LIFESTYLE

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Pride Month และพลังของธงสีรุ้งที่โบกสะบัดอย่างภาคภูมิของ LGBTQ

เหตุการณ์อะไรที่สร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมมาจนทุกวันนี้

02 JUN 2021
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

หลายๆ คนคุ้ยเคยกับ Pride Month และมักจะนึกถึงขบวนพาเรดพร้อมธงสีรุ้งสดใสที่ประกาศถึงความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ แต่รู้หรือไม่ว่าที่มาที่ไปของเดือนแห่งความหลากหลายนี้ ท่วมกองไปด้วยความเจ็บปวดและการต่อสู้ของผู้คนมากมายที่ร่วมสร้างแรงกระเพื่อมและส่งต่อความเปลี่ยนแปลงมาได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งในฐานะที่เข้าสู่เดือนมิถุนายนกันอีกครั้ง เราจึงอยากจะพาผู้อ่านไปย้อนรอยประวัติศาสตร์ถึงที่มาที่ไปของ Pride Month กันตั้งแต่เริ่มแรกว่ากว่าจะมีวันที่กลุ่มความหลากหลายอย่างชาว LGBTQ ได้มาร่วมฉลองกันอย่างวันนี้ มีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร 

How It Started

ย้อนไปในยุค 70s สังคมในยุคนั้นมองชาว LGBTQ เป็นเพียงผู้มีความผิดปกติทางจิตและไม่ได้ยอมรับทางสังคมรวมถึงไม่มีการยอมรับทางกฎหมายด้วยเช่นกัน ดังนั้นกลุ่มคนที่รักเพศเดียวกันจะถูกตัดสินว่ามีความผิดทางกฎหมายในทันที ทำให้หลายครั้งความรักของชาว LGBTQ ต้องถูกปิดเป็นความลับเพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อสังคมแวดล้อมที่เป็นอยู่ และเหตุการณ์เลือกปฏิบัติโดยไร้ซึ่งการพยายามยอมรับในความแตกต่างในยุคนั้นได้ลุกลามไปถึงปัญหาความรุนแรงที่มีต่อผู้คนกลุ่ม LGBTQ สร้างบาดแผลลงลึกจนก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจลครั้งใหญ่อย่าง Stonewall Riots

Photo: abc news

โดยในคืนวันที่ 28 มิถุนายน 1969 ณ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ชาว LGBTQ มารวมตัวกันเพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ณ บาร์เล็กๆ แห่งหนึ่งอย่าง Stonewall Inn เช่นเคย แต่แล้วคืนนั้นตำรวจได้เข้าจับกุมและเกิดการปะทะกันขึ้นอย่างยาวจนลุกลามไปจนกลายเป็นการชุมนุม ที่มีชาว LGBTQ และผู้คนที่กล้าจะออกมายอมรับถึงความแตกต่าง ต่างออกมาร่วมเดินขบวนเพื่อต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้น และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเองทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เมื่อในปี 1970 ผู้คนในสหรัฐอเมริกาต่างออกมาร่วมเดินขบวนเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การจลาจล Stonewall Riots และยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียมและสิทธิที่พวกเขาพึงได้รับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง จึงกลายมาเป็นเดือนแห่งการร่วมเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายทางเพศหรือ Pride Month ในเดือนมิถุนายนของทุกปีจนทุกวันนี้

สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในปี 2000 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่าง Bill Clinton ออกมาประกาศให้เดือนมิถุนายนถือเป็นเดือนแห่งความภูมิใจของชาวเกย์และเลสเบี้ยน (Gay & Lesbian Pride Month) และในปี 2009 ประธานาธิบดีอย่าง Barack Obama ก็ได้ประกาศให้เดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาวหลากหลายทางเพศ (Lesbian, Gay, Bisexual, and Transgender Pride Month) เพื่อให้ทั่วโลกได้ยอมรับความแต่งต่างของเพศสภาพและมองถึงความเป็นมนุษย์ด้วยกันโดยไร้คำจำกัดเพศ การออกมาประกาศให้เดือนมิถุนายนกลายเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองของทั้งสองประธานาธิบดี ทำให้ชาว LGBTQ ทั่วโลกต่างออกมาร่วมเดินขบวนฉลองกันด้วยสัญลักษณ์อย่างธงสีรุ้งที่โบกสะบัดอย่างภาคภูมิใจในที่สิ่งที่ตัวเองเป็นอย่างทุกวันนี้

Photo: insider

Rainbow Flag

สัญลักษณ์อย่างธงสีรุ้งที่โบกสะบัดสร้างพลังให้กับกลุ่ม LGBTQ นั้นถูกออกแบบโดยศิลปินนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกันอย่าง Gilbert Baker ที่ประกาศตัวว่าเขาคือหนึ่งในชาว LGBTQ ด้วยเช่นกัน และเดิมทีธงสีรุ้งมีทั้งหมด 8 สี แต่ไม่นานก็มีการตัดสีชมพูและสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ออก ทำให้ปัจจุบันธงสีรุ้งเหลือเพียง 6 สีอย่างทุกวันนี้ ซึ่งแต่ละสีก็ประกอบไปด้วยความหมายแฝงที่แตกต่างกัน โดยสีแดงให้ความหมายถึง ชีวิต, สีส้มหมายถึงการเยียวยา, สีเหลือง หมายถึงแสงแห่งความหวัง, สีเขียว เปรียบเสมือนธรรมชาติ, สีฟ้าหมายถึงศิลปะ และสีม่วงมีความหมายถึงจิตวิญญาณ

Photo: moma

This is a day to celebrate

จากความรุนแรงและการเหยียดเพศสภาพสู่การจลาจลครั้งใหญ่ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของ LGBTQ คงเป็นเหตุผลที่มากพอจะให้เราเฉลิมฉลองไปกับความเท่าเทียมในสังคมในฐานะมนุษยน์คนหนึ่ง ทำให้ปัจจุบันหลายๆ ประเทศเริ่มออกมาเฉลิมฉลอง Pride Month ด้วยการเดินขบวนและเพื่อเรียกร้องสิทธิให้กลุ่ม LGBTQ อีกหลายๆ ประเทศที่อาจจะยังไม่ได้รับการยอมรับในประเทศตัวเอง เนื่องด้วยความเชื่อทางศาสนาหรือวัฒนธรรมก็ตามที แต่ในทางกลับกันหลายๆ ประเทศก็เริ่มผลักดันกฎหมายให้การแต่งงานกันของคู่รักเพศเดียวกันสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (มีประเทศไหนบ้าง ตามไปเช็คได้ ที่นี่) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับสิทธิเสรีภาพเหล่านั้นที่พึงจะได้รับในทุกเพศรวมถึง LGBTQ ด้วยเช่นกัน รู้เรื่องราวความเป็นมาของ Pride Month แบบนี้แล้ว จากนี้ไปก็ไปร่วมฉลองให้กับความหลากหลายทางเพศได้อย่างภาคภูมิใจกันแล้วนะ

Photo: bbc news

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH