LIFESTYLE

ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง โอ ธนัตถ์ สิงหสุวิช กับการทดสอบกล้อง Sony α7R III

กล้องฟูลเฟรมตัวเดียวก็สามารถถ่ายภาพแฟชั่นให้ปังได้

21 MAR 2019

α7R III กล้องฟูลเฟรม 35 มม. มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่เป็นยิ่งกว่ากล้อง ด้วย Eye Focus ที่ช่วยให้ทุกการถ่ายภาพเป็นเรื่องง่าย แม้อยู่ในสภาพแสงน้อยที่ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว แต่ด้วย α7R III ก็ทำให้หยุดเวลาเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญเอาไว้ได้อย่างชัดสมบูรณ์แบบ จนแม้แต่ โอ ธนัตถ์ สิงหสุวิช  ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ก็ยังไม่อาจปฏิเสธได้

โอ ธนัตถ์ สิงหสุวิช กับจุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพ
ผมเริ่มถ่ายภาพตั้งแต่ 9 ขวบ เพราะการตามคุณพ่อไปถ่ายงานในที่ต่างๆ ก็เริ่มหัดถ่ายชัดลึก ชัดตื้น ก่อนจะลองส่งภาพถ่ายเข้าประกวดบ้าง ก็ได้รางวัลกลับมา ทำให้ยิ่งชอบถ่ายภาพ พอเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็เลือกเรียนต่อที่ Brooks Institute of Photography ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะอยากพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าการถ่ายภาพเป็นอาชีพได้ ผลงานเราตอนนั้นก็จะได้ติดที่ Gallery ของสถาบันตลอด แต่พอดีเกิดเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเสียก่อน ทำให้ไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็ได้ไปฝึกงานกับ Annie Leibovitz ช่างภาพชื่อดังระดับโลก จากฝึกอยู่ 2 เดือน กลายเป็นว่าได้ทำงานจริง 8 ปี ก่อนกลับมาทำงานที่ไทย ก็จะเป็นงานแฟชั่น งานพอตเทรตเป็นส่วนมาก

ตอนนี้นอกจากงานด้านแฟชั่นที่เป็นภาพนิ่ง ผมก็ได้สานฝันในวัยเด็กที่อยากทำหนัง ด้วยการทำหนังสั้น เป็นเรื่องราวการทำงานของป๊อด Modern Dog ก็ได้รางวัล Short online จากFirst Glance Film Festival Los Angeles ในปี 2560

สิ่งสำคัญของช่างภาพสายพอตเทรต
ความคมชัดของดวงตา การถ่ายภาพคนจะดูว่าชัดหรือไม่ชัดต้องดูที่ดวงตา ซึ่งความชัดในระดับที่ผมใช้ทำงานคือต้องชัดถึงขนตา จะทำให้ภาพนั้นออกมาดูดี ส่วนบรรยากาศด้านหลังก็แล้วแต่อารมณ์ของภาพว่าอยากได้แบบไหน ซึ่งบางครั้งการถ่ายภาพแบบนั้นในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างแสงน้อย หรือแบบมีการเคลื่อนไหว ก็ทำให้ได้ภาพค่อนข้างยาก หากว่ากล้องไม่มีตัวช่วยที่ล็อคโฟกัสได้

กล้องที่ตอบโจทย์ความชัดระดับขนตา
ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนที่ไม่ตามเทคโนโลยี และซื้อของไม่บ่อยพอใช้อันไหน ก็จะติดอันนั้นเลย กล้องส่วนใหญ่ที่ใช้จึงเป็นมีเดียมฟอร์แมต (Medium Format) แต่ตั้งแต่ถ่ายหนังโดยใช้กล้องโซนี่ก็ทำให้ติดใจ เลยลองเอา α7R III มาใช้ในการถ่ายภาพนิ่งดู ปรากฏว่าคุณภาพอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ทำในสิ่งที่มีเดียมฟอร์แมตทำไม่ได้ เช่น ISO ที่ขึ้นได้สูง และ Eye Focus ที่ชัดระดับขนตาอย่างที่ต้องการ

กล้องที่ดี งานก็ง่ายขึ้น
การที่มี ISO ที่มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำให้งานง่ายขึ้นอย่างเดียว แต่ผมยังสามารถลดค่าใช้จ่ายเรื่องไฟลงได้ อย่างงานที่ถ่ายในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงฤดูฝน ฟ้าก็จะมืดๆ มีแสงลอดเข้ามาน้อย แต่ต้องถ่ายเด็กวิ่งเล่น งานนั้นหากใช้มีเดียมฟอร์แมต จะต้องใช้ไฟเยอะมาก แต่พอใช้โซนี่ที่ค่าความไวแสงเพิ่มขึ้น น้อยส์น้อย ทำให้ใช้ไฟแค่ชิ้นเดียว เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนไฟ

อีกสถานการณ์ ที่ช่วยได้เยอะคือ นางแบบมีแอคชั่นอย่างหมุนไป หมุนมา หรืออยู่ในสภาวะเคลื่อนที่อย่างอยู่บนเรือที่โคลงเคลงตลอดเวลา Eye Focus ช่วยได้เยอะมาก ถ้าใช้มีเดียมฟอร์แมตผิวจะไม่ชัด แต่พอเป็น Sony ที่มีอายโฟกัสปุ๊บ มันล็อคโฟกัสได้ทันที ทำให้ได้ผิวชัด ทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น แต่ช่างภาพต้องปรับตัวให้เข้ากับกล้องด้วยนะ เพราะผมว่ากล้องมันฉลาดมาก

เสน่ห์ที่ทำให้หลงรัก α7R III
ผมชอบกล้องที่ตอบสนองการกดชัตเตอร์ได้เร็ว ซึ่งถ้าเทียบกับกล้องเล็กๆ  35mm ด้วยกันแล้ว α7R III มีชัตเตอร์ที่ไว และไม่แล็กซ์ หรือดีเลย์ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้เสียจังหวะรูปไป อีกอย่างคือขนาดกำลังดี พกพาได้ไม่ลำบาก ในขณะที่ได้ความละเอียดถึง 42 ล้านพิกเซล ซึ่งภาพที่ได้ชัดเจนมาก แล้วไฟล์ภาพก็ดีมากด้วยเหมือนกัน เพราะเราจะดูว่าไฟล์ภาพดีหรือไม่ดี ให้ดูที่เส้นผม ไฟล์ที่ดีผมต้องเป็นเส้น ไม่เป็นปื๊ดๆ และความสะดวกในการถ่ายภาพที่ผมคิดว่า มันฉลาดเหมือนหุ่นยนต์ไปแล้ว ที่สามารถล็อคโฟกัสตาแบบได้ตลอดเวลา

กล้องที่ชอบ กับเลนส์ที่ใช่
ผมใช้เลนส์หลักๆ อยู่ 3 ตัว เป็น G Master ทั้งหมด คือ 85 mm f/1.4 เป็นเลนส์ตัวหลักสำหรับถ่ายภาพคน อีกตัวที่ใช้คือ 16-35 mm f/2.8 เป็นเลนส์พอตเทรตเหมือนกัน แต่ตัวนี้จะเก็บบรรยากาศด้านหลังได้ด้วย ดิสทอร์ชั่น (ความโค้งของภาพ) ก็น้อย ถ้าคนใช้รู้จักวางระยะของกล้องกับตัวแบบ จะทำให้ได้ภาพที่สวยและมีเรื่องราวมากมายเลยทีเดียว เพราะตัวแบบต้องใกล้กับกล้องมากๆ ห่างกันประมาณ 2 ฟุตเองมั้ง

ส่วนอีกตัวที่ใช้คือ 24 mm f/1.4 เป็นเลนส์มุมกว้าง ที่ใช้ถ่ายหนังทำหนัง เพราะได้ทั้งมุมภาพ และความชัดลึก ชัดตื้น

คำแนะนำเรื่องกล้องจากมืออาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือเลนส์ ผมว่าหามาลองใช้ก่อน แล้วดูว่ากล้องตอบโจทย์ที่เราต้องการทั้งหมดได้หรือเปล่า ถ้าใช่แล้วค่อยซื้อ โดยเฉพาะเลนส์เพราะว่าแต่ละตัวก็มีระยะของมันเอง ที่คนใช้ต้องรู้จักและเข้าใจ ถ้าซื้อมาแล้วไม่ชอบก็จะเสียเปล่า

Sony Meets Art
โซนี่ต่อยอดความสำเร็จของงาน งาน  Sony Meets Art  ที่เคยจัดขึ้นใน งาน Bangkok International Photo Fair 2018 โดยแสดงผลงานภาพถ่ายจากกล้องโซนี่ ของ 17 ช่างภาพชื่อดัง ด้วยนิทรรศการภาพ WINDOW TO THE SOUL by Michael Yamashita

นิทรรศการภาพถ่ายของ Michael Yamashita ช่างภาพ National Geographic  ที่บันทึกการเดินทางไป ลาดักห์ (Ladakh) ประเทศอินเดียด้วยกล้องโซนี่  α7R IIIซึ่งแต่ละภาพเต็มไปด้วยมุมมองและความคิดสร้างสรรค์  ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างคมชัด งานนิทรรศการนี้จัดขึ้นที่ ร้านโซนี่ สโตร์ สยามพารากอน  จนถึง31 มี.ค.2562

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH