SIGNATURE

โม-จิรัชยา กับความในใจเรื่องเพศที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ไม่ว่าจะถูกเรียกว่าเขาหรือเธอ ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอได้

09 MAY 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

GENDERS+++: HE AND SHE ARE ME

เห็นรูปลักษณ์แล้วคุณอาจเรียกโม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวินว่า ‘เธอ’ แต่ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆมักเรียกโมว่า ‘เขา’ ตามคำนำหน้าที่ยังเป็นนาย ไม่ว่าใครจะเรียกเขาว่าอะไร สงสัยว่าเธอเป็นอะไร วันนี้โมบอกว่าขอข้ามและขอเป็นแค่ตัวเอง

โค้ตเดรส จาก ADIC แว่น จาก ARTY & FERN

ELLE: อยากให้คนอื่นใช้สรรพนามแทนโมว่าอย่างไร
MO: She โมว่าเป็นเรื่องธรรมดานะคะ เขาดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของเราก็น่าจะบอกได้ คือการที่เราพูดคุยกับใคร เราไม่ได้ไปขอดูบัตรประชาชนเขาหรือว่าเขาต้องเปิดเสื้อผ้าให้ดูนี่คะแล้วถึงจะรู้ว่าเขาใช้คำหน้าชื่อว่านาย นาง หรือนางสาว เราดูจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นเอง ถ้าใครเรียกแทนโมว่า he ก็ไม่ติด เขาจะเรียกอะไรก็เรื่องของเขา เหมือนเวลาเราจะเรียกแทนเพื่อน เราจะเรียกว่า อี คุณ แก ก็อยู่ที่เราเลือก เราบังคับใครไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามความคิดเห็นมันก็ง่ายๆ ถ้ารูปลักษณ์เขาเป็นชายก็เรียกว่า he ถ้าดูเป็นหญิงก็ she ไปค่ะ

ELLE: ในต่างประเทศอย่างแคนาดาหรือนิวยอร์ก เพศทางเลือกเรียกร้องจนมีกฎหมายที่ให้คนอื่นๆเรียกสรรพนามตามที่คนนั้นต้องการ ไม่จำกัดแค่ he she อาจจะเป็น ce, hee, shee เป็นอะไรก็ได้เลย
MO: โมคิดว่าเราไม่ต้องตั้งสรรพนามใหม่มาเรียกเราหรอก เท่าที่มีอยู่คือเขา เธอ ฉัน he she I ก็ดีแล้ว ถ้าเรียกร้องให้ใช้คำอื่นแบบที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ บางคนขอให้เรียกตัวเองว่า they ไม่ใช่ he หรือ she โมว่ายิ่งไปทำให้แบ่งแยกกันมากขึ้นไปอีก แต่เรื่องรสนิยมทางเพศเราไม่จำเป็นต้องประกาศตัว ยิ่งตอนนี้มีเพศทางเลือกมากมาย LGBTQ+++++ พลัสจนเรายังงง เพราะรสนิยมทางเพศของคนเปลี่ยนไป ทางเลือกก็เลยมากขึ้น มันคือความหลากหลาย แต่สำหรับโมความแน่ชัดยังอยู่ที่ LGBTQ โมไม่เข้าใจพลัสที่เพิ่มเข้ามาว่าคืออะไร เราอาจจะยังไม่เคยเจอหรือยังเข้าไม่ถึง

ELLE: ทางชีววิทยาบอกว่ามีแค่ 2 เพศคือชายและหญิงตามโครโมโซม
MO: ถูกค่ะ โลกนี้มีแค่สองเพศในทางวิทยาศาสตร์ แต่มันมีมิติอื่นอีก โลกนี้เลยมีเพศทางเลือกมากกว่า 2 เพศ แต่สิ่งที่โมเรียนรู้ก็คือ เราไม่ควรถามเพศใครเลย และเราไม่จำเป็นต้องประกาศตัวเองว่าเราเป็นเพศอะไร ไม่ต้องแนะนำตัวเองว่า สวัสดีค่ะ ฉันเป็นทรานส์ เราเป็นเรา เราไม่ต้องแอ๊บเสียงด้วย ใครจะพูดลับหลังว่าเราเป็นอะไรนั่นอีกเรื่อง แต่โมเคยไปทำงานที่ฮ่องกง เขาบอกให้แอ๊บเสียงเป็นผู้หญิง เราทำไม่ได้และไม่ได้อยากจะทำด้วย

ELLE: ปี 2020 นี้คิดว่าในเมืองไทยเปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้นไหม
MO: ไม่เลย เรายังต้องพิสูจน์ตัวเองเยอะแม้ว่าเราก้าวมาอยู่ในที่สว่าง มีชื่อเสียงจากตำแหน่ง Miss International Queen 2016 แต่เราต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าผู้หญิงและผู้ชาย เราอยากเดินแบบก็ต้องพยายามมากว่าเราทำได้จริงๆ รูปลักษณ์อย่างโมอาจจะมีโอกาสได้งานมากกว่าคนที่มีรูปลักษณ์แบบกึ่งกลางที่ระบุเพศไม่ได้ แต่ในต่างประเทศ Gender Fluid มาแรงมาก มีนายแบบผมยาว แต่งเป็นหญิงก็สวย แต่งเป็นชายก็หล่อ ได้งานทุกอย่าง เขาไม่ต้องระบุเพศเลยก็สามารถทำงานได้ทุกอย่างในวงการแฟชั่น สิ่งที่โมเจอมากับตัวเองถึงได้มาตั้ง Feline Agency บางงานลูกค้าก็ยังเลือกเพศ เขาเห็นรูปร่างหน้าเราแล้วชอบ แต่พอรู้ว่าเราเป็นทรานส์เขาก็ไม่เอา แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ ให้ทรานส์ใช้แล้วภาพลักษณ์ดูไม่ดี
ELLE: เจอแบบนี้แล้วรู้สึกอย่างไร

MO: มันชิน เจอมาหลายครั้งละ

ELLE: ก่อนจะชินนี่รู้สึกอย่างไร
MO: เจ็บสิคะ เราก็ต้องเข้าใจว่าทำอย่างไรได้ ลูกค้าไม่เลือกก็คือไม่เลือก จน Milin จะจัดแฟชั่นโชว์ พี่มี่ (มิลิน ยุวจรัสกุล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์) ถามว่าจะเดินหรือนั่งดู เราก็บอกว่าขอไปแคสต์เดินแบบได้ไหม เขาก็ตกใจว่าโมยังต้องแคสต์งานอีกเหรอ เลยนั่งคุยเรื่องที่เราเจอมาให้เขาฟังว่า ความหลากหลายมันยังไม่มีจริงๆสักทีในเมืองไทย ต่อยอดมาเป็นไอเดียว่าทำไมเราไม่ทำเอเจนซี่ที่ให้โอกาสความหลากหลายจริงๆ ตอนแรกอยากทำแค่ในกลุ่ม LGBT แต่โดนติว่าทำไมไม่มีผู้หญิงกับผู้ชาย จะแบ่งแยกไปอีกทำไม อ้าว...งั้นไม่ต้องแบ่งแยกเลยค่ะ จะเป็นเพศอะไร จะอ้วน จะผอม ผิวสีอะไรมาค่ะ เราดูความสามารถ คาแร็กเตอร์ และทัศนคติกันล้วนๆ ใครอยากเป็นอะไรเราจะสนับสนุน อยากเป็นนางงาม นางแบบ อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ ฯลฯ เด็กรุ่นใหม่มีดีเยอะมาก บางคนพร้อมมากจนเราตกใจว่าไปอยู่ที่ไหนมา เราเคยได้รับโอกาสก็อยากให้มีโอกาสสำหรับคนอื่นเยอะๆ มีช่วงหนึ่งคิดว่าจะเป็นแคสเตอร์ด้วยนะ เพราะชอบเล่นเกมมาก คนเล่นเกมรู้จักเราเยอะเพราะไม่มีทรานส์ร่างผู้หญิงที่เล่นเกมเก่งกว่าผู้ชายและผู้หญิง

ELLE: ไม่ติดใช่ไหมที่คนจะรับรู้ว่าโมคือทรานส์เล่นเกมเก่ง ไม่ใช่รับรู้ว่าโมเล่นเกมเก่ง
MO: ไม่ติดเลย จะเรียกอะไรก็เรียกไป เหนื่อยแล้ว ขี้เกียจไปบอกใครว่าเธอต้องเรียกฉันว่าผู้หญิงนะ เพื่ออะไร นั่นเรื่องของเขา เราไม่เอามาใส่หัว พอเราข้ามเรื่องของคำเรียกไปได้แล้วเราจะรู้สึกเป็นอิสระมาก กลับกันถ้าเราเรียกร้องก็เหมือนเราไปบังคับคนอื่นให้ทำอย่างที่เราต้องการ เรียกฉันว่าผู้หญิงสิๆ มันก็ไม่ใช่นะ โมว่าทุกคนมีช่วงที่เราต้องเลือกว่าจะแต่งชายหรือแต่งหญิง ตอนม. ปลายเราเริ่มโต อยากใช้ชีวิตเป็นผู้หญิง อยากใส่ชุดชั้นในของผู้หญิง อยากใส่เสื้อกล้าม เป็นสิ่งที่เรารู้สึกเองจากข้างในและพยายามแสดงออกมา แต่โดนต่อต้านจากครอบครัว กรณีเพื่อนโมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงและไม่ได้อยากเป็นผู้ชาย สุดท้ายเขาเลือกใช้ชีวิตเป็นผู้ชาย แต่งตัวเป็นชาย แต่มีรสนิยมทางเพศที่ชอบผู้ชายด้วยกัน

ELLE: อย่างเรื่องกฎหมายสำหรับเพศทางเลือก โมอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงประเด็นไหนบ้าง
MO: มีช่วงหนึ่งที่คนเรียกร้องให้ทรานส์ใช้คำนำหน้าเป็นนางสาวได้ โมเห็นด้วยในบางประเด็น ถ้ามีทรานส์ที่ใช้คำนำหน้าเป็นนางสาวไปหลอกคนอื่นจะทำอย่างไร มันต้องมีกระบวนการคัดกรองมากๆ โมไม่ได้รู้สึก 100% ว่าอยากเปลี่ยนคำนำหน้า แค่รู้สึกในบางสถานการณ์ เช่น ตอนเดินทาง ลำบากมาก ตม. จะงงใส่ตลอดว่า อ้าว นี่ผู้ชายหรือผู้หญิง ก็ว่าเขาไม่ได้ คำนำหน้าชื่อเราเป็นนาย แต่รูปลักษณ์เราเป็นผู้หญิง เขาก็ต้องคิดสงสัยว่านี่คนคนเดียวกันหรือเปล่า เธอคือใคร และเราเห็นใจในแง่การใช้ชีวิตคู่ เพศทางเลือกบางคู่อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆปี แต่พอคู่เสียชีวิต ทรัพย์สินที่เขาทำมากลับตกเป็นมรดกของญาติ มันก็น่าเห็นใจ และมีเรื่องต้องเรียกร้องกันไม่รู้จบ โมไม่ได้อยากเรียกร้องอะไร แค่รู้สึกส่วนตัวว่ากลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวนะ โมมีญาติเป็นเกย์แล้วเขาอยู่คนเดียว วันหนึ่งป่วย ไม่มีใครดูแล เป็นภาพจำของเรามากว่าเพศทางเลือกต้องอยู่คนเดียว เหงา ไม่มีคู่ นี่คือสิ่งเดียวที่กลัว เลยพูดกับเพื่อนว่าถ้าแก่ตัวแล้วไม่ได้แต่งงาน เรามาอยู่ด้วยกันเถอะ

View this post on Instagram

???????? @abuabooabu

A post shared by Mo Jiratchaya Sirimongkolnawin (@mojiratchayaa) on

ELLE: เอ่อ เพศไหนก็อยู่คนเดียวหรือมีคู่ได้นะ
MO: (หัวเราะ) จะเพศไหนก็กลัวเหงาเหมือนกัน
ELLE: เคยสงสัยคนอื่นบ้างไหมว่าเขาเป็นเพศอะไร
MO: เราเคยเจอคนคนหนึ่งสวยมาก แต่ผมสั้นเหมือนทอม เรามองเขาแล้วคิดว่าเขาเป็นอะไร นั่งคิดไปคิดมาก็คิดได้ว่าแม้แต่เรายังมีคำถามในใจ แล้วเราจะไปตัดสินเขาทำไม จะอยากรู้ไปทำไมว่าเขาเป็นอะไร โมคิดว่าไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ไม่ควรถามใครทั้งนั้นว่าเขาเป็นเพศอะไร พูดตรงๆคือเราอยากรู้เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น หรือเป็นความเผือกของเราเท่านั้นเอง

Elle Special May 2020
#ELLEempowerswomen

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
MAKE-UP: สัณห์สมร ตันติโชติรัตนา, ถิรวัฒน์ ใจธรรม
HAIR: อัครชัย ดีดพิณ, คันธรส แสนวงษ์
PHOTOGRAPHER: AKKAPON KAMPUSAN
STYLIST: SLALEE
ASSISTANT STYLIST: เสกสิทธิ์ หนูอินทร์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH