LIFESTYLE

วิถีแบบ New Normal ในฉบับของ อาร์ม-ปาณพล ผู้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยจุฬาฯมาร์เก็ตเพลส

จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งโอกาสที่ที่ชื่อว่าจุฬาฯมาร์เก็ตเพลส

15 MAY 2020
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

หลังจากเกิดเหตุการณ์วิกฤต Covid-19 หลายๆ คนก็ได้รับผลกระทบจากหลายๆ ด้าน การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยออกไปจับจ่ายใช้สอยได้ปกติ ก็เปลี่ยนเป็นการช้อปออนไลน์เพื่อความปลอดภัย และนี่เองจึงกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ หรือ New Normal ที่ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งจากเดิมที่เรามีช่องทางออนไลน์เป็นเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อการซื้อขายแต่ อาร์ม-ปาณพล กลับเปลี่ยนแปลงตลาดออนไลน์ให้กลายเป็นสังคมที่ทุกคนแลกเปลี่ยนกันทั้งสินค้าและไมตรีในพื้นที่แห่งโอกาสที่เราเรียกว่า "จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส" และวันนี้แอลได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาร์ม-ปาณพล ย้อนรอยถึงการก่อตั้งพื้นที่แห่งความสุขในช่วงวิกฤตให้หลายๆ คนได้ค้นพบทางออกขณะที่สถาการณ์ไม่เป็นใจ ลองมาฟังกันว่าอะไรที่ทำให้ชุมชนนี้กลายเป็นพื้นที่ที่เปรียบเสมือนครอบครัว

จุดเริ่มต้นของจุฬาฯมาร์เก็ตเพลส ?

ต้องเล่าย้อนไปก่อนว่าอาร์มเป็นศิษย์เก่าแอลไทยแลนด์นะครับ (หัวเราะ) ก็ได้ออกมาทำอีเวนท์ออแกไนซ์เซอร์กับมาร์เก็ตติ้งเอเจนซี่ครับ แล้วก็เดิมเป็นศิษย์เก่าที่จุฬาฯ และในช่วงโควิดนี้เราเองก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ 100% ธุรกิจออแกไนซ์เซอร์ก็คือไม่มีรายได้เลยครับ ก็คือมีร้านขนมของคุณแม่ ชื่อร้าน “สูตรแม่แมว” เป็นร้านเล็กๆ ที่คุณแม่ทำหลังเกษียณ ซึ่งเคยมีพี่ที่ออฟฟิศเขาเคยเอาขนมของคุณแม่ไปโพสต์ลงในกรุ๊ปไลน์หมู่บ้านให้คนมาซื้อกัน ปรากฏว่ามันได้ยอดแบบพอๆ กับหน้าร้านในไอจีในเฟซบุ๊กเราเลย เราก็รู้สึกว่าเออมาร์เก็ตติ้งโมเดลแบบที่มันเป็นกรุ๊ปเนี่ย มันน่าสนใจ มันเห็นหน้าตาคนซื้อจริงๆ มันรู้ว่าใครเป็นคนเอามาขาย ก็เคยคิดอยู่แล้วว่าอยากหาพื้นที่แบบนี้ในการขายของ ให้คนมารวมกัน 

ซึ่งประกอบกับเมื่อประมาณ 2 วันก่อนที่เราจะก่อตั้งเราเห็นฝั่งธรรมศาสตร์เขามีเป็นกลุ่มเหมือนกัน ซึ่งเราก็เข้าไปเห็นบรรยากาศการซื้อขาย ก็เลยมาโพสต์ถามใน Facebook ส่วนตัวว่าของจุฬาฯมีใครทำหรือยัง ถ้าเกิดว่ามีแล้วก็จะขอเป็นแค่ผู้เข้าร่วมเฉยๆ แต่ปรากฏว่าเพื่อนๆ ก็มาเชียร์บอกว่ายังไม่มีใครทำ ให้ทำเลยๆๆ เราก็ทำขึ้นมาโดยปราศจากการไตร่ตรองอะไรเลย ปรากฏว่าพอทำเสร็จกระแสมันดีมาก คือ 18 ชั่วโมง 10,000 member ก็น่าตกใจเหมือนกันสำหรับอาร์มนะ ที่อาร์มไม่เคยมีประวัติงานการทำเป็นแอดมินกลุ่มอะไรอย่างนี้มาก่อนครับ ก็ถือว่าเป็นแบบเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับเรา

ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านมาร์เก็ตติ้งมาก่อนเลย?

ก็คือพอรู้บ้าง ใช้คำว่าพอรู้บ้างดีกว่า รู้ว่าโอเคฟีเจอร์ไหนใช้ยังไง เป็นแอดมินเพจของเราเอง คือพอรู้จักฟีเจอร์ แต่ว่าที่ทำในสเกลดูแลคนเป็นหมื่นเป็นแสนคนเนี่ย มันต้องตั้งกฏยังไง ฟีเจอร์ในการกรอง ในการสกรีนตอนแรกคือศูนย์เลยครับ คือ Learning by doing อะแหละ

จุดยืนของจุฬาฯมาร์เก็ตเพลส?

จริงๆ แล้วชุมชนนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือการค้าขาย การค้าขายในที่นี้หมายถึงสินค้า บริการ ธุรกิจเล็กใหญ่ทั้งหมด คือการรันเศรษฐกิจ วัตถุประสงค์รองลงมาคือการทำให้สมาชิกได้มาพบเจอกัน คุยกัน เพื่อนเจอเพื่อน ครูบาอาจารย์เจอนักเรียน เพราะว่าตอนนี้มีสมาชิก 220,000 คนแล้วมันก็อาจจะทำให้เราได้มาเจอใครบางคนหรือมาเจอเพื่อนๆ เก่าๆ อะไรอย่างนี้ซึ่งก็จะมีสิ่งที่ห้ามขายอย่างเช่นของผิดกฏหมายของผิดลิขสิทธิ์ตามทั่วไปเลยอะครับก็คือไม่ผิดกฏหมายก็คือขายได้

เรามีวิธีคัดกรองชุมชนอย่างไร?

ก็มีทีมดูแล มีแอดมินหลายคนที่ดูหลังบ้าน ซึ่งเราก็เพิ่งประกาศไปว่าถ้าเห็นคนที่ดูแบบผิดกฏ คือบางคนอาจจะของไม่ผิดกฎหมาย แต่ดูเป็นมิจฉาชีพที่เป็นแบบแม่ค้ามืออาชีพสอดแทรกเข้ามา ปลอมแปลงโปรไฟล์เอารูปมาเปลี่ยน สุดท้ายพอคลิกเข้าไปดูคือไม่มี Mutual Friend เป็นคนจุฬาฯเลย อันนี้ก็พอจะเดาได้ แต่กับของผิดลิขสิทธิ์ ผิดกฎหมายก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้สมาชิกก็จะเริ่มเร็วแล้ว ช่วยเหลือเราด้วยการที่เขาก็จะรีพอร์ตไปที่หลังบ้าน แอดมินเห็นก็จะลบและเตะออกจากกลุ่มได้อย่างทันเวลา

มีการวางแผนโปรโมตในอนาคตเพิ่มเติมอย่างไร

คือตอนนี้ก็มีพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชน ด้วยการที่เราเองเคยทำสื่อมวลชนมาก่อนด้วย ก็จะมีคนรู้จัก เขาติดต่อมาเหมือนได้ฟรีมีเดียจากพี่ๆ สื่อมวลชน เพราะหลายๆ คนก็เป็นศิษย์เก่าและเป็นสมาชิกกลุ่ม เขาก็อยากจะเขียนเรื่องของกลุ่มเรา แต่ว่าอย่างในอนาคตที่จะพัฒนาไปโปรโมตเพิ่มเติมก็อยู่ในช่วงคิดอยู่ คือจริงๆ มีหลายๆ เขาติดต่อมา ก็อยู่ในช่วงพิจารณา ก็อยากจะให้ช่วงสถานการณ์ Covid-19 หรืออะไรเรียบร้อยเสียก่อนครับ

เสน่ห์ของจุฬาฯมาร์เก็ตเพลส?

อาร์มว่ามันทำให้พฤติรรมการซื้อของออนไลน์จากที่ตอนแรกซื้อผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งบางทีมันแอบกึ่งๆ เป็นวันเวย์คอมมิวนิเคชั่นเนอะ เวลาเราซื้อของในแอพ การกดลงตะกร้าอะไรอย่างนี้ ซึ่งประสบการณ์การซื้อขายมันก็คงไม่เหมือนแบบนี้ที่เราทักไปใต้คอมเมนต์เลย เห็นว่าใครขาย มีการคุยกัน มันมีเซ้นของความเป็นคนไม่ใช่บ็อท มันมีเสน่ห์ตรงนี้ด้วย อย่างเช่นการทัวร์ลงในร้านที่ขายดี สมมุติคนมาโพสต์ขายของที่เป็นที่ต้องการ เราเห็นบรรยากาศของการ CF ยาวเป็นพรืด คนมันก็ยิ่งสร้างอุปทานอีก เพราะบางที่เราซื้อของทางแอพพิลเคชั่นเราอาจจะไม่เห็นเนอะ ว่ามันขายดีมีคนซื้อไปกี่มากน้อย มันก็เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่การค้าขายในแอพพลิเคชั่นอาจจะไม่ได้เห็นแบบนี้ 

ส่งผลให้ทิศทางของธุรกิจออนไลน์เปลี่ยนไป?

การโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวหรือสร้างไอจีสร้างเพจขึ้นมาใหม่ บางทีมันไม่ทันท่วงที ยกตัวอย่างเช่นเป็นลูกเรืออย่างนี้ ปกติไม่ได้ค้าขายอะไร แต่ช่วงนี้มันแบบ ก็คือพูดง่ายๆ ตกงานชั่วคราวไม่มีบิน จะขายของ จะมีโปรดักอะไรออกมาใหม่กว่าจะเริ่ม launch เพจมันก็ใช้เวลา แต่พอมาตรงนี้ มันมีพื้นที่ มันเหมือนมีทั้งผู้ซื้อผู้ขาย มันกว้างมากพออะครับ ก็เลยกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนไปชวนกัน ซึ่งหลายๆ คนก็ถือว่าแบบชีวิตพลิกนะ ยอดขายแบบได้ New High ไปเลยแบบบางทีขายหน้าร้าน บางคนก็เป็นธุรกิจ B2B กันที่นี่ได้เลย มันก็ทำให้สังคมมันเติบโตเร็ว มันก็มีหลายเคสที่เขามาขอบคุณเราจริงๆ อย่างเกษตรกรหรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาเคยต้องส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งกำลังซื้อของตลาดกลางมันก็ลดลงเนอะ ตอนนี้เขามาขายตรงกับผู้บริโภค อย่างพวกผัก ผลไม้อะไรอย่างนี้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เห็นๆ เลยอะ ซื้อขายโอนกันตรงๆ

คิดว่าคนไทยมีความนิสัยเห่ออะไรเป็นพักๆ ไหม?

ก็รู้สึกว่ามันอาจจะมีความไม่แอคทีฟเท่านี้ใน ณ วันหนึ่ง คิดไว้แล้วว่าพอวันหนึ่งคนออกมาเดินห้างได้ คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ไปเที่ยวผับบาร์ปาร์ตี้ได้ ไม่ต้องถูกจำกัดว่าต้องอยู่ในบ้าน กลุ่มเองก็จะมีความซบเซาลง แต่อาร์มก็จะต่อยอดให้เป็นพื้นที่ของโอกาสที่มันจะอยู่ต่อไป สมาชิกที่มารวมกันสองสามแสนคนในอนาคต มันก็จะเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถใช้ในการส่งข่าวสาร โปรโมตสินค้าและบริการของธุรกิจได้ต่อในอนาคต แต่คิดว่ามันจะแอคทีฟลงไหม อาร์มว่ามันอาจจะต้องมีแหละ แต่ว่าเราเองในฐานะผู้ก่อตั้งก็มีโปรเจกต์ที่อยากจะ maintain ให้คนอยู่ตรงนี้ เพราะมันก็มีบางส่วนที่ออฟไลน์ก็ให้ไม่ได้นะครับ

ความตั้งใจต่อจุฬาในอนาคตมีทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง

ทิศทางในอนาคตคืออยากทำให้คนได้มาเจอกันจริงๆ เป็นครั้งคราว เป็นแฟร์ เป็นเฟสติวัลประจำปี เป็นตลาดออฟไลน์ หรือเป็นช่องทางในการที่ให้ทุกคนได้มีแอคทิวิตี้ออนไลน์ร่วมกัน เหมือนเป็นสังคมเป็นคอมมิวนิตี้ เพราะการรวมรุ่นของคนมากๆ ออฟไลน์อาจจะทำไม่ได้ พอกลับสู่สถานการณ์ปกติก็จะทำควบคู่กันไปทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ก็จะมีแคมเปญ เหมือนเป็นห้างๆ หนึ่งจริงๆ ที่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ครับ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH