BEAUTY

Editor’s Picks ตอน ลงทุนอย่างชาญฉลาดกับสกินแคร์ ชิ้นไหนควรจ่ายหนักหรือจ่ายเบา

ช็อปปิ้งสกินแคร์อย่างไรให้คุ้มที่สุด

23 SEP 2019
Deputy Digital Editor & Digital Beauty Editor

PADHAYANUT POTHICHAPAN

ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมีลิสต์รายการที่จำเป็นเยอะแยะเต็มไปหมด พอมาถึงในส่วนที่เราจะต้องเปย์เพื่อดูแลตัวเองอย่างเครื่องสำอาง บอกเลยว่าราคาของแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่เล่นๆ สำหรับคนที่ชอบลองของใหม่ๆ แนะนำให้หาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด หมั่นเช็คปัญหาและสภาพผิวของตัวเองเป็นนิจ รวมถึงเช็คงบประมาณของตัวเองด้วย เพื่อจะได้กะเกณฑ์ถูกว่าอะไรควรจะซื้อยกชุดหรือซื้อแยกชิ้น

COUNTER BRANDS

หากจะต้องควักเงินหลักพันจนถึงหลักหมื่น แนะนำให้ลงทุนกับเซรั่มบำรุงผิวตัวเด็ดๆ ไม่ว่าจะเป็นสูตรแอนไทเอจจิ้งหรือสูตรไบรเทนนิ่ง เพราะล้วนเป็นชิ้นที่รวบรวมส่วนผสมหายากชนิดเข้มข้นเอาไว้ ผสานกับเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตามมาด้วยอายครีม เพราะผิวบริเวณนี้ค่อนข้างเซนสิทีฟ ปัจจุบันความกังวลหลักไม่ใช่แค่ริ้วรอยที่มาตามวัย แต่เป็นปัญหาที่มาจากแสงสีฟ้าซึ่งเราหลีกเลี่ยงได้ยากในยุคดิจิตัล ผิวรอบดวงตาจึงต้องการการดูแลเอาใจใส่มากหน่อย สุดท้ายคือครีมกันแดด ให้เน้นสูตรปกป้องผิวจากมลภาวะที่มีเนื้อบางเบาและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เมื่อเราต้องการซันสกรีนที่มีคุณสมบัติรอบด้านก็เป็นธรรมดาแหละที่ราคาจะดีดสูงขึ้นด้วย

1. Shiseido Future Solution LX Legendary Enmei Ultimate Luminance Serum (30 มล. 18,000 บาท) เซรั่มสูตรเข้มข้นที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส พร้อมประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยด้วย Enmei Herb พืชสมุนไพรจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในญี่ปุ่นที่ปกติจะต้องใช้มือเก็บเกี่ยวในวันที่ฤกษ์ดีที่สุดตามปฏิทินญี่ปุ่น นั่นคือวัน Tensha Nichi วันสำคัญที่เชื่อว่ามีพลังชีวิตมากที่สุด ซึ่งจะมีเพียง 5 วันใน 1 ปีเท่านั้น รวมถึง Green Treasured Silk ใยไหมสีเขียวที่เกิดจากตัวด้วงญี่ปุ่น พร้อมกลิ่นหอมผ่อนคลายของกุหลาบญี่ปุ่น ดอกบ๊วย และดอกซากุระ
2. Dior Dreamskin Care & Perfect  Capture Total (30 มล. 4,000 บาท / 50 มล. 5,400 บาท) ฟื้นบำรุงผิวจากภายในด้วยส่วนผสมที่เพิ่มสัดส่วนมากขึ้น มีทั้งเชียบัตเตอร์จากอัฟริกาตะวันตก ถนอมผิวให้เนียนนุ่ม อุดมไปด้วยโอเมก้า 9 และวิตามินนานาชนิด อาทิ วิตามินบี 3 นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองผิวแล้ว ยังลดการรุกรานจากสารปนเปื้อน พร้อมรับมือกับสภาพโทนผิวคล้ำเหลือง พร้อมกันนั้นยังเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าตามธรรมชาติ 
3. Sulwhasoo Timetreasure Invigorating Cream (60 มล. 15,000 บาท) สูตรปรับปรุงใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการเติมพลังให้ผิวด้วยโสมป่าที่ผสมอยู่ในเนื้อครีมเข้มข้น กลิ่นหอมมีชีวิตชีวาของสนแดง ให้ผิวสวยคงความอ่อนเยาว์ พร้อมคืนความยืดหยุ่น ยกกระชับ แก้ไขทุกปัญหาริ้วรอยร่องลึก 
4. Clarins Rose Radiance Cream (50 มล. 5,900 บาท) คุณสมบัติของ Hibiscus Flower Acids จะช่วยในเรื่องผลัดเซลล์ผิวเก่า ในขณะที่ Illuminating Pearls จะเข้าเสริมให้ผิวดูโกลว์ และ Vitamin C Derivative คอยทำหน้าที่ลดเลือนจุดด่างดำ ทำให้สีผิวสม่ำเสมอยิ่งขึ้น แถมยังช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยบนผิวให้ดูตื้นขึ้นด้วย ท้ายสุดคือช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกอีกต่างหาก 
5. Clé de Peau Beauté The Serum (30 มล. 5,600 บาท / 50 มล. 9,000 บาท) เซรั่มฟื้นบำรุงผิวสูตรใหม่ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม กระชับ แลดูสดใส ผสานส่วนผสมเชิงซ้อน Kelplex ที่สกัดจากสาหร่ายทะเลสามสายพันธุ์ ช่วยเสริมผลลัพธ์ผิวเปล่งปลั่งต่อเนื่องยิ่งขึ้น

6. Ípsa Serum O (50 มล. 3,500 บาท) เซรั่มผสานสารสกัดจากพลูคาวหรือผักคาวตอง ใบมะเฟือง และใบชาจีน ช่วยขจัดสารปนเปื้อนและลดอาการบวมน้ำในผิวหน้า เสมือนได้ดีท็อกซ์ผิวให้สะอาดเกลี้ยงเกลา ผิวหน้าชุ่มชื่นและแลดูกระชับ
7. Aēsop Lucent Facial Concentrate (60 มล. 4,500 บาท) เลือกแนะนำขวดนี้มาจากกลุ่ม Skin Care+ เพราะให้การบำรุงแบบเข้มข้นและดูจะใช้ง่ายกว่าสมาชิกตัวอื่นๆ เนื้อเบา เน้นความกระจ่างใสเป็นหลักด้วยอนุพันธ์วิตามินซีเสถียร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ให้ความชุ่มชื่นได้มากพอที่จะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ได้ 
8. Skin Caviar Luxe Eye Cream (20 มล. 14,400 บาท) ด้วยคุณประโยชน์ของสารสกัดจากคาเวียร์จะช่วยฟื้นฟูริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาให้อิ่มฟู ดูยกกระชับ พร้อมให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ลดอาการบวมและลดเลือนความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
9. Lancôme Advanced Génifique (115 มล. 8,000 บาท) สูตรใหม่นี้จะช่วยให้ผิวเราแข็งแรงยิ่งขึ้นเพราะลังโคมได้เสริมคุณค่าการบำรุงด้วย Prebiotic Fractions และ Probiotic Fractions มากถึง 7 ชนิด ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ริ้ยรอยจางลง เมื่อใช้ต่อเนื่องสองเดือนผิวจะเริ่มยืดหยุ่นและกระชับจนสังเกตได้
10. L’Occitane Immortelle Precieuse Creme Dynamic Youthcare (50 มล. 2,750 บาท) เวอร์ชั่นนี้เพิ่งปรับสูตรใหม่ ด้วยสารสกัดจากดอกไม้ที่ไม่มีวันโรยรา ผสานกับแร่ซิลิเซียม และไดนามิค ไฮยาลูรอนิค แอซิด จะช่วยกระตุ้นวงจรผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติให้เกิดการสร้างผิวใหม่ พร้อมทั้งรักษาความชุ่มชื่นได้ยาวนานยิ่งขึ้น

MASSTIGE BRANDS

รองลงมาคือชิ้นที่เราใช้บ่อยอย่างโฟมล้างหน้า เคลนซิ่งวอเตอร์ คลีนซิ่งบาล์ม อะไรพวกนี้จะหมดเปลืองมากๆ ปริมาณที่ใช้ก็ไม่ควรจะตระหนี่ถี่เหนียว เพราะเป็นเรื่องของการทำสะอาด เป็นพื้นฐานของการมีผิวสุขภาพดี เมื่อต้องใช้เยอะ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อโฟมล้างหน้าหลอดละหลายๆ พันก็ได้ ถัดมาคือโทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ ถ้าเป็นเรื่องของการเสริมความชุ่มชื่น ลองดูเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Multitasking Skincare ที่พ่วงคุณสมบัตินี้มาใช้ก็ไม่เสียหาย

1. Freeplus Beauty Oil Cleanser A (125 มล. 760 บาท) ออยล์ทำความสะอาดเมกอัพ เนื้อออยล์ใส ไม่เหนอะหนะ สามารถกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างได้ดี 
2. Laneige Cica Sleeping Mask (1,200 บาท) มาสก์ทาข้ามคืนสูตรกู้ผิวด้วยคุณค่าจากยีสต์ป่า นอกจากจะช่วยปลุกพลังให้ผิว ยังทำหน้าที่เสริมปราการป้องกันผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
3. Domohorn Wrinkle Silky Cream Foam (110 กรัม 1,800 บาท) โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ฟองโฟมเนื้อละเอียดสำหรับทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดล้ำลึก
4. Pixi Glow Tonic (250 มล. 1,080 บาท) โทนเนอร์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนเพื่อผิวที่แลดูกระจ่างใส เนียบเรียบยิ่งขึ้น ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อที่เผยผิวที่แลดูกระจ่างใสสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยให้ผิวเนียบเรียน สูตรอ่อนโยนที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ อาทิ ว่างหางจระเข้ และโสม จะช่วยปลอบประโลมทุกสภาพผิวแม้แต่ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
5. Yves Rocher Sebo Végétal Cream Zero Default (50 มล. 590 บาท) ครีมฟื้นบำรุงผิวหน้าเช้าและเย็น ให้ความชุ่มชื่น ในขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมความมัน พร้อมปรับสมดุลผิวด้วยคุณค่าบำรุงจากพฤกษาพรรณ
6. Innisfree Bija Trouble Skin (200 มล. 680 บาท) โทนเนอร์สำหรับผิวที่มีปัญหาสิว ด้วยสารสกัดจากลูกจันทน์เทศเชจู แอลกอฮอล์และกรดซาลิซิลิกธรรมชาติ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนและกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

TAGS:

Skincare
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH