FASHION

ตั้งแต่ FKA Twigs, Bella Hadid จนถึง Lisa ต่างก็พากันใส่ชิ้นวินเทจสุดปัง!

ทำไมกระแสของวินเทจจึงกลับมาเขย่าโลกแฟชั่น? และคนรุ่นใหม่จึงตกหลุมรักมัน?

11 SEP 2021
Fashion Features Editor

KHANAKON PHETTRAKUL

"คุณผู้อ่านชอบของวินเทจไหมครับ?" ถ้าชอบ เราลองมาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันดีกว่าว่าทำไมจึงชื่นชอบ 'ของวินเทจ' หรือที่แวดวงศิลปะนิยามว่าเป็นสิ่งของอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100 ปี เพราะถ้าอายุแตะหลัก 100 ปีเมื่อไรจะถูกเรียกว่า ‘แอนทีค’ ในขณะเดียวกันหากเป็นสิ่งของอายุไม่เกิน 20 ปี ใช้วัสดุและวิธีการผลิตสมัยใหม่ แต่ทำให้ดูเก่าคล้ายกับของหลายทศวรรษก่อนหน้าเราจะเรียกว่าเป็นสไตล์เรโทร (ย่อจาก Retrospective) โดยเหตุต้องหยิบยกเรื่องของของวินเทจมาพูดถึงกันอีกครั้ง เพราะตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงช่วงเวลานี้มีสื่อใหญ่หลายเจ้าพร้อมใจกันประกาศกร้าวว่า '2020s คือยุคของสินค้าวินเทจ' ทำไมวินเทจจึงกลับมาเขย่าโลกแฟชั่น และ ทำไม Gen-Z จึงตกหลุมรักมัน ... ?

Vivienne Westwood Fall/Winter 1990 / FKA Twigs สวมคอร์เซ็ทจาก Vivienne Westwood

Photo: Getty Images

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะ 'Nostalgic' หรืออาการถวิลหาความสุขซึ่งเคยประสบในอดีต และเยียวยาได้ด้วยการครอบครองหรือสัมผัสสิ่งของเหล่านั้น ดังที่เราเห็นคนวัยทำงานหาเงินเองได้แล้วคอยตามเก็บ และกว้านซื้อข้าวของแห่งความทรงจำ ทั้งที่เคยมีในวัยเยาว์แต่ทำสูญหายไป หรือไม่เคยมีแต่อยากได้มาเติมเต็มความสุขทางใจ และอีกประการคือค่านิยมการใช้สินค้าวินเทจออกสื่อของบรรดาเซเลบริตี้ระดับ A+ ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ชุดดูตื่นตาตื่นใจสำหรับชาว Gen-Z ผู้ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนช่างยั่วยวนชวนให้เปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์เพื่อควานหาเสื้อผ้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับอย่างที่ไอดอลคนดังสวมใส่ ก่อนท้ายสุดจะพบว่ามันไม่ใช่หาได้ง่าย ๆ แถมบางชิ้นราคายังสูงกว่าของใหม่ด้วยซ้ำไป ในกรณีนี้ผมต้องขอขอบคุณ Kendall Jenner ผู้ทำให้กระเป๋าคาดเอวของ Chanel จากต้นยุค '90s กลับมาได้รับความนิยม หลังเธอใช้ออกสื่ออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ไอเท็มชิ้นนี้กลายเป็นที่ต้องการ และถีบให้ราคาใบวินเทจพุ่งสูงไปแตะหลักแสนบาท! (ใบสภาพดีขายอยู่บนเว็บดัง) หรือแพงกว่าราคาจำหน่ายหน้าร้านเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้วถึง 3 เท่า ... ทำให้ผมตัดสินใจหยิบกระเป๋าใบเก่าแบบเดียวกันมาใช้ เพราะทั้งเคนดัลล์ เจนเนอร์และเพื่อนคนดังของเธอกรุยทางไว้แล้วว่ามันคือ It-Bag 'ใบใหม่' แม้เป็น 'ใบเก่า' ที่ในช่วงเวลานั้นหลายคนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุดหากช่วงนี้ขัดสนเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ก็ยังสามารถแปลงสภาพจากกระเป๋าให้กลายเป็นเงินจำนวนหนึ่งซึ่งมากโขสำหรับช่วงวิกฤตโควิดเลยทีเดียว

Kendall Jenner ใช้กระเป๋าคาดเอววินเทจ Chanel จากช่วงต้นยุค '90s

Photo: Getty Images

นอกจากสองประเด็นข้างต้นซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานทำให้สินค้าวินเทจหลายชิ้นกลับมาได้รับความนิยมแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่สุดคือตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับการผลิตสินค้าใหม่ออกมาจำนวนมาก สอดคล้องกับรายงานว่าการใช้จ่ายกับสินค้าแฟชั่นนั้นลดลงเกือบ 80% ในไตรมาสแรกของปีที่แล้วหรือคือช่วงเริ่มต้นของวิกฤตโควิด-19 และจนถึงเวลานี้ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้เมื่อไวรัสร้ายกลายพันธุ์จนตามไม่ทัน ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและแนวคิดของผู้บริโภคว่าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เว็บไซต์ขายของ Pre-Owned ทั้งแบบตกซีซั่นไปได้ไม่นาน จนถึงเข้าวัยวินเทจหลายเจ้าจึงก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกในใจของผู้บริโภค เพราะนอกจากได้สินค้าของแบรนด์โปรดแล้ว เรื่องจริงบางประการอันเป็นที่รู้กันคือวินเทจบางชิ้นจากบางแบรนด์ใช้วัสดุชั้นเลิศและตัดเย็บประณีตกว่าของในปัจจุบันด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องราคาที่ถูกกว่าของใหม่บนดิสเพลย์หน้าร้านซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันจนเกือบแยกไม่ออก แต่ก็ต้องติดเครื่องหมายดอกจันไว้ด้วยว่า *ถ้า Kendall Jenner หรือ Bella Hadid ไม่หยิบไปใช้ออกสื่อจนเป็นกระแส และถีบให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าอย่างในกรณีกระเป๋าคาดเอวของ Chanel ที่ผมเล่าไปตอนต้น

Gwyneth Paltrow สวมชุดจากคอลเล็กชั่นฤดูหนาว 1996 ของ Gucci 1996 โดย Tom Ford / Gucci ฤดูหนาว 2021 โดย Alessandro Michele

Photo: Getty Images, Gucci

ในฐานะของกลุ่มบริษัทผลิตสินค้าหรูหราชั้นนำของโลกอย่าง Kering เจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอาทิ Gucci, Saint Laurent, Balenciaga, Bottega Veneta และ Alexander McQueen จึงลงทุน 216 ล้านดอลลาร์ในเว็บไซต์สินค้า Pre-Owned ชื่อดัง Vestiaire Collective และให้แบรนด์ในครอบครองเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าวินเทจอย่าง The RealReal (ปลายปีที่แล้ว Gucci เปิดตัวโปรเจค ทุกการซื้อสินค้า Gucci จาก The RealReal เท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวนหนึ่งต้น เพื่อตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์เรื่องความยั่งยืนในธุรกิจแฟชั่น) วิกฤตโควิดทั่วโลกได้ส่งผลให้การเติบโตของตลาดขายต่อจากเดิมที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วกลายเป็นโตแบบก้าวกระโดด Vestiaire Collective เปิดเผยว่ามีผู้ซื้อเพิ่มขึ้นถึง 33% ในขณะที่ Depop เผยว่าในช่วงสูงสุดมีผู้สมัครใช้งานใหม่มากถึง 20 รายต่อนาที! เว็บไซต์เจ้าดังรายอื่นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีทั้ง eBay, Vinted และ ASOS Marketplace ก็คึกคักกับคนจำนวนมากที่นำของมาขายต่อเพื่อแปลงเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายในช่วงวิกฤตนี้ ส่วนผู้รอของถูกและดีก็รีบคว้าไว้ราวกับเป็นช่วง 'นาทีทอง'

Louis Vuitton Fall/Winter 2006 โดย Marc Jacobs นำเสนอกระเป๋าคอลเล็กชั่น Monogram Miroir / Jimin สมาชิกวง BTS และกระเป๋ารุ่น Sac Plat Monogram Mirror จาก Louis Vuitton Fall/2021 โดย Virgil Abloh

Photo: Imaxtree / Louis Vuitton

Johnny Valencia เจ้าของ Pechuga Vintage คืออีกรายที่ออกมายืนยันว่าในปัจจุบันนี้การได้ครอบครองของวินเทจหายากเปรียบได้กับการ 'พิชิตฝัน' ตอนนี้แบรนด์ Vivienne Westwood กลับมาอยู่ในใจของทุกคน (เป็นผลจากการที่บรรดาเซเลบริตี้อย่าง Bella และ Lisa หยิบชิ้นวินเทจเป็นคอร์เซ็ทพิมพ์ลายผลงานศิลปะจากศตวรรษที่ 18 ของแบรนด์นี้มาใส่ชนกันโดยไม่ได้นัดหมาย) และมีลูกค้าหลายรายกำลังตามล่าผลงานเก่าๆของแบรนด์ Jean Paul Gaultier เรื่องนี้สอดคล้องกับการายงานจาก Vestiaire Collective ที่เปิดเผยว่านับตั้งแต่ฌอง-ปอล โกลติเยร์ประกาศวางกรรไกรไปเมื่อต้นปีที่แล้ว สินค้ามือสองของแบรนด์นี้ก็มีราคาเพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงครึ่งแรกของปีค.ศ. 2021 มีการเสิร์ชหาเพิ่มมากขึ้นถึง 570%! แค่ในช่วงไตรมาสแรกก็มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 30% สินค้าบางชิ้นจากคอลเล็กชั่นดัง Cyberpunk Amazonian ฤดูกาล Fall/Winter 1995 มีมูลค่าสูงถึง 3,000 ปอนด์! เลยทีเดียว และด้วยกระแสความนิยมนี้เองคืออีกเหตุผลที่ทำให้เราได้เห็น Jean Paul Gaultier ประกาศเปิดสายการผลิตคอลเล็กชั่นเสื้อสำเร็จรูปอีกครั้งหลังยุติไปนาน 6 ปี และทันทีที่แคปซูลคอลเล็กชั่นแรกชื่อ Les Marins วางจำหน่ายพร้อมกับของวินเทจที่ทางแบรนด์เก็บรวบรวมไว้ (ออกจำหน่ายเดือนพฤษภาคม) ก็ขึ้นป้าย 'Sold Out' ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ป็อป-วรรธกุล นักเขียนแฟชั่นอิสระผู้หลงใหลในสินค้าวินเทจของแบรนด์ Vivienne Westwood และ Jean Paul Gaultier และยังเป็นผู้ซื้อสินค้าจากเว็บดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์กับผมว่า "รู้สึกตกใจกับการที่ราคาสินค้าวินเทจของโกลติเยร์ปรับสูงขึ้นอีกหลายเท่า แต่ถ้าถามว่าแปลกใจไหม? ก็คงไม่ เพราะแฟชั่นวนเป็นวัฏจักร และมีคนพร้อมจะรวบรัดตัดตอนวัฏจักรนั้นด้วยการกว้านซื้อของวินเทจชิ้นปังๆ มาใช้ก่อนแบรนด์จะนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ ยิ่งมีคนดังหยิบมาใช้ ยังไงก็ต้องเป็นกระแสและคนก็ต้องแห่กันซื้อตามแน่นอน" และเมื่อถูกถามว่าอะไรคือเสน่ห์ของของวินเทจ "ของใหม่ทำให้ดูเก่าได้เพียงแค่รูปลักษณ์แต่คุณค่าแท้จริงของดีไซน์เหล่านั้นอยู่ที่เรื่องเล่า มันคือประวัติศาสตร์ มันคือต้นฉบับ ดังนั้นเวลาแบรนด์ดังทำสินค้าใหม่ออกมาแล้วชูจุดขายว่าได้แรงบันดาลใจมาจากของเก่าปีนั้นปีนี้ จะเก๋กว่าไหมหากเรามีตัวต้นฉบับใช้อยู่ก่อนแล้ว?" ... การให้คุณค่าของวินเทจเป็นไอเท็มเก๋ไก๋ไม่แพ้ของใหม่ที่วางโชว์อยู่ในบูติกอย่างที่วรรธกุลบอกกับเรานี่เอง ทำให้ภาคส่วนนี้กลายเป็นเรื่องต้องจับตา อย่างน้อยจากการรายงานของเสิร์ชเอ็นจิ้นชื่อดัง Lyst ว่ามีการค้นหาคำเกี่ยวข้องกับ 'Vintage Fashion' มากถึง 35,000 ครั้งต่อเดือนนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และมีการค้นหาคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับ 'Secondhand' เพิ่มสูงขึ้น 104% หรือสามารถแปลงเป็นมูลค่าการซื้อขายให้ตาลุกวาวก็คือราว 40 พันล้านดอลลลาร์! เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า 2020s คือยุคของของวินเทจอย่างแท้จริง เพราะมันได้ขยับสถานะจากการเป็นเพียงแค่ตัวเลือกมาเป็น 'แฟชั่นกระแสหลัก'

ค่านิยมการใช้ของวินเทจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแวดวงซื้อขายแฟชั่นไอเท็ม แต่ยังส่งผลต่อแวดวงนิตยสารแฟชั่นชื่อดังหลายเล่ม เมื่อมีการนำของวินเทจมาถ่ายแฟชั่นเซ็ทกันมากขึ้น Bay Garnett สไตล์ลิสต์และบรรณาธิการอิสระ ผู้นำด้านสไตล์ที่เรียกว่า ‘Thrifting’ หรือ แฟชั่นวิถีประหยัด คือหนึ่งในนั้น เมื่อเธอใช้ของวินเทจที่หาได้จากร้านขายสินค้ามือสองมาถ่ายคู่กับโอต์กูตูร์ลงในนิตยสาร และยังให้สัมภาษณ์กับแอลอังกฤษว่า "นานมากแล้วที่คนเสพแฟชั่นหลงใหลไปกับแฟชั่นยุคปัจจุบัน และตอนนี้พวกเขาต้องการสิ่งตรงกันข้าม (คือการได้ตื่นตาตื่นใจไปกับของวินเทจชิ้นหายาก)" และยังลามไปยังแฟชั่นบนรันเวย์ อย่างการที่ Dolce&Gabbana ปัดฝุ่นไอเท็มฮอตฮิตในยุค '90s ของไลน์วัยรุ่น D&G (เปิดตัว 1994 และปิดไปในปี 2012) อาทิ หมวกบักเก็ต เสื้อยืด และกางเกงบ็อกซิ่งแปะป้ายโลโก้ แล้วนำมาโชว์เป็นคีย์พีซบนรันเวย์คอลเล็กชั่นชาย Fall/Winter 2021 ส่วนบนรันเวย์คอลเล็กชั่นรับลมหนาวของฝั่งหญิง เราก็ได้เห็นนักออกแบบคู่หูดูโอ้นำเข็มขัดโลหะเส้นโต ชิ้นเด่นจากฤดูกาล Fall/Winter 2007 กลับมาใช้อีกครั้ง แม้อายุของเข็มขัดคอร์เซ็ทเส้นนี้ยังไม่ถึงวัยที่เรียกได้ว่าเป็นวินเทจแบบเต็มปาก แต่ก็นานมากพอให้เหล่า Gen-Z ผู้ไม่ทันได้ซึมซับหรือเสพเรื่องราวของโลกแฟชั่นเมื่อ 14 ปีที่แล้วได้ฮือฮากันถ้วนหน้า ส่วนตัวแบรนด์เองก็ได้ประกาศศักดาว่า "ไอเท็มชิ้นปัง ๆ แปลก ๆ อย่างนี้เราทำมานานแล้วนะจ๊ะ!" เรียกได้ว่า Domenico Dolce และ Stefano Gabbana สามารถจับกระแสและเขย่าโลกแฟชั่นได้อีกครั้ง หลังกรุยทางสินค้าลักซ์ชัวรี่สำหรับสาวพลัสไซส์จนประสบความสำเร็จ และทำให้แบรนด์อื่นอยากเดินรอยตาม แม้แต่ตัวพ่อสายแฟชั่นวินเทจแห่งยุค Alessandro Michele ยังขอปัดฝุ่นสูทกำมะหยี่สีแดงชิ้นไอคอนิกจากปีค.ศ. 1996 ผลงานของ Gucci ในยุค Tom Ford มาไว้บนรันเวย์ฤดูหนาวนี้ด้วยเช่นกัน

Lady Gaga สวมสูทจาก Gaultier Paris Spring 1997 คอลเล็กชั่น Haute Couture แรกของ Jean Paul Gaultier

Photo: Getty Images

สุดท้ายนี้ผมอยากใช้บทสัมภาษณ์ของ Alexander Fury นักวิจารณ์แฟชั่นและผู้สะสมแฟชั่นไอเท็มชิ้นเด็ดเป็นบทสรุปส่งท้าย "นี่คือยุคที่คนกลับมากระหายความหลัง (อันแสนสุข) ผู้คนพากันมองหาแฟชั่นที่พวกเขาเคยสัมผัส หรืออาจยังเด็กเกินจะครอบครอง" ตรงกับเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นบนเฟสบุคส่วนตัวของผมเมื่อมีการโพสต์รูปล่าสุดของ Travis Scott ใช้หีบเดินทางลายโมโนแกรมมัลติคัลเลอร์ของ Louis Vuitton (วางจำหน่ายครั้งแรกปีค.ศ. 2003) ซึ่งราคาขายต่อบางเว็บไซต์นั้นพุ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์! และตามมาด้วยคำถามว่า "รุ่นนี้ยังมีขายอยู่ไหม เพราะตอนเป็นเด็กอยากได้มากแต่ไม่มีงบ ตอนนี้มีงบแต่ก็ดันเลิกผลิตไปแล้ว" - ในกรณีนี้ร้านขายของมือสอง ของวินเทจ คือคำตอบ! ... และยังมีคนเสพแฟชั่นอีกค่อนโลกกำลังคิดและมีคำถามเช่นนี้ พวกเขากำลังตามล่าหาความทรงจำอันหอมหวานและพร้อมจ่ายเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นแห่งความหลัง พวกเขาพร้อมให้คุณค่ากับของเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยหลงใหลและอาจหลงลืมไป เมื่อซึมซับแต่ข่าวสารที่เกี่ยวกับสินค้าใหม่ซึ่งอัดแน่นบนหน้าฟีดเฟสบุคทุกวี่วัน แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ของวินเทจชิ้นเด็ดเหล่านั้นจะกลับมาเชื่อมโยงและเติมเต็มช่องว่างระหว่างวัย ให้คนเสพแฟชั่นทั้งเจเนอเรชั่นเก่าและใหม่ได้สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

อ่านเพิ่มเติม:
หรือจุดจบของโลกกำลังใกล้เข้ามา !?! ... จากมุมมองของตัวแม่สายพังก์ Vivienne Westwood
Nostalgic Marketing กลยุทธ์การเปลี่ยนความคิดถึงให้กลายเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH