LIFESTYLE

กระโดดขึ้นเฟอร์รี่ข้ามจากสิงคโปร์สู่ The Sanchaya รีสอร์ทหรูบนเกาะบินตัน

เพียงไม่ถึงชั่วโมงจากสิงคโปร์เราก็ไปพักผ่อนบนเกาะสวยสงบได้

28 MAY 2019
Assistant Lifestyle Editor

KASIDIT SRIVILAI

เรามักจะยกให้สิงคโปร์เป็นมหานครอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นศูนย์กลางทางการเงิน แต่หากบอกเพื่อนๆว่ากำลังจะบินไปสิงคโปร์เพื่อไปพักผ่อนในรีสอร์ตสวยริมทะเลเพื่อนคงขมวดคิ้วใส่แน่ๆ และเรากำลังทำอย่างนั้นจริงๆ เพราะเพียงแค่ 45 นาทีจากชายฝั่งสิงคโปร์เราก็มาถึงบ้านพักตากอากาศสไตล์โคโลเนียล (บางอารมณ์อยากเรียกวัง) สีขาวสะอาดตาบนชายหาด Lagoi เกาะบินตัน ที่ชื่อว่า The Sanchaya แล้ว

เมื่อไฟลต์ที่สั้นขนาดดูหนังไม่จบเรื่องพาเรามาถึงสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ แล้วนั่งแท็กซี่ต่อมาเพียง 10 นาทีก็ถึงยัง Tenah Mehra Ferry Terminal ที่เราต้องผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองอีกรอบ ก่อนจะนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะบินตันซึ่งอยู่ในเขตประเทศอินโดนีเซีย เปรียบได้ว่ารีสอร์ตที่เรากำลังจะไปเยือนเป็นเหมือนหัวหินของชาวสิงคโปร์ก็อาจจะใกล้เคียง เพียงแต่ใช้เวลาน้อยกว่ามากๆก็เท่านั้น

The Sanchaya ให้บริการเหนือระดับกับแขกทุกคน เริ่มจากก้าวแรกเมื่อลงจากเฟอร์รี่พวกเราต้องผ่านช่องตรวจสัมภาระพิเศษที่มีไว้สำหรับแขกของโรงแรมเท่านั้น แม้แต่หนังสือเดินทางเรายังไม่ต้องถือเอง พนักงานผู้ยิ้มแย้มต้อนรับเราเข้าสู่ห้องรับรองพิเศษในท่าเรือของโรงแรม จิบเวลคัมดริงก์พร้อมชมบรรดาของตกแต่งโบราณที่ตั้งไว้อย่างสวยงามภายในห้องก่อนจะขึ้นรถไปยังตัวรีสอร์ต

รีสอร์ตดูโอ่อ่าด้วยตัวอาคาร 2 ชั้นที่ทำให้เราอดนึกถึงพระราชนิเวศน์มฤคทายวันที่หัวหินบ้านเราไม่ได้ สีขาวบนไม้ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอาคารให้ความรู้สึกผ่อนคลายและยิ่งขับให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามและงานศิลปะบริเวณล็อบบี้และบ่อน้ำซึ่งตัวอาคารล้อมอยู่โดดเด่นขึ้นไปอีกเท่าตัว ตัวรีสอร์ตหันหน้าเข้าสู่ชายหาด Lagoi พอดิบพอดีทำให้ทุกห้องพักในตัวอาคารได้รับวิวสระว่ายน้ำอินฟินิตี้คู่กับหาดทรายขาวและเหล่าต้นมะพร้าวสูงชะลูดได้แบบเต็มตา

เราพักในห้อง Sanchaya Suite ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่นซึ่งกว้างขวางมากพอที่จะมีห้องน้ำเสริม ซึ่งทางรีสอร์ตบอกกับเราว่ามีไว้สำหรับแขกที่แวะมาเยี่ยมเยือนผู้เข้าพักอีกทีหนึ่ง ห้องนั่งเล่นต้อนรับเราด้วยการตกแต่งสไตล์ Oriental Neo-claassical ที่สังเกตได้ตั้งแต่พื้นไม้ลวดลายขวาง ประตูไม้ระแนงสีขาว ตู้คอนโซลกลิ่นอายจีน แจกันลวดลายเบญจรงค์ ไปจนถึงภาพติดฝาผนังที่นำเอาองค์ประกอบศิลปะแบบเอเชียมารวมไว้ในห้อง เช่นเดียวกับห้องนอนที่มีหัวเตียงตกแต่งด้วยไม้แบบพระราชวังจีนและกระจกหลากรูปทรงที่ชวนให้หยุดมองทุกครั้งที่เดินผ่าน เราอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพถ่ายตัวเราบนที่นอนอันนุ่มสบายโดยมีหัวเตียงสวยเป็นฉากหลัง และด้วยความที่ติดอกติดใจกับที่นอนและหมอนอันนุ่มสบายรับสรีระของเราได้เป็นอย่างดี เราจึงแอบสอบถามยี่ห้อเครื่องนอนจากผู้จัดการทั่วไป ได้ความว่าทางรีสอร์ตใช้แบรนด์เครื่องนอน Ploh ของสัญชาติสิงคโปร์ที่เราเองไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่ได้ใจเราไปเต็มๆ

ทีเด็ดอีกอย่างของ Sanchaya Suite เห็นจะเป็นห้องน้ำที่สามารถเปิดประตูระแนงออกเพื่อชมวิวทะเลระหว่างที่แช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำลอยตัว Lefroy Brooks ส่วนเครื่องใช้ในห้องน้ำก็หอมชวนเคลิ้มเพราะเป็นของ Aesop ทั้งหมด ตั้งแต่เจลอาบน้ำไปจนถึงน้ำยาบ้วนปาก

เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรีสอร์ต เฉพาะตัวห้องกับระเบียงที่ทอดยาวทำให้เรานั่งชมวิวทะเลได้ไม่รู้เบื่อ ห้องอาหาร The Dining Room และบาร์ชื่อง่ายๆว่า The Bar  คอยเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่แม้ราคาจะหนักกว่าบนเกาะสิงคโปร์แต่ว่ารสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบนั้นเนืองแน่น เรามีโอกาสได้ลองทั้งสเต๊กเนื้อวากิว พาร์มิเจียน่ามะเขือยาว ไปจนถึงเมนูสไตล์เอเชียอย่างสะเต๊ะเนื้อแกะสูตรอินโดนีเซีย ก็ไม่มีจานไหนทำให้เราผิดหวัง แถมตอนเช้ายังมีข้าวหน้าปลาไหลให้เลือกเป็นเมนูอาหารเช้าด้วย แม้ชิ้นจะเล็กไปนิดแต่รสชาติไม่ต่างจากร้านญี่ปุ่นใหญ่ๆในเมืองเลยสักนิด และพนักงานผู้ยิ้มแย้มของที่นี่ก็พร้อมจะให้คุณสั่งเพิ่มได้เสมอ www.thesanchaya.com

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH