BEAUTY

สัมผัสนวัตกรรม VEX ตัวช่วยลดไขมันหน้าท้อง พร้อมเจาะลึกความงามด้านเรือนร่างกับแพทย์ที่ APEX Slim

กำจัดไขมันหน้าท้องด้วยใน 3 ขั้นตอน

06 DEC 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

เราเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ในยุคนี้หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เราเผชิญกันคือ ไขมันบริเวณหน้าท้องที่ลดยาก ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกรูปร่าง บางคนอาจจะใช้วิธีการออกกำลังกายอย่างหักโหม หรืออดอาหารเพื่อให้หน้าท้องแบนราบ แต่จริงๆ เราต่างต้องทำความเข้าใจว่าเราไม่สามารถลดไขมันในร่างกายจุดใดจุดหนึ่งได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้นส่วนเดียว แต่มันต้องอาศัยวินัยการควบคุมอาหารเป็นหลัก และหมั่นออกกำลังกายให้ครบทุกส่วนของร่างกาย เมื่อไขมันองค์รวมของร่างกายลดลงก็สามารถส่งผลให้ไขมันส่วนเกินของจุดๆ นั้นลดลงตามไปได้

ทั้งนี้ ในด้านของแวดวงความงามในปัจจุบันก็ได้มีนวัตกรรมด้านรูปร่างออกมาเพื่อตอบโจทย์สาวๆ ที่ต้องการความสวยเฉพาะจุดและใช้เวลาสั้นอยู่มากมาย แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเทคโนโลยีแบบใดที่เหมาะ หรือมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน แอลเลยชวน ดร.นพ.ภาวิต หน่อไชย หรือ คุณหมออาร์ม แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการลดน้ำหนักและเมตาบอลิกซินโดรม Metabolic Syndrome จาก APEX Slim ศูนย์ลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างที่ APEX Medical Center มาพูดคุยกันอย่างเจาะลึก

ELLE: จากประสบการณ์ในวงการความงาม คุณหมอมองว่า เทรนด์ความงามเรื่องรูปร่างในยุคนี้เป็นอย่างไร? 
Dr. Phawit: "ย้อนหลังกลับไป 10 ปี เดิมทีสมัยก่อน บางคนที่อยากจะสวยเฉพาะจุดก็จะเน้นส่วนนั้นไปเลย แต่ปัจจุบันเทรนด์เปลี่ยน หมอมองว่าเรื่องของรูปร่างมันไม่ใช่แค่ความสวยอย่างเดียว มันมีเรื่องสุขภาพเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นเทรนด์ปัจจุบันเลยกลายเป็นว่า “ไม่ใช่แค่ลีนหรือเฟิร์มเท่านั้น” แต่ต้องมี mascular ด้วย ดูมีกล้ามนิดหนึ่ง เพื่อให้ดูว่าเฮลตี้จริงๆ
เราอาจจะมองว่าผอมมากๆ ดูดี ปัจจุบันเทรนด์นางงามก็เปลี่ยนไป บางคนมีกล้าม มีซิกแพ็ค เพราะฉะนั้นมันเลยสะท้อนว่า การดูแลเฉพาะส่วนอาจจะไม่ครอบคลุม อาจจะต้องดูแลเรื่องระบบภายในร่างกายด้วยที่เป็นในด้านสุขภาพ"

ELLE: ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่อยากมีรูปร่างตามเป้าหมายที่คุณหมอพบเจอคืออะไร?
Dr. Phawit: "ถ้าเวลามาปรึกษาเรื่องรูปร่างคนส่วนใหญ่จะมองสองแบบ อันดับแรกคือน้ำหนัก อยากจะผอมลง ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาก็จะต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะลดน้ำหนักหรือรูปร่างเนี่ย เราโฟกัสไปที่การลดไขมันอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเสริมกล้ามเนื้อเข้าไปด้วย เสริมการเผาผลาญและคงสภาพในระยะยาว
ส่วนการลดไขมัน มีลดทั้งตัวกับเฉพาะส่วน ส่วนใหญ่ที่ผู้หญิงจะกังวลคือหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ต้นแขน ผู้ชายก็เน้นหน้าท้องส่วนล่าง บางคนมีซิกแพ็คนะ แต่ตรงท้องน้อยยังคงมีไขมันอยู่ มีหลายคนที่ลดทุกวิถีทาง ออกกำลังกายเยอะ แต่ส่วนเกินบางอย่างก็ยังไม่หายไป ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องใช้นวัตกรรม"

ELLE: จากปัญหาดังกล่าว ที่ APEX มีนวัตกรรมอะไรตอบโจทย์บ้าง?
Dr. Phawit: "เราเน้นความทันสมัยก่อนเลยในอันดับแรก ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียงเยอะ ใช้เวลาไม่นาน มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งก็มีทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ความร้อน ความเย็น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างคนที่มีหน้าท้องหนา อาจต้องเน้นด้วยการฆ่าส่วนไขมันก่อน ละลายไขมัน ตีไขมันให้กระจาย กระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง แล้วกำจัดไขมันออก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นเพื่อให้เฟิร์มขึ้น ถ้าให้สรุปเลยคือการเน้นเรื่อง ‘Combination’ หรือการนำเครื่องมือหลายๆ ตัวมารวมกัน อย่างตัว VEX Treatment ก็เป็นตัวที่ APEX เราเน้นเป็นพิเศษสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาหน้าท้องใหญ่และย้วยด้วย"

Dr. Phawit: "ซึ่งจริงๆ แล้ว วิธีที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าเราเหมาะกับทรีตเมนต์ประเภทใดโดยหลักแล้วสามารถวิเคราะห์ได้จาก In-body เครื่องที่วัดคะแนนความสัมพันธ์ของไขมันและกล้ามเนื้อที่จะบ่งบอกได้ว่าร่างกายของเราเผาผลาญได้ดีแค่ไหน สภาพผิวของบริเวณที่กังวล และที่สำคัญที่สุดคือความกังวลใจสูงสุดของคนไข้"

VEX Treatment

ELLE: VEX Treatment คืออะไร?
Dr. Phawit: "หมอขอตั้งชื่อเป็นเหมือน Sandwich Treatment แล้วกัน มี 3 เครื่องด้วยกัน แต่ 4 กระบวนการ กระบวนการแรกเราเรียกว่า Vanquish ตัวนี้เราตั้งชื่อเป็น Ultimate Fat Burner คือเป็นการสลายไขมันด้วยการปล่อยคลื่นพลังงานวิทยุไฟฟ้าลงไปโดยที่ตัวเครื่องไม่ได้สัมผัสกับผิว เราจะนอนอยู่เฉยๆ เลยแล้วตัวเครื่องจะตั้งคลุมหน้าท้องและปล่อยพลังงานลงไปเพื่อให้อุณหภูมิของผิวที่อยู่ชั้นผิวใต้ไขมันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น 45 องศาเซลเซียส"

ELLE: คนไข้จะรู้สึกร้อนไหม?
Dr. Phawit: "ไม่รู้สึกครับ จะรู้สึกแค่อุ่นๆ หลังทำปุ๊ปผิวด้านบนก็ไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด สบายมาก ซึ่งตัวนี้จะเป็นขั้นตอนแรก โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นจะเป็น Exlilis ตัวนี้เราเรียกว่าเป็นคลื่นพลังงานวิทยุเหมือนเดิม แต่อันนี้เราจะโฟกัสลงไป จากเดิมที่เราปล่อยทั่วๆ เรามาเก็บกวาดไขมันที่ถูกสลายออกมาและส่งมันไปยังทางเดินน้ำเหลืองต่อ นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบนชั้นผิวหนังให้เกิดการเฟิร์มขึ้นด้วย เทคนิคนี้เราเรียกเป็น 'Lean & Firm Treatment' นอกจากนี้ยังแอบกระซิบว่าสามารถทำที่หน้าหรือช่องคลอดก็ได้"
ELLE: ใช้สำหรับช่องคลอดได้ด้วยเหรอ..
Dr. Phawit:
"ใช้ได้ครับ แต่มันจะต้องมีการใช้ Applicator ที่ต่างกัน แต่หลักๆ ตัวนี้ก็จะใช้สำหรับหน้าท้องแหละ โดยจะเป็นการใช้หัวที่มีความร้อนแบบอุ่นๆ และเจล นวดคลึงผิวไปเรื่อยๆ ปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที"

Dr. Phawit: "อีกตัวหนึ่งคือพลังงาน X-Wave ตัวนี้เป็นคลื่นพลังงานเสียงที่จะไปกระแทกเซลล์ไขมันให้หลุดออกมาจากโปรตีน คือบางทีไขมันมันอยู่ไปชั้นโปรตีน หลายคนจะมีปัญหาเรื่องเซลลูไลต์ที่รู้สึกว่ามันไม่เรียบเนียน ซึ่งเกิดจากการที่ไขมันไปเกาะและดึงรั้งโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวนี่แหละ ซึ่งตัวนี้เป็นตัวที่เราจะทำก่อนที่จะทำ Vanquish และทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถถูกเดรนออกไปได้หมด ตัว X-Wave นี้จะใช้เวลาทั้งก่อนและหลังรวมกันไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ จึงไม่ได้แค่ทำให้หน้าท้องแบนราบอย่างเดียว แต่ทำให้ดูเฟิร์มขึ้นด้วย"

ELLE: เนื่องจาก X-Wave เป็นเครื่องที่มีการกระแทกกับผิว คนไข้จะรู้สึกเจ็บมากน้อยแค่ไหน?
Dr. Phawit: "เสียงจะดังจากการกระแทกของพลังงาน แต่ความรู้สึกจะเหมือนเราโดนนวดแล้วถูกกระทุ้งเข้าไป แต่จะไม่รู้สึกตื้อๆ เป็นความรู้สึกแหลมๆ ที่ไม่ได้เจ็บมาก"
ELLE: สำหรับใครที่ลองทำ VEX Treatment ครั้งแรกจะเห็นผลชัดเจนแค่ไหน?
Dr. Phawit:
"ไขมันจะลดประมาณ 10-15% สมมติว่าทำวันนี้แล้วเราวัด In-body ไว้ แล้วกลับมาวัดใหม่ใน 5-7 วันจะสังเกตเห็นได้"

ELLE: ผลลัพธ์ต่อครั้งจะอยู่ได้นานเท่าไหร่?
Dr. Phawit: 
"มันอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วย เพราะไขมันมันเป็นอะไรที่กลับมาได้เสมอ ถ้าบางคนที่หน้าท้องแบนราบแล้วเฟิร์ม ทำไปหนึ่งครั้งอาจจะรู้สึกได้เป็นเดือน แต่ถ้าทำครบคอร์สอาจจะรู้สึกได้เป็นปี โดยเราแนะนำให้ทำเป็นคอร์ส 4 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สักอาทิตย์ละ 1 ครั้งกำลังดี"
ELLE: ใครที่ไม่เหมาะกับการทำ VEX Treatment?
Dr. Phawit:
 "เนื่องจากว่าทรีตเมนต์นี้มีการใช้ความร้อน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะฉะนั้นคนไข้ที่มีอุปกรณ์เหล็ก โลหะที่ฝังในร่างกาย หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจก็อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ที่จะทำ คนที่เพิ่งคลอดบุตรมายังให้นมน้องอยู่ กลุ่มคนที่มีเนื้องอกในช่องท้อง คนที่ผ่าตัดมาไม่เกิน 6 เดือน คนที่เป็นโรคเบาหวานหรือชาบริเวณผิวที่จะทำ เพราะบางทีเขาตอบสนองความรู้สึกระหว่างที่ทำไม่ได้แล้วจะเกิดการพองได้ คนที่เป็นโรคเลือด ช้ำง่าย หรือยังกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ก็จะยังไม่อยากให้เข้ารับบริการ"

ELLE: ก่อนเข้ารับบริการ คนไข้ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
Dr. Phawit: "หลักๆ ก็คือพอเราได้รับความร้อนมากๆ เราก็จะหิวน้ำ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมารับบริการภายใน 24 ชม. ควรจะดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตร ในระหว่างที่ทำก็สามารถจิบน้ำไปด้วยได้ ถ้าเราขาดน้ำอาจทำให้เราเป็นไข้ได้ ซึ่งหลังทำทรีตเมนต์เสร็จก็ควรดื่มน้ำเยอะๆ อีกเช่นกัน และควรงดทานอาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชม." 
ELLE: หลังจากรับบริการ VEX Treatment ไม่มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษ?
Dr. Phawit:
"ไม่เลยครับ ออกกำลังกายได้ นวดท้อง ไปสปาได้ตามปกติ"

BEFORE-AFTER 1 TREATMENT

Editor's Thoughts:
"เป็นนวัตกรรมที่ใหม่ และค่อนข้างตอบโจทย์คนที่ออกกำลังแล้วยังมีปัญหาไขมันหน้าท้องส่วนเกิน หรือ ลดน้ำหนักเร็วเกินไปจนทำให้เกิดผิวที่หย่อนคล้อยไม่กระชับ ตัวทรีตเมนต์ค่อนข้างสบาย นอนเฉยๆ เกือบ 2 ชม. แม้ตัว X-Wave ก็รู้สึกไม่เจ็บแบบที่คิด หลังทำจะรู้สึกกระหายน้ำขึ้น หากได้ทำอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมีวินัยในการออกกำลังและควบคุมอาหารดีๆ คงจะเห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น"

ELLE: นอกเหนือจากนวัตกรรมความงามแล้ว คุณหมอมีเทคนิคอะไรแนะนำสำหรับคนที่อยากสร้างกล้ามหน้าท้องให้ชัดและแข็งแรงบ้าง?
Dr. Phawit: "ลำดับแรก ต้องเน้นการออกกำลังกายเฉพาะจุดอย่าง Resistance Traning ทำเป็นประจำต่อเนื่อง และต้องดูผลข้างเคียงของการออกกำลังกายด้วย หากหักโหมเกินไป แทนที่กล้ามเนื้อจะขึ้นสวยงามก็ทำให้กล้ามเนื้อสลายได้ นอกจากนี้ก็จะมีอาหารเสริมเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ เช่น เวย์โปรตีน BCAA ตลอดจนอาหารเสริมที่ป้องกันกล้ามเนื้อสลายอย่าง กลูตามีน ส่วนในด้านอาหารการกินให้เน้นทานโปรตีนเป็นหลัก หรือถ้าใครแพ้โปรตีนจากสัตว์ก็สามารถเลือกทานโปรตีนจากพืชได้ และฝากไว้ท้ายที่สุดคือ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด เพราะความเครียดก็ทำให้กล้ามเนื้อสลายได้เช่นกัน"

สอบถามอัตราค่าบริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
Website: www.apexmedicalcenter.co.th
Tel: 085-000-2001 
LINE: @apexmedicalcenter (มี @sign)

Photographer:
 Akkapon Kumpusan

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH