FASHION

ร่วมหาคำตอบว่าทำไมยุคทองของ ‘หน้าจอ’ จึงมีอิทธิพลต่อคนรักแฟชั่นยุคใหม่ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวทางการเสพแฟชั่นของเราไปตลอดกาล

พลังในการขับเคลื่อนที่ถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ ราวกับการส่งมอบคบเพลิงโอลิมปิก

21 JUN 2021
Fashion Features Editor

KHANAKON PHETTRAKUL

บทความจาก ELLE UK โดย Sarah McAlphin, แปล: Wattakul N., เรียบเรียง: Khanakon Phettrakul

‘โลกแฟชั่น’ ก็ไม่ต่างอะไรจากอาณาจักรบนสันทรายที่ทั้งโคลงเคลงและไม่นิ่ง เพราะโดยธรรมชาติแล้วกระแสต่างๆปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีนักออกแบบที่ก้าวเข้ามาสู่อาณาจักรแห่งนี้และที่เดินจากไป เป็นอาณาจักรที่มอบความตื่นเต้นและปลุกไฟในตัวจนร้อนฉ่า มีพลังในการขับเคลื่อนที่ถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ ราวกับการส่งมอบคบเพลิงโอลิมปิก จากบรรณาธิการสู่อินฟลูเอนเซอร์ จากสไตล์ลิสต์สู่นักช็อป และวนอยู่อย่างนี้เป็นวัฏจักร แต่ไม่เคยมียุคใดที่พื้นของรันเวย์แห่งโลกแฟชั่นจะชิดกับพื้นโลกในชีวิตจริงได้มากขนาดนี้ แล้วใครหรืออะไรล่ะที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ว่า? ... การแพร่ระบาดของโควิด-19? ... ก็ใช่! ... หรือจะเป็นโชเชียลมีเดีย? ... แน่นอนว่าก็ใช่อีก! ... การตระหนักถึงวิถียั่งยืน และฉุกคิดถึงความเป็นมาของเสื้อที่เราสวมใส่ก็มีส่วน ... แต่ประเด็นใหญ่สุดที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในการแต่งกายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือ หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างหาก!

Nicole Kidman ขณะถ่ายทำซรี่ส์เรื่อง The Undoing ย่านไชน่าทาวน์ นิวยอร์ก เมื่อ 13 เมษายน 2019

Photo: Getty Images

แปลกใจใช่ไหม? ... แต่อย่าเลย เพราะในช่วงครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2020 มีการสมัครใช้บริการสตรีมมิ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 31% และในช่วง 3 เดือนแรกของการล็อกดาวน์ในสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่ผ่านมา Netflix เจ้าเดียวก็ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านราย ตั้งแต่แจ็กเกตอันโดดเด่นของ Nicole Kidman ที่ใส่ในเรื่อง The Undoing (ซีรี่ส์เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมลึกลับที่ฉายทาง HBO) ไปจนถึงเสื้อถักสีสันสดใสจากเรื่อง I May Destroy You ที่ฉายผ่านทาง BBC Three เครื่องแต่งกายของตัวละครที่เรากำลังรับชมผ่านหน้าจอนั้นมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลมากพอๆกับพล็อตเรื่อง เป็นโมเมนต์ที่ทำให้ผู้ชมได้เสพเทรนด์แฟชั่น สร้างความประทับใจ และท้ายที่สุดก็ส่งผลให้เรากระตือรือร้นที่จะกดคลิก ‘เพิ่มลงในตะกร้า’

Lily Collins รับบท Emily Cooper ในซีรี่ส์เรื่อง Emily in Paris ฉายทาง Netflix

Photo: Netflix

รายการต่างๆที่เรารับชมผ่านทางหน้าจอไม่เพียงส่งต่อแรงบันดาลใจในเรื่องของสไตล์เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้อยากตอบสนองทันที ทำให้รู้สึกอยากเปิดแท็ปใหม่แล้วเพิ่มไอเท็มที่คล้ายกันเอาไว้ในตู้ “เป็นเรื่องจริงที่มีคนดูซื้อสินค้าทันทีหลังจากที่ซีรี่ส์ออกฉาย” เรื่องนี้ยืนยันโดย Shiona Turini แฟชั่นสไตลิสต์ผู้ผันตัวมาเป็นคอสตูมดีไซเนอร์สำหรับ Issa Rae ในซีรี่ส์ Insecure แล้วเธอก็พูดถูกเมื่อแพลตฟอร์มออนไลน์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Lyst ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกรายงานว่า สไตล์ของแฟชั่นที่เห็นผ่านทางหน้าจอกำลังมีอิทธิพลย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รายการต่างๆร่วมกันผลักดันให้เราเสพสไตล์เหล่านั้น และยังส่งผลต่อคนที่ไม่ได้ติดตามเทรนด์แฟชั่นบนรันเวย์อีกด้วย อย่างเช่น หมวกแบรนด์ Kangol ในซีรี่ส์ Emily in Paris มียอดการค้นหาบน Lyst พุ่งสูงขึ้นถึง 342% และมีการค้นหาคอร์เซตเพิ่มขึ้นถึง 123% อันเป็นผลมาจากซีรี่ส์ Bridgerton นอกจากนี้ยังมีรายงานจากแบรนด์ชุดชั้นในชื่อดัง La Perla ว่ามีการค้นหาคอร์เซตเพิ่มมากขึ้น 135% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา เป็นการสร้างความ ‘อยาก’ ให้ผู้ชมในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในชุดแทร็กกสูทหรือชุดนอนรับชมรายการเหล่านั้น “เมื่อตอนที่ซีรี่ส์ ออนแอร์ฉันถูกแท็กใน ‘Get the Look’ ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียก่อนที่มันจะจบตอนด้วยซ้ำไป” ชิโอนากล่าว และการค้นหาเพื่อจะซื้อสินค้าที่ปรากฏบนหน้าจอถูกทำให้ง่ายยิ่งขึ้น เธอเสริมถึงกระเป๋า Dior รุ่น Book Tote ที่ถือโดยตัวละคร Molly Carter ในซีรี่ส์ Insecure ซีซั่น 4 มีราคาจำหน่ายประมาณ £2,550 (ราวแสนกว่าบาท) ถูกพูดถึงทันทีบนทวิตเตอร์หลังจากที่ตอนนั้นออกอากาศ ซึ่งนี่ไม่ไช่ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างแน่นอน

Jodie Comer ในชุดของ Molly Goddard ขณะรับบท Villanelle ในซีรี่ส์ Killing Eve

Photo: BBC

เราเคยตกหลุมรัก Jodie Comer ในชุดของ Molly Goddard ขณะรับบท Villanelle ในซีรี่ส์ Killing Eve และการได้แรงบันดาลใจในการแต่งตัวมาจากคอสตูมของ Shiv Roy ในเรื่อง Succession ทว่าในปีที่ผ่านมารายการทีวีได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน สร้างแรงบันดาลใจ และทำให้เราได้สื่อสารมากกว่าสื่อกลางทางวัฒนธรรมรูปแบบอื่น “แม้แต่แม่ของฉันก็ยังสมัคร Netflix ซึ่งเธอใช้ดูเพียง 3 ช่องเท่านั้น” Rachel Walsh คอสตูมดีไซเนอร์ของ The Serpent กล่าว ซีรี่ส์เรื่องนี้ลง BBC iPlayer เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทั้ง 8 ตอนได้รวบออกฉายคราวเดียวแทนที่จะออกฉายสัปดาห์ละ 1 ตอน เป็นการช่วยตอบสนองความกระหายในการเสพไลฟ์สไตล์ของยุค ’70s ได้เป็นอย่างดี ราเชลทำงานในธุรกิจนี้มานานกว่า 20 ปี และรู้สึกตื่นเต้นกับกระแสการเรียกร้องให้ออกความคิดเห็นและบอกถึงเครดิตเสื้อผ้าให้กับสื่อต่างๆหลังจากที่ The Serpent ออกอากาศตอนแรกในวันปีใหม่ผ่านทางช่อง BBC One “ในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมภาพยนตร์เปรียบได้กับลูกเมียหลวง ส่วนรายการโทรทัศน์ก็เทียบได้กับลูกเมียน้อย” ราเชลอธิบายถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมบันเทิง แต่ในวันนี้ทั้งนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง อาทิ Steve McQueen, Luca Guadagnino, Nicole Kidman, Meryl Streep และ Jodie Turner-Smith ที่จะแสดงในซีรี่ส์ Anne Boleyn (มีแผนการออกอากาศช่วงปลายปีนี้) ต่างหันมาสนใจวงการโทรทัศน์ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับความสนใจจากผู้ชมที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีโอกาสได้แสดงฝีไม้ลายมือนานถึง 480 นาที แทนที่จะเป็นแค่ 120 นาทีในภาพยนตร์

Elizabeth Hurley กับการสวมบทราชินีผู้หลงใหลในเครื่องเพชรและเดรสเข้ารูป ในซีรี่ส์เรื่อง The Royals

Photo: HBO!

 จงลืมการนั่งฟรอนต์โรว์ เอนกายลงบนโชฟาอย่างผ่อนคลาย กำเงินเอาไว้ให้พร้อม เพราะแฟชั่นฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น … คุณคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน!

“ตอนนี้เหล่าคอสตูมดีไซเนอร์ที่เคยรับเฉพาะงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ต่างก็หันมารับงานออกแบบให้กับซีรี่ส์บน Netflix” ประจวบกับเมื่อวิถีชีวิตหลังวิกฤตโควิด-19 ต้องเปลี่ยนไป นั่นจึงทำให้การแต่งกายของเราอาจเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ผู้คนพากันปรับตัวให้เข้ากับการแต่งกายที่ดูดีมีเสน่ห์บนหน้าจอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันคอยกระตุ้นรสนิยมด้านแฟชั่นในขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน เอนกายบนโซฟานุ่มๆ พร้อมสวมชุดเลานจ์แวร์ และรองเท้า Ugg ... ผลงานล่าสุดของราเชลคือเรื่อง The Royals นำแสดงโดย Elizabeth Hurley กับการสวมบทราชินีผู้หลงใหลในเครื่องเพชรและเดรสเข้ารูป และเรื่อง Temple ที่นำแสดงโดย Carice van Houten และ Mark Strong มาในชุดของ The Vampire's Wife และ Belstaff ซึ่งเธอเข้าใจในสไตล์อันเย้ายวนที่ช่วยดึงดูดสายตาเป็นอย่างดี “มันเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูดความสนใจ ถ้าให้ฉันนึกถึงรายการที่ชอบก็คงเป็น The Great ของช่อง Channel 4 กับเสื้อผ้าที่สง่างาม มีรูปทรงน่าสนใจ และอัญมณีหลากสีสัน

Anya Taylor-Joy รับบท Beth Harmonในซีรี่ส์เรื่อง The Queen’s Gambit ฉายทาง Netflix

Photo: Netflix

ในช่วงเวลานี้ที่มีการเสพแฟชั่นผ่านทางหน้าจอมากกว่าบนหน้านิตยสาร หรือการออกไปเห็นด้วยตาตามท้องถนน ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย เพียงหยิบรีโมตเปิดดูรายการทีวีที่ผู้คนพากันพูดถึงมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา หรือจะจัดองค์ประกอบรูปภาพและสวมชุดสวยอวดลงบนอินสตาแกรมเมื่อไรก็ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เพราะ ‘รูปโฉม’ ที่ถูกเนรมิตออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเราอาจได้แรงบันดาลใจมาจากสีที่เราเห็นในภาพยนตร์ The Dig ทั้งดูสงบและอบอุ่นด้วยโทนสีธรรมชาติ ไปจนถึงโทนสีขนมสายไหมของเหล่าดอกไม้ประดิษฐ์จากเรื่อง Bridgerton หรือแม้แต่ลายตารางหมากรุกสุดชิกจาก The Queen’s Gambit ที่ช่วยส่งเสริมรสนิยมด้านการตกแต่งให้กับห้องนั่งเล่น

Lily Collins รับบท Emily Cooper ในซีรี่ส์เรื่อง Emily in Paris ฉายทาง Netflix

Photo: Netflix

นอกจากนี้ยังถือเป็นความคิดอันชาญฉลาดของผู้ผลิต เพราะก่อนที่โลกนี้จะมีโซเชียลมีเดีย การแชตผ่านทางโทรทัศน์เป็นเพียงที่ระบายความอัดอั้นเท่านั้น แต่ในทุกวันนี้ที่เราสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางการสื่อสารของตัวเองได้ "เมื่อมีประเด็นต่างๆเกิดขึ้น เราต่างก็ต้องการถกกันในเรื่องเหล่านั้น แล้วทำไมถึงไม่ออกแบบคอสตูมสำหรับโลกแห่งความเป็นจริงให้ตัวเราเองล่ะ?"  การถกเถียงกันว่าสิ่งที่แต่งออกมาแล้ว ‘พลาด’ ไปจนถึง ‘พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย’ ถูกนำมาสร้างเป็นประเด็น โดยมีต้นเหตุมาจากการแต่งกายของตัวละคร Emily Cooper ในซีรี่ส์ Emily in Paris ซึ่งมันส่งผลต่อความรู้สึกและชวนให้ติดตามมากพอๆกับพล็อตเรื่อง (เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้คนต่างก็อยากทราบว่าการแต่งตัวแบบใดที่พลาดหรือไม่พลาดกันแน่?)

The Serpent ซีรี่ส์เรื่องดัง ที่เน้นการแต่งกายตามต้นฉบับยุค '70s

Photo: Netflix

ในซีรี่ส์ The Serpent นักแสดง Jenna Coleman แต่งตัวด้วยวิธีการจับคู่ของวินเทจและของใหม่ที่ทำเลียนแบบ (มีหลายชิ้นที่สร้างขึ้นเพื่อความต่อเนื่องในการถ่ายทำและเพื่อนักแสดงแทน) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากนิตยสารในยุค ’70s อย่าง Paris Match และ Vogue เครื่องแต่งกายที่ดูเย้ายวนด้วยโทนสีพระอาทิตย์อัสดง แว่นตาวินเทจจาก Van Cleef & Arpels จั๊มป์สูทแบบฉบับ Studio 54 ชุดเทเลอริ่งสีเทอควอยส์ และกระเป๋า Celine มือสองจากตลาดนัดจตุจักร (กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของซีรี่ส์เรื่องนี้) ทั้งหมดเป็นสไตล์ที่ผู้ชมสนใจเป็นอย่างมาก และพวกเขาก็จับชิ้นเหล่านั้น ‘ใส่ลงในตะกร้า’ บนเว็บไซต์ขายของออนไลน์

The Serpent ซีรี่ส์เรื่องดัง ที่เน้นการแต่งกายตามต้นฉบับยุค '70s

Photo: Netflix

แล้วอะไรคือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของบรรดารายการโทรทัศน์ที่มีสไตล์และได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา? นั่นคือการสร้างสมดุลระหว่างเรื่องเพ้อฝันและโลกแห่งความจริง ... สอดคล้องกับที่ทั้งชิโอนาและราเชลได้กล่าวไว้ “คุณต้องทำออกมาให้ดูเก๋ขั้นสุดและต้องสมจริง” ราเชลกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงแฟชั่นในยุค ’70s “ซึ่งคุณคงไม่อยากให้แต่งออกมาแล้วดูเหมือนอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Austin Powers แน่ ๆ” สไตล์ของเสื้อผ้าส่งผลตอการเล่าเรื่อง และแน่นอนว่าทำให้เราจดจำตัวละครเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น เช่น ความแฟนตาซีในเรื่อง The Queen’s Gambit ที่ดูเหมือนไม่ห่างจากโลกแห่งความเป็นจริงมากนัก เมื่อมันสามารถหาซื้อได้ง่ายเพียงแค่เปิดเว็บไซต์ Net-a-Porter หรือ eBay (หนึ่งในเว็บไซต์ที่ราเชลมักใช้หาแรงบันดาลใจ) อย่างโค้ตลายตารางสไตล์ Miu Miu ที่สวมโดยตัวละครเอกของเรื่อง

Zendaya รับบท Rue Bennett และ Hunter Schafer รับบท Jules Vaughn ในซีรี่ส์เรื่อง Euphoria ฉายทาง HBO

Photo: HBO

“สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดคือการฉีกกรอบของวงการโทรทัศน์ และมองหาสไตล์ที่ต่างจากการทำงานร่วมกับบรรณาธิการด้านแฟชั่น หรือการทำมิวสิกวิดีโอ แต่ไม่ว่าจะทำงานสำหรับที่ไหนก็ตาม ตอนนี้ต้องคำนึงถึงสิ่งที่เชื่อมโยงกับผู้คนในชีวิตจริง” ชิโอนากล่าว เธอเริ่มต้นการทำงานในวงการแฟชั่นด้วยการเป็นสไตลิสต์และบรรณาธิการให้กับนิตยสาร W และ CR Fashion Book ของ Carine Roitfeld ก่อนที่จะได้ร่วมงานกับ Beyoncé และ Solange Knowles การเปลี่ยนสายงานมาเป็นคอสตูมดีไซเนอร์นั้นถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ นับว่าเป็นการขยายขอบเขตของการทำงานให้กว้างขึ้น จากแฟชั่นมาสู่รายการทีวี ซึ่งความตื่นตัวที่เพิ่มมากขึ้นของอุตสาหกรรมแฟชั่นในขณะนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดให้อีกหลายคนอยากมาทำรายการทีวี เพราะผู้คนใช้เวลามากถึง 40% ในช่วงตื่นนอนไปกับการดูรายการต่างๆบนหน้าจอ

แต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะที่ผ่านมาเราก็มี ASOS (ย่อจาก As Seen On Screen) จำหน่ายเสื้อผ้าเลียนแบบจากรายการทีวี ภาพยนตร์ และงานประกาศรางวัลในราคาย่อมเยาไม่ใช่หรือ? เมื่อผู้ชมหลงใหลในคอสตูมที่ดูน่าพิสมัยบนหน้าจอมากยิ่งขึ้น แบรนด์แฟชั่นชั้นนำจึงยิ่งตระหนักถึงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแต่งกายของตัวละครดังเพื่อเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับรายการทีวี “ฉันพบว่ามีแบรนด์ดังๆเข้ามามีส่วนร่วมในฤดูกาลนี้มากขึ้น” จากคำบอกเล่าของชิโอนาซึ่งราเชลก็เห็นด้วยเช่นกัน

Phoebe Dynevor รับบท Daphne Bridgerton ในซีรี่ส์ Bridgerton ฉายทาง Netflix

Photo: Netflix

ทั้งแบรนด์แฟชั่นและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จับมือเป็นพันธมิตรในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งการที่กระตุ้นความสนใจของผู้ชม ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่านำมาซึ่งผลกำไรอย่างงาม และมีพลังในการดึงดูดสื่อมวลชนได้อย่างมหาศาล นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสมาพันธ์แฟชั่นอังกฤษ (British Fashion Council) จึงร่วมมือกับ Netflix เปิดตัวซีรี่ส์ Bridgerton ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการเทียบเชิญบัณฑิตด้านการออกแบบแฟชั่นจำนวน 3 รายมาร่วมรังสรรค์เครื่องแต่งกายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยุครีเจนซี และมีดาราในรายการเป็นผู้แสดงแบบ นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ Bridgerton สร้างความตราตรึงให้กับผู้ชมทางโชเชียลมีเดียได้ในทันที การเข้าถึงผู้คนจำนวนมากอย่างนี้เป็นเรื่องน่าประทับใจอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่โควิด-19 ทำให้งานพรมแดงและแฟชั่นวีกต้องเป็นอัมพฤกษ์ชั่วคราว เพราะโดยปกติแล้วทั้งสองงานนี้เป็นวิธีที่นักออกแบบและแบรนด์ต่างมั่นใจว่าผู้คนทั่วโลกจะได้เห็นเสื้อผ้าของพวกเขา ชิโอนากล่าวเสริม “แบรนด์ต่างๆมีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการใหม่ๆที่จะเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และเพื่อการโปรโมตสินค้า”

Bridgerton กับแฟชั่นยุครีเจนซี่ ราวปี คศ.1795 - 1837

Photo: Netflix

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงเห็นแฟชั่นสไตลิสต์เข้ามาในพื้นที่ของงานโทรทัศน์มากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่อาชีพคอสตูมดีไซเนอร์ก็ยังคงทำงานแยกส่วนกับวงการแฟชั่น ไม่มีการผูกมัดกับแบรนด์หรือต้องคำนึงถึงเทรนด์ใหม่ล่าสุด โดยเป้าหมายของสไตลิสต์แฟชั่นที่ก้าวเข้ามาในส่วนนี้คือการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อแบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่มักเป็นคู่ค้ากับบรรดานิตยสาร และทำให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถสร้างความแฟนตาซีตามต้องการได้ โดยสรุปแล้วที่แบรนด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนรายการทีวี ก็เพื่อทำให้สไตล์ของพวกเขาเป็นที่สนใจมากขึ้น และที่สำคัญคือเป็นวิธีในการสร้างผลกำไร “เนื่องจากฉันมีประสบการณ์ในการเป็นบรรณาธิการมาก่อน ทำให้มีความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์และแฟชั่นดีไซเนอร์มาอย่างยาวนาน เราได้ร่วมกันสร้างสรรค์อะไรที่พิเศษๆตลอด 10 ปีที่ผ่านมา” ชิโอนากล่าว สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อบทบาทในการทำงานของอาชีพคอสตูมดีไซเนอร์อย่างแน่นอน “คอสตูมดีไซเนอร์จำนวนมากต้องเรียนรู้ในการสร้างสไตล์ และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น” ราเชลกล่าวถึงสิ่งที่เธอตระหนัก นั่นคือการสร้างแรงดึงดูดด้วยแบรนด์ที่ร่วมสมัยอย่าง The Vampire’s Wife ที่เธอเลือกใช้สำหรับซีรี่ส์เกี่ยวกับอาชญากรรมทางการแพทย์ อย่าง Temple ของช่อง Sky

Sophie Okonedo นักแสดงนำจาก Ratched มาเป็นนางแบบในการเปิดตัวคอลเล็กชั่นพรีฟอล 2021 ของแบรนด์ JW Anderson

Photo: JW Anderson

ความหิวกระหายผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะเห็นสไตล์อันโดดเด่นและชิ้น ‘สุดฮิต’ (ที่พร้อมวางจำหน่าย) ของแบรนด์ดังในรายการทีวี อย่างเดรสสั้นสุตฮอตจาก The Vampire’s Wife กระเป๋าที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของ Telfar Clements เสื้อยืดสีลูกกวาดจาก Versace และเดรสจากแบรนด์ของฮังการี Nanushka ซึ่งมีสไตล์เป็นที่นิยมบนโลกโซเชียล “มันเป็นช่วงเวลาน่าตื่นเต้นที่ได้ทำงานในสายนี้” ราเชลกล่าว เพราะแฟชั่นดีไซเนอร์เองก็มีบ่อยครั้งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหน้าจอเช่นเดียวกัน ไม่นานมานี้ Jonathan Anderson รู้สึก ‘คลั่งไคล้’ กับซีรี่ส์ Ratched ที่ฉายผ่านทาง Netflix เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เขาจึงให้หนึ่งในนักแสดงนำ Sophie Okonedo มาเป็นนางแบบในการเปิดตัวคอลเล็กชั่นพรีฟอล 2021 ของแบรนด์ JW Anderson และด้วยกระแสที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ชมให้ความสนใจในการเสพแฟชั่นผ่านทางหน้าจอเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากผู้บริโภคและผู้คนในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำให้ไม่แน่ว่าก้าวต่อไปนั้นอาจเป็นบริการสตรีมมิ่งอย่าง Amazon Prime ที่มีแบรนด์เสื้อผ้ามากมายตั้งแต่ Mango ไปจนถึง Michael Kors ซึ่งจะทำให้บรรดาออริจินัลซีรี่ส์สามารถจำหน่ายสินค้าได้ง่ายกว่าเดิม และแน่นอนว่าผู้ชมคงใช้เวลาในการตัดสินใจไม่นานนักก่อนที่จะกดคลิก ‘เพิ่มลงตะกร้า’ หลังจากที่ได้เห็นชุดของตัวละครบนหน้าจอ “การแสดงนั้นทรงพลัง และพวกเขาก็มีพลังมากพอที่จะส่งผลกระทบต่อเทรนด์แฟชั่นอย่างแน่นอน” ชิโอนากล่าวปิดท้าย

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH