SIGNATURE

จาก 'แพรี่พาย' ในอดีตที่เต็มไปด้วยอีโก้.. สู่ 'แพร' ที่ค้นพบพลังละมุนใหม่ในตัวเอง

สลัดหัวโขนเพื่อค้นพบคุณค่าในชีวิต

11 FEB 2021

The Humble Force

‘แพรี่พาย’ กลายเป็นตัวตนในอดีตของอมตา จิตตะเสนีย์ ที่ในวันนี้ขอชื่อ ‘แพร’ เฉยๆจากเมกอัพอาร์ทิสต์ดังสุดกู่วันนี้เธอไปนอนข้างเขื่อนมือย้อมผ้าเปรอะตระเวนตามหาสูตรดินสอพองและค้นพบพลังละมุนใหม่ในตัวเอง

“เราไปอยู่หมู่บ้านปกาเกอะญอที่รักป่ามาก ขึ้นเขาที่เชียงใหม่ไปดูชาวเขาทำผ้าใยกัญชง แล้วก็ไปอยู่พัทลุง ชาวบ้านอยากให้เราช่วยเป็นกระบอกเสียงเรื่องเขื่อน” แพรบรรยายคิวงานของตัวเอง ซึ่งยุ่งขิงเหมือนวันที่เธอยังเป็นเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อแพรี่พาย “ปีนี้ตั้งเป้าว่าอยากศึกษาเรื่องดินสอพอง เรื่องภูมิปัญญาบิวตี้ไทย ใครมีแหล่งที่ไหนบอกมาได้ เราอยากไปเรียน”

3 ปีที่ผ่านมาวันๆแพรเอาแต่อยู่ป่า ศึกษาผ้าไทย ตามหาสีในท้องถิ่นต่างๆ “อยากทำ Colour Library” เธอว่าพร้อม ใบหน้าเปลือยสดไร้สีแต่งแต้ม “อยากค้นคว้าไว้ให้เป็นความรู้ส่วนร่วม ใครจะเอาไปใช้แต่งหน้า ทำอาหาร ย้อมผ้า หรือวาดรูปก็ได้ ไม่ได้อยากเอาไปต่อยอดทำคอลเล็กชั่นเมกอัพใดๆ เคยใฝ่ฝันอยากทำและดีใจที่ไม่ได้ทำ เราเฉยๆกับการมีอะไรเป็นของตัวเอง ไม่อยากรับผิดชอบอะไร ก่อนหน้านี้เรามีบริษัท มีพนักงานที่ต้องดูแลก็เหนื่อยมาก ตอนนี้ไม่มีแล้ว”   

เมื่อเหลือตัวคนเดียว แพรถอดหัวโขนแล้วเดินเข้าป่า วันไหนที่กลับออกมาทำงานในเมืองบ้าง เธอเปล่งพลังละมุนจนใครๆแปลกใจในความเปลี่ยนแปลง "เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ต้องขึ้นปกชูโปรดักต์เป็นนางแบบแคมเปญเรารู้สึกว่าเรามีพาวเวอร์ฉันจะกินนี่ฉันต้องได้ราคาเท่านี้ผู้จัดการไปพูดสิว่าฉันไม่อยากนั่งเก้าอี้ตัวนั้นมองตัวเองเป็นจุดสูงสุดในระบบนิเวศเรากลายเป็นคนนิสัยไม่ดีไม่น่ารักทั้งกับครอบครัวกับเพื่อนและคนรอบข้างเพราะเราเอาอีโก้นำชีวิต"

“เวลาคนเห็นแพรี่พายสวยเก๋โด่งดัง ทำโปรเจ็กต์นั่นนี่ เราไม่ได้รู้สึกดีเลยนะ มีหลุมดำในใจตลอด จนเริ่มตั้งคำถามว่าเราเกิดมาทำไม เป็นความเจ็บปวดที่พูดกับใครไม่ได้ แม่เรายังไม่เข้าใจ  1 ปีเต็มกว่าเราจะยอมรับตัวเองได้ว่าฉันไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ แล้วตัดสินใจใช้ชีวิตอยากที่ตัวเองอยากใช้ ไม่ใช่ชีวิตที่คนอื่นมองว่าดี บอกเลยว่ารายได้หายไปเยอะ เราทำค่ายที่เชียงดาวกับเพื่อนได้เงินมา 5,000 (ยิ้ม) แต่เราไม่ได้อยากเดินเข้าห้างซื้อกระเป๋าอีกแล้ว มันก็พออยู่ได้”

จากแพรี่พายกลายมาเป็นแพร นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม…งั้นหรือ แพรไม่ตอบรับทั้งไม่ปฏิเสธ เธอพูดช้าๆซึ่งไม่ใช่วิสัยปกติของเธอนักว่า “เราเดินออกมาจากระบบสังคมที่คนบอกว่า ฉันเป็นหมอ ฉันเป็นช่างแต่งหน้า เราไม่อยากจำกัดตัวเองเรื่องอาชีพ เพศ หรือเรื่องใดๆ ปัจจุบันกำลังศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม รากเหง้าวัฒนธรรม แต่เราไม่ได้เป็น ‘นัก’ อะไร เราแค่รู้สึกว่าคนเราเกิดมามีซูเปอร์พาวเวอร์กันคนละอย่าง

ตั้งแต่เราเลือกชีวิตทางนี้ เราเจอผู้หญิงเยอะมาก แม่ๆที่หมู่บ้านทอผ้าที่บุรีรัมย์ ที่กาฬสินธุ์ แม่ๆแก๊งโยคะ บางทีแม่สอนเราย้อมสีดิน เราก็สอนแกเรื่องอีโคพรินต์ บางทีเราแต่งหน้าให้พวกๆแม่ แกก็ให้ข้าวเรา มันคือพลังที่ต่างกันและส่งต่อให้กัน เป็นพลังเล็กๆที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นทีละน้อย"

“แต่ก่อนเราต้องเปล่งพลังสตรอง ต้องปัง เลิศ เชิด แต่ตอนนี้พลังเราเปลี่ยน คำว่า humble ทำให้เรามีพลังละมุนละมั้งนะ เวลาเดินป่าถ้าเดินไม่ระวังก็โดนหนามตำ เจอมดกัด มีชื่อแพรี่พายแล้วใช่ว่ามดจะไม่กัดเรา (หัวเราะ) รา เฟิร์น ตะไคร่ ต้นไม่ใหญ่ คน มด ทุกอย่างเท่าเทียมกัน การไม่มีอีโก้คือความเจ๋งสุดละ”

เดี๋ยวนี้แพรไม่สบายตัวนักเวลาเข้าเมือง ตัวนั่งห้องแอร์เย็นฉ่ำแต่ใจร้อนรุ่ม “อยากเข้าป่า” เธอสารภาพ “บางทีคนที่ได้อ่านอาจจะคิดว่าเราถอดหัวโขนได้เพราะเรามีทุกอย่างแล้ว ยิ่งเราตระหนักว่าเรามีอภิสิทธิ์ในชีวิต เรายิ่งต้องเลือกได้สิ และเราก็เลือกความเรียบง่ายให้เป็นพลังของเรา ตอนนี้รู้สึกชีวิตดีขึ้น เราว่าเลือกคุณค่าในชีวิตได้ดี”

ELLE Special February 2021
เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: อรรคพล คำภูแสน
Stylist: ชนนิกานต์ เรืองฤทธิ์สกุล
Make-up: บัญฑิต บุญมี
Hair: ตริม ติน
Assistant Photographer: ณัฐพนธ์ แสงสว่าง, นิติพงษ์ ค้าข้าว
Assistant Stylist: กฤตภาส ไกรรักษ์, วีรินทร์พิมล คำกันสิงห์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH