LIFESTYLE

เที่ยวปารีสสไตล์สาวปารีเซียงคืนถิ่น

ลืมภาพจำปารีสสุดโรแมนติก แล้วไปทัวร์มุมลับของสาวปารีเซียง

16 NOV 2018

ด้วยหน้าที่ของการไปชมปารีส แฟชั่นวีก ในทุกซีซัน ซึ่งจะมีสูตรการจัดงานเช่นเดียวกับเมืองแฟชั่นใหญ่ๆ คือโชว์ใครโชว์มัน แต่ละแบรนด์ปล่อยของกันเต็มที่ในพื้นที่ของตัวเอง ทุกแบรนด์ก็จะไปหาที่ที่เป็น Historic Building อย่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โบสถ์ มิวเซียม ผู้ชมก็จะย้ายไปตามสถานที่จัดงาน เราก็จะได้เห็นหอไอเฟลอยู่ลิบๆ อย่างคุ้นเคย แม้จะไม่มีเวลาไปทักทายกันใกล้ๆ

ต้องขออภัยล่วงหน้าหากคอนเทนต์นี้ไม่ใช่เนื้อหาสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บข้อมูลไกด์ไปตาม Tour Routing แต่ก็อาจบรรจุสถานที่เหล่านี้เข้าไปในแผนท่องเที่ยวเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ และขอออกตัวไว้เลยว่า ส่วนใหญ่ที่ที่เราไปอาจเป็นร้านทางผ่านที่เจอตอนกลับโรงแรม ร้านกาแฟที่แวะไปจิบทุกเช้าก่อนการทำงานในแต่ละวันจะเริ่มต้น หรือแหล่งช็อปปิ้งที่แว่บไปช่วงเบรกจากการชมโชว์  แต่รับรองไม่ผิดหวัง!

ด้วยความที่มีเวลาแค่อาทิตย์เดียว งานนี้ต้องขอบคุณการบินไทยจริงๆ ที่มีไฟล์ทบินตรง สุวรรณภูมิ – ปารีส ชาร์ล เดอ โกล (BKK-CDG) ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาต่อเครื่อง เปลี่ยนเครื่องโดยไม่จำเป็น มีเวลาตามเก็บแลนด์มาร์กที่อยากไปได้เกือบครบอย่างไม่ตั้งใจ และการได้นั่งในชั้นธุรกิจหรือ Royal Silk Class ก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้นอนในโรงแรมชั้นดีของฝรั่งเศสตั้งแต่ขึ้นเครื่องเลย

Les Halles ย่านที่พักแสนสะดวกใกล้ทุกอย่าง

พอไปถึง ทีมแอล ไทยแลนด์ก็เข้าที่พักย่าน Les Halles อันนี้อย่าเพิ่งเบ้ปากมองบน เพราะทางเราเน้นความสะดวกสบายใจกลางปารีส สไตล์สาวแฟบ้านไกลเวลาน้อย ย่านนี้ให้อารมณ์เหมือนพักอยู่กลางสยามสแควร์ จะเดินทางไปไหนก็ใกล้เว่อร์ เพราะมี Metro อยู่ติดโรงแรม และเราได้เริ่มต้นเช้าวันทำงานด้วยกาแฟหอมกรุ่นในคาเฟ่น่ารักๆ ที่ชื่อว่า Matamata Coffee ที่เรากล้าแนะนำ เพราะกาแฟอร่อย บริการดี แถมมีขนมสไตล์ Healthy เอาไว้เพิ่มพลังยามเช้า บางวันก็เปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งที่ Café Kitsune ร้านกาแฟเก๋ๆ ของดีไซเนอร์ก็เพลินไปอีกแบบ

Photo: Matamata Coffee

ถัดจากร้านกาแฟไปไม่กี่สิบก้าว จะพบร้านน้ำหอมที่ชื่อว่า Nose หากเราจะเรียกร้านนี้ว่าแล็ปน้ำหอมก็คงไม่ผิด เพราะร้านนี้ไม่ได้ขายน้ำหอมอย่างเดียว แต่เป็นประสบการณ์ระหว่างการเลือกกลิ่นที่จะกลายเป็นซิกเนเจอร์ของคุณต่างหาก พนักงานอาจจะถามเราว่าใช้น้ำหอมอะไรมาบ้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แล้วเอาข้อมูลไปประมวลผลว่า น้ำหอมในร้าน กลิ่นไหนที่เหมาะกับเรา แถมยังเลือกน้ำหอมได้ถูกใจเราอีกต่างหาก ทำให้ที่นี่ก็เป็นร้านให้คำปรึกษาเรื่องน้ำหอมที่เข้าถึงตัวตนของเราได้ดีทีเดียว (แม้มันจะมาจากข้อมูลที่เราบอกไปก็เถอะ)

มีทุกอย่างที่ต้องการที่ Le Marais
ถ้าพูดถึงใจกลาง Le Marais ก็ต้องคิดถึงแหล่งช้อปที่เปิดทุกวัน (ร้านส่วนใหญ่ในปารีสจะปิดวันอาทิตย์) มีทั้งบูทีคน่ารักๆ เอาใจสาวๆ ร้านขายของแต่งบ้าน และของสำหรับความสวยความงามละลานตาไปหมด เป็นย่านที่จะเดินเจอสาวแฟระดับ IT Girl ได้ไม่ยาก (เราเจอ Alexa Chung  และ Caroline de Maigret สองวันติดกันก็แถวนี้) ส่วนร้านที่ห้ามพลาดในย่าน Le Marais ต้องยกให้มัลติแบรนด์สโตร์อย่าง Tom Greyhound, The Broken Arm และ Leclaireur Sevigne นอกจากร้านจะตกแต่งสวยงามเป็นอาหารตาชั้นดีแล้ว ไอเท็มในร้านก็ Rare ชนิดที่เรียกว่าซื้อไปไม่ซ้ำใคร และไม่เสียใจแน่นอน

Photo: Tom Greyhound

อีกหนึ่งร้านโปรดห้ามพลาด เป็นร้านเครื่องหอมโบราณของฝรั่งเศส L’Officine Universelle Buly มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีทว่าถูกหลงลืมไปกว่าศตวรรษ เพิ่งถูกนำมาปัดฝุ่นและเปิดร้านขึ้นใหม่ที่ปารีส บรรยากาศการจัดร้านเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต เพราะยังใช้ช่างไม้ที่สืบทอดเทคนิคการตกแต่งภายในในแบบศตวรรษที่18 ที่เมื่อเข้าไปแล้วจะรู้สึกเหมือนหลงเข้าไปในโลกที่เวลาหยุดเดินเลย

ต่อมาว่าด้วยเรื่องของร้านอาหาร ร้านแรกมีชื่อว่า Derriere แปลตรงตัวว่าเบื้องหลัง หรือบั้นท้ายนั่นเอง จะว่าไปแล้วชื่อนี้ก็ไม่แปลก เพราะตัวร้านซ่อนอยู่ภายใต้ประตูทึบ เปิดเข้าไปพบพื้นที่ร้านชั้นหนึ่งกับชั้นสองมีสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ชอบแบบไหนก็เลือกนั่งกันตามสะดวก ร้านชั้นหนึ่งออกแนวเรโทรยุค70s พอเดินขึ้นชั้นสองกลับปลอมตัวเป็นห้องนอนสไตล์ Boho มีโต๊ะอาหารวางรอบเตียงนอน ชายขอบเตียงนอนถูกแปลงให้เป็นเก้าอี้นั่งทานอาหาร และถ้าเดินไปเปิดประตูตู้ เราจะไม่เจอเสื้อผ้า แต่กลับเจอทางออกไปยังโซนลับที่น่าค้นหา เหมาะกับการเดทเป็นที่สุด

Photo: restaurantderriere

เปิดประสบการณ์แปลกใหม่ในย่าน Pigalle
แต่ก่อนเมื่อเอ่ยชื่อ Pigalle ทุกคนก็คงจะพุ่งความสนใจไปที่ Moulin Rouge กังหันสีแดงตั้งตระหง่านรับแสงแฟลชของนักท่องเที่ยวที่จะต้องมาย่านนี้เพื่อภาพนี้แหละ แต่ใครจะรู้ว่าเดินเข้าไปในซอยข้างๆMoulin Rouge จะพบกับบาร์ลับสุดน่ารักชื่อว่า Bar a Bulles ที่เราสามารถจิบแชมเปญและมองเบื้องหลังของกังหันอันเป็นซิกเนเจอร์ได้สวยๆ ลงตัว

ถ้าหิว ให้เดินมาอีกไม่ไกลจะพบกับร้านอาหารกึ่งคาเฟชื่อว่า Buvette ที่เราขอยืนยันว่าอร่อยจริงไม่เปลืองแคล เอ็นจอยอาหารเสร็จแล้วอย่าลืมแวะไปแชะภาพที่ Pigalle Basketball สนามบาสเก็ตบอลที่เล่นได้จริงและถ่ายรูปสวยสุดๆ ผลงานการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์สตรีทแวร์ Pigalle และ Nike ที่อยากให้มีพื้นที่ให้คนเล่นกีฬาเพิ่มขึ้น

ความฝันของสาวๆ หลายคนที่ครั้งหนึ่งอยากจะไปสัมผัสการเป็นสาวปารีเซียง การเดินทางไปนั้นไม่ยากเพราะวันนี้สามารถบินสบาย จองง่าย จ่ายสะดวก กับ “การบินไทย” บินตรงสู่กรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ไม่ต้องต่อเครื่องได้ทุกวัน โดยมีเที่ยวบินวันละ 1 เที่ยวบิน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไฟล์ทดึกและถึงตอนเช้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 12 ชั่วโมงก็แลนดิ้งสู่เมืองแฟชั่นที่พร้อมจะเปิดประตูสร้างความประทับใจให้ไม่รู้ลืม ด้วยราคาบัตรโดยสารไป-กลับ เริ่มต้นเพียง 29,610 บาท/ท่าน จองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2561

บินสู่ทุกจุดหมาย #สบายต่างกัน กับการบินไทย เพียงคลิก การบินไทย

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH