LIFESTYLE

ฉีกบทบาทไม่เหลือเค้าเดิม! ล้วงลึกสัมภาษณ์ฮันโซฮีกับผลงานใหม่ “My Name” ซีรี่ส์บู๊สุดระห่ำแห่งปี

ซีรี่ส์แอ็กชั่นเข้มข้นด้วยเลือดแค้นพร้อมทีมนักแสดงและผู้กำกับฝีมือระดับพระกาฬ

06 OCT 2021
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

จากบทบาทเมียน้อยใน The World of the Married ที่ทำให้ทุกสายตาจดจ้องจนทำให้ชื่อเสียงของเธอเป็นที่ประจักษ์ทั่วโลก และบทบาทอันแสนหวานละมุนของเด็กนักศึกษาคนหนึ่งที่ปรารถนาเพียงรักแท้ใน Nevertheless สู่ "My Name" ผลงานซีรี่ส์แอ็กชั่นบู๊สุดระห่ำโดย Netflix ที่ฉีกภาพจำของ ฮันโซฮี ที่เราเคยเห็นได้อย่างไม่เหลือเค้าเดิม

My Name

หากใครที่ได้ชมตัวอย่างของ My Name ที่ถูกปล่อยมาก่อนหน้านี้แล้วก็คงจะสัมผัสได้ถึงพลังแค้นของสาวฮันโซฮี ผู้รับบทเป็น "จีอู" ที่ตัดสินใจสลัดชีวิตเดิม ละทิ้งตัวตนที่แท้จริงแล้วตัดสินใจเข้าร่วมแก๊งอาชญากรเพื่อตามล้างแค้นให้กับพ่อของเธอซึ่งถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาตั้งแต่เธออายุยังน้อย

และนั่นเป็นเหตุที่ทำให้จีอูต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางการล้างแค้นให้กับพ่อ เธอได้ติดต่อเพื่อนของพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งอาชญากรเพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยวางแผนการล้างแค้น บอสค้ายาของแก๊งดงชอนตอบรับคำขอของจีอูและช่วยสร้างตัวตนและชื่อใหม่ให้กับเธอเพื่อเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ โดยเธอได้ย้ายไปทำงานในแผนกปราบปรามยาเสพติดซึ่งทำให้เธอได้เข้าใกล้ความจริงในการตามล่าหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอ และความต้องการในการล้างแค้นของจีอูนั้นได้กลืนกินชีวิตทั้งชีวิตของเธอเมื่อเธอได้ค้นพบความจริงที่แสนเจ็บปวด

นอกเหนือจากฮันโซฮีแล้วเราก็ยังจะได้ชมฝีมือของนักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถ พัคฮีซุน (รับบท ชเวมูจิน) คิมซังโฮ (รับบท ชากีโฮ) อันโบฮยอน (รับบท จอนพิลโด) ที่เราคุ้นตาจากบทบาท จางกึนวอน ลูกชายคนโตของประธานชางกา จากซีรี่ส์ Itaewon Class อีฮักจู (รับบท จองแทจู) กับบทบาท พัคอินกยู สุดร้ายกาจใน The World of the Married และจางรยูล (รับบท โดกังแจ) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแสดงราวรุ่งที่เคยฝากผลงานเด่นๆ ให้คนดูไว้มากมาย

จางรยูล - คิมซังโฮ - พัคฮีซุน - ฮันโซฮี - คิมจินมิน - อันโบฮยอน - อีฮักจู

ด้วยความที่ My Name เป็นซีรี่ส์แนวแอ็กชั่น-นัวร์ อัดแน่นไปด้วยฉากบู๊สุดลุ้นระทึกเต็มขั้นก็คงสรุปได้เลยว่าซีรี่ส์เรื่องนี้จะทำให้คุณเห็นตัวละครหลักที่เป็นผู้หญิง "บู๊แหลก" จัดเต็มฉากแอ็กชั่นอย่างถึงพริกถึงขิงและสมจริง! ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรี่ส์ My Name อันโบฮยอนเปิดเผยว่า “ฉากบู๊ของเราไม่ค่อยได้พึ่งสลิงและงานตัดต่อคอมพิวเตอร์กราฟิกมากนัก เป็นการบู๊ที่ขับเคลื่อนโดยอารมณ์ตอนเข้าฉาก ผมมองว่ามันเป็นการบู๊ของจริงและบู๊ไปตามอารมณ์”

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ คิมจินมิน ผู้กำกับมากความสามารถมือฉมังที่เคยกำกับเรื่อง Extracurricular และยังเป็นที่ชื่นชมต่อเหล่านักแสดงทุกคน ผู้กำกับคิมจินมินได้ย้ำถึงความพิเศษของซีรี่ส์เรื่องนี้และกล่าวชื่นชมเหล่านักแสดงว่า “ผมรู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะทีมของเราบู๊กันสนั่นสุดๆ มากกว่าที่คุณเห็นในโปรเจ็กต์อื่นๆ เลยก็ว่าได้”

พัคฮีซุนได้ออกปากชื่นชมผู้กำกับคิมจินมินว่า กำกับเรื่อง Extracurricular ได้สุดยอดมากๆ นั่นทำให้เขาเชื่อมั่นในฝีมือของผู้กำกับคิมจินมิน ส่วนอันโบฮยอนยังเสริมต่ออีกว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของผู้กำกับคิมจินมินและซีรี่ส์เรื่อง Extracurricular หากพิจารณาดูจากผลงานการสร้างเรื่องราวที่ดำมืดแนวรุนแรงจากซีรี่ส์เรื่องนี้แล้วก็คาดหวังได้เลยว่าการกำกับลงลึกในรายละเอียดของ My Name จะอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่แพ้กัน ตัวผู้กำกับคิมจินมินเองก็ได้เผยถึงความตื่นเต้นที่ได้กลับมาทำซีรี่ส์แนวแอ็กชั่นเหมือนที่เขาเคยได้กำกับเมื่อนานมาแล้ว

นอกจากนี้ทางผู้กำกับคิมจินมินก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่เสนอบทให้กับฮันโซฮี เขาได้ถามฮันโซฮีว่าเธอพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับการฝึกฝนสำหรับการแสดงสุดบู๊นี้มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเธอไม่มั่นใจและมุ่งมั่นที่จะฝึกซ้อมอย่างจริงจังเขาก็จะไม่ร่วมงานกับเธอ ฮันโซฮีตอบตกลงในทันทีโดยไม่ผ่านผู้จัดการส่วนตัว และให้คำมั่นสัญญากับเขาว่าจะฝึกฝนอย่างหนัก

เมื่อแอลได้ถามฮันโซฮีว่าเธอมีการเตรียมตัวอย่างไรกับการถ่ายทำซีรี่ส์เรื่องนี้ทั้งด้านอาหารการกิน การฝึกซ้อม ด้วยฉากต่อสู้ที่ต้องใช้กำลังอย่างมหาศาลซึ่งแตกต่างกับบทบาทที่เธอเคยได้รับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เธอได้เผยว่า เธอไม่ได้มีการควบคุมอาหารอะไรเป็นพิเศษ แต่ด้วยตัวละครที่จะดูอ่อนแอไม่ได้ เธอเลยพยายามเตรียมร่างกายให้พร้อม ได้เข้าคลาสเรียนการต่อสู้และฝึกซ้อมทั้งวันทั้งคืนประมาณ 3 เดือนก่อนเปิดกล้อง สิ่งที่เธอโฟกัสเป็นพิเศษก็คือการขจัดความกลัวในขณะที่เข้าฉากแอ็กชั่น หากคุณยังคิดไม่ออกว่าฮันโซฮีฝึกหนักแค่ไหนตลอด 3 เดือน เราขอบอกตรงนี้ว่าเธอมีน้ำหนักกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาถึง 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว!

ฮันโซฮีเล่าต่อว่า การถ่ายทำซีรี่ส์เรื่องนี้ทำให้เธอค้นพบว่าตัวเองไม่ค่อยรับรู้ถึงความเจ็บ ไม่ว่าจะบาดเจ็บน้อยหรือมากขณะถ่ายทำ เธอรู้สึกสนุกไปกับการถ่ายทำจนลืมความเจ็บไปเลย สิ่งที่เธอชอบที่สุดคือช่วงที่ได้ฝึกการต่อสู้กับทีมครูฝึกและนักแสดงท่านอื่นๆ ในช่วง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน กลายเป็นความทรงจำที่ดี และถือเป็นช่วงเวลาที่เธอมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดีมาก

ทางอันโบฮยอนเสริมว่า เขาเจอฮันโซฮีครั้งแรกที่โรงเรียนสอนการแสดงแอ็กชั่น และเขาเห็นเธอฝึกฝนอย่างหนัก ซึ่งนั่นทำให้เขาค่อนข้างประทับใจในตัวเธอ ส่วนฮันโซฮีก็ได้เผยความในใจว่าเธอมีความแอบกลัวอันโบฮยอนในช่วงแรกๆ ด้วยคาแร็กเตอร์ของเขา แต่พอได้ทำความรู้จักแล้วพวกเขาก็ได้สนิทกันมากขึ้น เธอได้รับคำแนะนำดีๆ ในการฝึกซ้อมจากอันโบฮยอน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสมาธิในการฝึกซ้อม หรือ การออกกำลังกายที่ตัวเขามีประสบการณ์มายาวนาน

หลายปีมานี้จะเห็นได้ว่าซีรี่ส์เกาหลีมีตัวละครที่เป็นหญิงแกร่งเหมือนจีอูในเรื่อง My Name ปรากฏตัวมากขึ้น แต่ฮันโซฮีได้เผยว่าจุดที่ทำให้ My Name แตกต่างคือตัวละครที่ต้องยอมทิ้งอนาคตและชื่อตัวเองหรือเรียกว่ายอมทิ้งชีวิตก็ว่าได้ ซึ่งทำให้เรื่องราวของเธอดูน่าสงสารและรันทดมากขึ้น ในส่วนของแรงบันดาลใจของฮันโซฮีสำหรับการถ่ายทอดบทนำสุดหินในครั้งนี้มาจากการชมผลงานที่ตัวละครหลักเป็นผู้หญิงอย่างเรื่อง Atomic Blonde และ The Old Guard

จากการพบปะกันของนักแสดงในเรื่องนี้และใช้เวลาฝึกซ้อมด้วยกันนั้นทำให้พวกเขาสนิทสนมกันมาก ต่างค้นพบตัวตนในมุมใหม่ของกันและกัน คอยถามไถ่กันในกรุ๊ปแชท ทางผู้กำกับคิมจินมินเองก็ยังได้เอ่ยปากขอบคุณสองนักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถ พัคฮีซุน และ คิมซังโฮ ที่ใช้ประสบการณ์การแสดงที่สั่งสมมาคอยช่วยชี้แนะและให้คำแนะนำกับเหล่านักแสดงของซีรี่ส์เรื่องนี้อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

พัคฮีซุน

คิมซังโฮ

Messages to Thai Fans

แฟนๆ คนไหนที่รอชมผลงานเรื่องนี้อยู่ 3 นำแสดงนำหลักของเราก็ได้มีความในใจมาฝากอีกด้วย

Photo: Zoo Yong-gyun

Photo: Zoo Yong-gyun

"ขอบคุณที่ให้การตอบรับที่ดีและคอยสนับสนุนจากทางไกลค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้พบปะแฟนๆ จากทั่วโลกผ่านผลงานทาง Netflix ขอบคุณที่คอยติดตามและมอบความรักให้ สัญญาว่าจะตอบแทนทุกๆ คนค่ะ" - ฮันโซฮี

Photo: Zoo Yong-gyun

Photo: Zoo Yong-gyun

"รู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่แฟนๆ จากหลายประเทศจะได้รับชมผลงานที่พวกเราแสดงผ่านทาง Netflix ผมจะตั้งตารอวันที่ได้ไปพบกับแฟนๆ ชาวไทยด้วยตัวเองเลยครับ" - อันโบฮยอน

Photo: Zoo Yong-gyun

Photo: Zoo Yong-gyun

"น่าเสียดายที่ไม่สามารถเดินทางไปประเทศไทยได้ในสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ รู้สึกดีใจมากที่แฟนชาวไทยรอชมซีรี่ส์ของเราอยู่ ใจจริงอยากจะไปแนะนำผลงานถึงประเทศไทยเลย อย่างไรก็อดใจรอกันอีกนิดนะครับ รอรับชมได้วันที่ 15 ตุลาคม นี้ครับ" - พัคฮีซุน

Photo: Zoo Yong-gyun

Photo: Zoo Yong-gyun

เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจรวมถึงฝีมือของตัวนักแสดงและผู้กำกับขนาดนี้ ก็คงการันตีได้ว่าเราจะได้เห็นความสนุกเข้มข้นและลุ้นตัวโก่งไปกับเรื่องราวการล้างแค้นสุดที่อัดแน่นไปด้วยฉากบู๊ระห่ำสุดมันกันอย่างแน่นอน ติดตามรับชมซีรี่ส์เรื่อง My Name ได้ในวันที่ 15 ตุลาคม นี้ เวลา 14:00 น. ทาง Netflix

TAGS:

Netflix
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH