LIFESTYLE

Scarlett Johansson ฟ้องดิสนีย์ กรณีลง Black Widow บนสตรีมมิ่ง สูญรายได้ 1,600 ล้านบาท

และนี่อาจเป็นการสะท้อนปัญหาการจ่ายค่าตอบแทนนักแสดงอย่างไม่เป็นธรรม

30 JUL 2021

Scarlett Johansson ยื่นฟ้องบริษัท Disney ในกรณีผิดสัญญาที่นำภาพยนตร์เรื่อง Black Widow ที่เธอนำแสดงลงฉายทางสตรีมมิ่ง Disney+ ไปพร้อมๆ กันกับการฉายทางโรงภาพยนตร์ซึ่งทำให้เธอต้องสูญเสียค่าตอบแทนและรายได้จำนวนกว่า 1,600 ล้านบาท

ในสัญญาระหว่างเธอกับค่าย Marvel Studios ในสังกัดของ Disney นั้นระบุว่า Black Widow จะต้องได้ฉายในโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว เธอจะลดค่าตัวของตนเองลงด้วย เพราะจะได้รับส่วนแบ่งจากการฉายภาพยนตร์ในโรงแทน นอกจากนี้ Scarlett ไม่ได้เป็นแค่เพียงนักแสดงนำ แต่เธอยังเป็น Executive Producer ของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ภาพยนตร์เรื่อง Black Widow เปิดตัวด้วยรายได้กว่า 4,600 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ในโรงภาพยนตร์ 2,600 ล้านบาท ส่วนการเข้าชมผ่านทาง Disney+ ที่มีระบบ Premiere Access จ่ายค่าเข้าชมเพิ่มเติมอีกราวๆ 2,000 ล้านบาท ดังนั้น การที่นำภาพยนตร์ไปลงทางสตรีมมิ่งก็ทำให้รายได้ในส่วนของโรงภาพยนตร์หายไปไม่น้อย และมีการคาดการณ์ว่าเธอสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับจากการฉายในโรงภาพยนตร์ไปราวๆ 1,600 ล้านบาทด้วย

Scarlett มีความกังวลมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 จะระบาดเสียด้วยซ้ำ แต่ Marvel Studios ยังยืนยันว่าจะฉายในโรงภาพยนตร์แน่นอน แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังสามารถมาเจรจาเรื่องค่าตอบแทนและโบนัสใหม่ได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมาลงฉายทางสตรีมมิ่งแทน เธอก็พยายามติดต่อกับทางสตูดิโอ แต่กลับไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทั้ง Disney และ Marvel 

การฟ้องร้องในครั้งนี้อาจเป็นการปกป้องสิทธิของตัวนักแสดงเอง และแสดงให้เห็นว่าเธอควรจะได้รับผลประโยชน์ของตนเองตามสมควร และยังเป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหาของค่ายภาพยนตร์ที่จ่ายค่าตอบแทนนักแสดงอย่างไม่เป็นธรรมด้วย

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีแบบเดียวกันนี้กับทางค่าย Warner Bros. ที่ได้นำภาพยนตร์มาลงฉายทางสตรีมมิ่ง แต่พวกเขาเลือกที่จะจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมให้กับนักแสดงอย่าง Keanu Reeves และ Danzel Washington แทน

Cover Photo Courtesy: Marvel Studios
Source: 1
Story: ภัทรณกัญ อนันเต่า

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH