้นด้วย (ยิ้ม) เป็นการทำงานที่ไทยครั้งแรกด้วย รู้สึกว่าได้เรียนรู้มากขึ้นเยอะ คัลเจอร์ที่ไทยกับที่เกาหลีต่างกัน ได้เรียนรู้ว่าที่ไทยทำงานแบบนี้ เราจะได้รู้ เผื่อปรับใช้ได้

ELLE: ปกติจะเห็นมินนี่ในลุคฟาดๆ สไตล์ของตัวเองจริงๆเป็นแบบไหน

MINNIE: ‘เนเวอร์แลนด์’ แฟนคลับบอกว่าเวลาหนูอยู่บนเวทีเหมือนเป็นเสือ แต่ตัวจริงเป็นแมว (หัวเราะ) ตัวจริงก็ไม่ได้ fierce แบบนั้นค่ะ มันคือ performance จริงๆ แล้วเป็นคนอ๊องๆ หน่อย ติงต๊องบ้างเล็กน้อย แต่เวลาทำงานก็ตั้งใจ เล่นก็คือเล่น ทำงานก็คือทำงาน ถ้าอยู่กับเมมเบอร์ก็จะเล่นเยอะมาก

ELLE: มีลุคไหนที่อยากลองบ้างไหม หลังจากที่เป็นเสือบนเวทีตลอดเวลา

MINNIE: เมมเบอร์ทุกคนจะรู้ว่าหนูเป็นคนชอบอะไรน่ารัก กุ๊กกิ๊ก แบ๊วๆ อะไรสีชมพูจะชอบ หนูชอบเฮลโหลคิตตี้ ชอบมินนี่เม้าส์ แต่เวลาทำงานเราไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เมมเบอร์เลยชอบแซวว่าชอบอะไรไม่เข้ากับตัวเองเลย ตัวจริงหนูคือมินนี่เม้าส์ค่ะ หนูอยากทำอะไรแบ๊วๆ สดใสๆ บนเวที ก่อนที่หนูจะกลับมาไทย หนูขึ้นเวทีเป็น special stage เอาเพลงของรุ่นพี่มาคัฟเวอร์ ซึ่งวันนั้นได้โจทย์เป็นเพลงของ Girl’s Generation หนูกับเมมเบอร์อีกคนก็คัฟเวอร์กันซึ่งแฟนคลับชอบมากเพิ่งเคยเห็นลุคใสๆ บนเวทีเป็นครั้งแรกอยากลองให้วงเราทั้งวงมาทำอะไรแบ๊วๆ ด้วยกันสักครั้งค่ะอยากโชว์ด้านที่เป็นมินนี่เม้าส์ออกไปบ้าง

ELLE: คิดถึงชีวิตวัยรุ่นบ้างไหม

MINNIE: มีบ้างค่ะ หนูไปเกาหลีตอนอายุ 17 ก่อนหน้านั้นหนูยังมีชีวิตวัยรุ่นที่ไทย แค่เราไม่ได้ใช้ชีวิตช่วงมหาวิทยาลัยแบบเพื่อนๆ ที่เป็นเฟรชชี่ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราเลือกแล้วค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าพลาดอะไร แฮปปี้กับจุดที่อยู่ตอนนี้ อาจจะในแบบที่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่เป็นค่ะ เราอาจจะเริ่มทำงานเร็วกกว่าคนอื่น แต่เราก็มองว่าเรามีเวลาลองผิดลองถูกเยอะกว่าคนอื่น

ELLE: มีใครบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจให้มินนี่อยากเป็นศิลปินที่เก่งขึ้น

MINNIE: Alicia Keys จำได้ว่านั่งดูทีวีกับคุณแม่ ช่วงนั้นเพลงเขาฮิตมาก Empire State of Mind เขาแต่งเพลงเอง สวยด้วย สำคัญเลยคือเขาเล่นเปียโนด้วยค่ะ หนูก็เลยชอบที่เขาเป็น singer-songwriter พอหนูไปอยู่เกาหลีก็ชื่นชม IU ค่ะ เขาโตกว่าหนูไม่กี่ปีเอง แต่เขาเป็นคนอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมาก ในเกาหลีเขาเป็นระดับท็อปไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาร้องเพลงหรือเต้นได้ แต่เขาเป็นศิลปินที่แต่งเพลงเองด้วย แล้วพอเข้าใจภาษาเกาหลีหนูเห็นเลยว่าเขาเขียนเนื้อร้องที่จับใจคนฟังได้ มีความเป็นกวี แล้วเขาก็ทำงานแสดงด้วย เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำได้ดีเท่าๆกันเลย หนูหวังว่าจะทำได้ดีทั้งสองอย่างแบบเขา แล้วก็ Super Junior ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนนี้เราไปเป็นรุ่นน้องเขา เขารู้จักเรา เขาเรียกชื่อเรา OMG! นั่นคือสิ่งที่เราฝันไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ก่อนรู้สึกเป็นไปไม่ได้เลย ไปคอนเสิร์ตเขาก็ต้องฟังล่ามแปล แต่ตอนนี้ฟังออก ได้คุยกันแบบอย่างนี้เลย ขนาดเราโตมาเป็นไอดอลแล้ววงก็ยังอยู่ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่นานขนาดนี้ได้ทุกวันนี้วงเขาเล่นคอนเสิร์ตหนูก็ยังอยากไปดูเขาทำให้เห็นว่าอาชีพไอดอลอาจจะไม่ได้สั้นอย่างที่เราคิดมันทำให้อยู่ยาวๆ ก็ได้

ELLE: อยากบอกอะไรตัวเองในอีก 1 ปีข้างหน้า

MINNIE: อยากให้รู้สึกขอบคุณกับทุกๆ วัน เราชอบมองไปแต่ข้างหน้าว่าเราต้องได้อีก ชอบลืมว่าที่เราอยู่จุดนี้วันนี้มันก็ดีมากพอแล้ว คือพอเดบิวต์มาสักพักเหมือนเราก็ค่อย ๆ ขึ้นจากสิ่งที่เรารู้สึกว่าได้มายาก ก็เหมือนกลายเป็นสิ่งที่ต้องได้แน่นอนมันเป็นสิ่งที่เราจะได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เราก็จะเครียด เช่นเพลงปล่อยมาแล้วต้องได้อันดับที่เท่าไรทั้งที่แต่ก่อนแค่ติดชาร์ตก็ดีใจมากแล้ว แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องได้เท่านั้นเท่านี้ มันทำให้เราเครียดมากเกินไป เราเคยสัญญากับเมมเบอร์ในวงว่าเราทำงานดนตรี เราทำเพราะเรารักเราชอบ ให้เราเอ็นจอยกับมันแค่นั้นก็พอค่ะ

ELLE: อยากบอกอะไรกับตัวเองเมื่อก่อน ตั้งแต่ตอนช่วงที่ยังไม่เดบิวต์

MINNIE: ‘ทำดีแล้ว’ อยากให้ทำทุกวันให้ดีที่สุด ให้เราไม่รู้สึกผิดกับตัวเองว่ายังทำไม่เต็มที่เลย หนูรู้สึกว่าการจะได้อะไรมาแต่ละอย่างมันไม่ง่าย บางทีเราต้องแลก ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เราอาจจะต้องสูญเสียการใช้ชีวิตช่วงนั้น ไม่ได้ไปพิธีจบที่หนูรอมา 15 ปี ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย แต่เราก็แลกมากับสิ่งที่เราอยากทำ

ELLE: มีอะไรบ้างที่อยากทำให้ต่างไปจากเดิม

MINNIE: เรื่องแสดงค่ะ อยากลองแสดงบทอื่นๆ บ้าง หรืออยากลองแสดงมิวสิคัล แล้วตอนนี้หนูร้องเพลงและแต่งเพลงให้วงด้วย ก็อยากลองแต่งเพลงให้คนอื่นบ้างนอกจากเมมเบอร์ในวง มันท้าทายมาก เป็นอะไรที่อยากลองค่ะ

ELLE: อะไรคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต

MINNIE: การตัดสินใจไปเกาหลีค่ะ เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่และดีที่สุดที่เคยทำมา มันเปลี่ยนชีวิตเราไปเลย ให้เราได้มีโอกาสมาทำงานที่เราอยากทำจริงๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่หลายๆ คนอาจจะไม่ได้มีโอกาสเหมือนเร ารู้สึกว่าเราเลือกมาถูกแล้ว

ELLE: ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง อยากเป็นที่จดจำในแบบไหน

MINNIE: อยากทำผลงานที่มีลายเซ็นและมีเอกลักษณ์ค่ะ เวลาที่ใครได้ยินเสียงหรือฟังเพลงหนูอยากให้ฟังแล้วรู้เลยว่านี่คือมินนี่ หรือฟังเพลงแล้วรู้ว่าเพลงนี้มินนี่เขียนแน่เลย

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: Kritsada Hasapark
Fashion Editor: Tanwa Tiammek
Model: ณิชา ยนตรรักษ์
Make-up: สุธีมา ราชรัตนรักษ์
Hair: เบญจพร คำพับ
Assistant Stylist: นราวิทย์ เพ็งบุญตรู
Assistant Photographer: อนุรักษ์ ดวงต๋า, รัฐภูมิ บุญทา

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH