LIFESTYLE

กินอย่างฮิป ดื่มอย่างอาร์ตที่ฮ่องกงกับ Perrier-Jouët

ฮ่องกงในแบบเราต้องเก๋กว่าใคร

14 APR 2019
Assistant Lifestyle Editor

KASIDIT SRIVILAI

ฮ่องกงคือจุดหมายปลายทางที่มีชื่อมานานแสนนานในหมู่คนไทยในเรื่องของกินอันเด็ดดวงตั้งแต่ร้านติ่มซำแบบอาม่าไปถึงร้านอาหารมิชลินบนรูฟท็อปโรงแรมหรู แต่ในบรรดาพันหมื่นร้านอาหารบนเกาะขนาดจิ๋วแห่งนี้ ใครกันที่จะชี้ได้ว่าที่ไหนอร่อยจริงไม่ใช่แค่ลือ ร้านไหนสวยร้านไหนเก๋ไปแล้วถ่ายรูปไม่ซ้ำ งานนี้แบรนด์แชมเปญสุดอาร์ต Perrier-Jouët จับมือพาเราไปลัดเลาะเกาะฮ่องกง ดื่มแชมเปญรสเลิศและชิมอาหารในร้านสุดฮิปในร้านที่สาวๆปารีเซียงแห่ง Perrier-Jouët แอพพรูฟแล้ว!

นำทีมโดย Akrame Benallal เชฟรางวัลมิชลิน 2 ดาวชาวฝรั่งเศสเชื้อสาย Algerian ผู้บินตรงมาจากปารีสเพื่อเป็นไกด์กิติมศักดิ์ให้กับเรา กูร์เม่ต์ทริปของเราเริ่มต้นที่ร้านอาหารกึ่งไวน์บาร์อาร์ตจัดในย่าน Sheung Wan อย่าง Bibo ที่สวยเก๋จน Gucci เคยใช้เป็นสถานที่จัดอีเวนท์มาแล้ว ดินเนอร์แรกของเราที่ Bibo เริ่มต้นอย่างสวยงามท่ามกลางงานศิลปะที่อัดแน่นจนเรียกได้ว่าแทบจะล้นออกมาจากร้าน เราประทับใจตั้งแต่ผนังทางเดินลงร้านที่เล่นสนุกกับกระดาษโปสเตอร์และการฉีดพ่นผนังแบบสตรีทอาร์ตไปจนถึงชิ้นงานศิลปะสร้อยคอยักษ์ที่ห้อยอยู่กลางร้าน ส่วนคอร์สดินเนอร์ก็อร่อยลงตัวเพราะถูกออกแบบมาให้ทานคู่กับ Perrier-Jouët รุ่นต่างๆได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะนกพิราบย่างที่เสิร์ฟคู่กับโรเซ่แชมเปญในแก้วลายดอกไม้สุดวิจิตร

ถัดมาอีกวันเหล่าชาว Perrier-Jouët ก็พาเราไปอัดฉัดความอาร์ตเข้ากันต่อที่ Tai Kwun ศูนย์ศิลปะแห่งใหม่ของฮ่องกงซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานีตำรวจและคุกเก่าตั้งแต่ยุคอาณานิคม ที่นี่เรามีโอกาสได้ชม HyperNature งานศิลปะโดยศิลปินสไตล์ Art Nouveau ชาวอังกฤษ Bethan Laura Wood ที่จัดขึ้นพิเศษในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งเป็น Art Month ของฮ่องกง โดยต้นไม้หลากสีที่วูดออกแบบให้กับ Perrier-Jouët มาจากแรงบันดาลใจที่เธอได้เดินทางไปยังไร่องุ่นและคฤหาสน์สุดวิจิตรของแบรนด์แคว้นแชมเปญในฝรั่งเศส สีสันบนใบไม้ทำจากพีวีซีที่ทีมศิลปินย้อมด้วยมือเองทุกใบสวยงามขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเมื่อต้องแสงไฟสปอตไลท์ข้างใน Old Bailey ร้านอาหารจีนตกแต่งสุดฮิปที่เสิร์ฟเมนูตำหรับเจียงหนานข้างบนชั้น 2 ของ Tai Kwun วูดยังเล่าอีกว่าสีสันของใบไม้ทุกใบบนต้นสื่อถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองที่มักมีแชมเปญเป็นเครื่องดื่มฉลองเสมอ

ไม่ทันที่ท้องจะว่างเราย้ายกันไปที่ร้านของอาหารของเชฟ Akrame ใน Wan Chai ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 หลังจากร้านหลักของเขาที่ปารีสเพื่อชิมคอร์สเด่นที่นำพารางวัลมิชลินมาให้กับเขา พร้อมทั้งชิมสองขวดใหม่ล่าสุดจาก Perrier-Jouët นั่นคือ Belle Epoque 2012 และ Belle Epoque Blanc de Blancs 2006

อาหารของ Akrame โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างกรรมวิธีการปรุงขนานฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายอัฟริกันแบบอัลจีเรียเข้ามาผสมผสานเพื่อแสดงถึงรากเหง้าของเชฟ เรายกให้อกเป็ดรมควันเนื้อหนุบที่ตัวหนังเป็ดกรอบและปนรสขมนิดๆจากผงโกโก้และปลา Turbot เนื้อละมุนราดซอสสีรุ้งเป็นคู่เอกของวันนี้

วันอันยาวนานและแสนจะอิ่มท้องของเราจบลงที่ SKYE บาร์บนชั้น 27 โรงแรม Park Lane ในย่าน Cause Way อีกหนึ่งสถานที่เสิร์ฟ Perrier-Jouët ที่มาพร้อมวิวไม่เหมือนใครบนเกาะฮ่องกงเพราะเบื้องหน้าคืออ่าววิคตอเรียแต่ขวามือคือวิวเขียวชอุ่มของภูเขาและ Victoria Park ถือเป็นการจบค่ำคืนที่ถูกใจเราเพราะไม่ใช่แค่วิวที่เด็ดแต่เสียงเพลงยุค 90s จากดีเจสาวมาดเท่ผู้มาพร้อมผมทรงเดรดล็อคทำให้เราเพลินเสียไม่มี

ใครอยากลองลิ้มรสสดชื่นของ Perrier-Jouët สามารถไปกันก่อนใกล้ๆได้ที่ Flute, A Perrier-Jouët Barที่ Lebua at State Tower ถนนสีลม กรุงเทพฯ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH