SIGNATURE

ส้ม มารี นักร้องสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใส ที่มักถ่ายทอดเมโลดี้ของเพลงอกหักอยู่เสมอ

เมื่อส้ม Wink เติบโตเป็น Zom Marie โดยไม่รู้ตัว

15 FEB 2021

ต่อให้อกหักอีกกี่ครั้ง หัวใจของ ‘ส้ม มารี’ ก็ไม่มีวันแหลกสลาย ไม่ใช่นิยามถึงการอกหักจากความรักหากเป็นความรู้สึกเหมือนถูกหักอกจากอาชีพการงานซึ่งเป็นอาการที่ส้มมารีประสบมาตลอดระยะเวลา 10 ปีของการเป็นนักร้อง “ปล่อยเพลงทีไรเหมือนอกหักทุกรอบ อกหักวนไปเรื่อยๆ” นักร้องสาวผู้เริ่มเป็นที่รู้จักในนามส้ม Wink ก่อนจะเติบโตสู่การเป็น Zom Marie ยอมรับตามตรงถึงพายุในใจที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังการปล่อยเพลงใหม่ๆสู่ผู้ฟัง แต่ถึงจะต้องอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนนี้จะหยุดร้องเพลง เพราะความรักที่เธอมีต่อความฝันเดียวในชีวิตอย่างการร้องเพลงจริงจังและยั่งยืนเกินกว่าจะท้อถอย

อะไรทำให้เรารู้ตัวเองว่ารักในสิ่งนี้ ?

คนที่อยู่ดีๆก็ทำให้ส้มรู้จักตัวเองขึ้นมาก็คือพี่ไอซ์ ศรัณยู ส้มเห็นเขาร้องเพลงทางโทรทัศน์ด้วยแววตาที่เป็นประกาย เขาดูมีความสุขกับการได้ทำสิ่งนี้มากๆ เลยเหมือนเป็นการจุดไฟในตัวเราขึ้นมาทันทีว่าฉันอยากจะเป็นแบบนี้ อยากมีความสุขบนเวทีแบบนี้บ้าง แต่ไม่เคยบอกใครเลย บวกกับความที่ตอนเด็กๆส้มเป็นเด็กที่เรียนดีมาก แม่ก็จะพูดให้ได้ยินบ่อยๆว่าเป็นหมอไหมลูก เป็นเภสัชหรือทนายความไหมลูก ความคาดหวังมาเต็มมาก

อาจเพราะความใฝ่ฝันที่แอบเก็บไว้ในใจเงียบๆคนเดียว บวกกับหน้าตาที่สวยน่ารักในแบบฉบับเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่กลายเป็นส่วนผสมอันกลมกล่อมในการทำให้สาวน้อยเรียนดีเริ่มอยากลองสมัครเข้าร่วมประกวดความสามารถนอกรั้วโรงเรียน ทั้งเวทีมิสทีนไทยแลนด์เมื่อตอนอายุ 15 ปี ต่อเนื่องสู่การประกวดร้องเพลงในโครงการ LG Starz Talent เมื่อ พ.ศ. 2551 ในวัย 16 ปี และเป็นเวทีนี้เองที่เปลี่ยนชีวิตของ น.ส. มารีไปตลอดกาล “หลังจากผ่านเข้ารอบ 50 คนในโครงการ LG Starz Talent ทำให้ต้องตัดสินใจบอกแม่ว่าส้มอยากเป็นนักร้อง เพราะต้องเดินทางไปคัดตัวรอบ 16 คนที่กรุงเทพฯ ตอนแรกก็แอบคิดว่าแม่ต้องไม่อนุญาตแน่นอน เพราะถ้าเข้ารอบ 16 คนต้องดร็อปเรียนไปเลยทั้งปีเพื่อมาอยู่กรุงเทพฯ แต่คุณแม่ก็บ้าจี้บอกเราว่าให้ลองดู ส้มคิดว่าแม่คงแอบคิดว่าลูกสาวไม่มีทางติดรอบ 16 คนหรอก เลยอนุญาต สรุปว่าหลังจากนั้นส้มก็ไม่ได้กลับไปเรียนที่เชียงใหม่อีกเลย และชีวิตก็ดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้”

แต่โลกแห่งความจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

ความฝันของส้มก็คืออยากเป็นนักร้องที่มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งพอปล่อยเพลงแรกในชีวิตออกมาปุ๊บก็เกิดคำถามขึ้นมากมายในหัวว่าแล้วยังไงต่อวะ” เธอในวันนี้หัวเราะร่า ทว่าส้มวัย 18 ปีในวันนั้นไม่น่าจะขำออก มันเป็นสิ่งที่คนอายุ 18 งงเหมือนกันนะ กับการที่ทำเพลงออกมาแล้วไม่ดัง ทั้งๆที่คนก็รู้จักและเรียกเราว่าส้ม Wink อยู่พักหนึ่ง แต่ถามว่าเพลงดังไหม ไม่ จนส้มต้องถามตัวเองว่าแล้วจะเอายังไงต่อ แถมช่วงแรกๆของการทำงานในวงการบันเทิง ส้มแทบไม่มีเงินเลย แต่ชีวิตก็พาให้เราจับพลัดจับผลูมาเรื่อยๆ

ท้อแท้บ้างไหม ? เป็นใครก็คงอดถามแบบนี้ไม่ได้

“โห ตลอดเวลา ปล่อยเพลงทีไรเหมือนอกหักทุกรอบ อกหักวนไปเรื่อยๆ” เธอนิ่งนึกอยู่แว่บเดียวก่อนจะเล่าต่อถึงการก้าวข้ามความรู้สึกนั้นมาให้ได้ “ส้มมีความสุขกับการได้ร้องเพลง และได้ทำเพลง เลยคิดแค่ว่า โอเค ถ้าเพลงนี้ไม่ดังก็ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เราชอบใหม่ เราไม่ได้มีความสุขแค่ ณ วันที่เราร้องเพลง แต่เรามีความสุขตั้งแต่วันที่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง แล้วเราก็ชอบมากกับการที่มีอันนี้อันนั้นเพิ่มเข้ามา ส้มชอบที่ได้เห็นแต่ละเพลงค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจนจบกระบวนการของมัน”

เมื่อส้ม Wink เติบโตเป็น Zom Marie โดยไม่รู้ตัว

ส้มมีความมั่นใจมากขึ้นก็เพราะได้มาอยู่จีเอ็มเอ็ม ทีวี โดยเฉพาะตอนที่ได้ร่วมงานกับเหล่าพิธีกร O:I C หรือ Five Live ต้องบอกเลยว่าพิธีกรจีเอ็มเอ็ม ทีวียุคนั้นไม่ใช่คนเลย มีความอะเลิร์ตเกิน 300% เราเลยต้องดันตัวเองขึ้นมาให้เท่ากับพี่ๆเหล่านั้น จึงเหมือนเป็นการค่อยๆ ฝึกวิชาไปเรื่อยๆ เพราะส้มรู้สึกว่าคนเราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ามัวแต่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง 100% ก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วก็ได้ ถ้าขืนยังบอกตัวเองว่าฉันชอบร้องเพลง แต่ชอบร้องอยู่ในมุมมืดคนเดียว มันก็คงไม่ใช่ และเพราะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ส้มตั้งใจจะทำต่อไปเรื่อยๆก็คือ อยากจะยืดอายุการเป็นนักร้องของตัวเองให้ได้นานที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ หาวิธีทำอย่างไรให้เรายังยืนอยู่ตรงนี้ได้

เป็นศิลปินที่ลงมือทำเพลงเองในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

โชคดีที่ตอนนั้นส้มได้รู้จักพี่ๆในวงการหลายคน เช่น พี่ๆอดีตวงโมโนโทน ที่มาช่วยโปรดิวซ์และแต่งเพลงให้ ก็เลยได้คลอดอัลบั้มของตัวเองออกม ชื่อ My Favorite Songs มีทั้งหมด 6 เพลง ส้มทำเองชนิดที่ว่าเวลาจะเอาซีดีไปขายในงาน Cat Expo ก็คือต้องไรต์แผ่นเอง พรินต์ ตัดกระดาษ ทำปกเอง แพ็กเองคนเดียว เวลาขายของก็ตอบไลน์เองทุกครั้ง แต่ทำตัวเป็นแอดมิน อ๋อ ไม่ใช่ส้มค่ะ (หัวเราะ) จะไปโปรโมตเพลงที่ไหนก็ต้องหาคอนแท็กต์ในการติดต่อเอง เหนื่อยมาก แต่ก็แฮปปี้ สนุกดี

นักร้องสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใส ที่ถนัดการถ่ายทอดเมโลดี้เหงาเศร้าซึมเสียเหลือเกิน

ส้มเป็นคนชอบฟังเพลงเศร้า เพราะคนเราก็มีหลายมุม มุมแฮปปี้ก็มี มุมเหงาๆเศร้าๆก็มี แล้วส้มเป็นคนชอบช่วงเวลากลางคืน ที่เราสามารถคิดฟุ้งซ่านไปได้เรื่อยๆ จนเกิดอาการอกหักทิพย์อยู่บ่อยๆ เป็นคนชอบมโน มองพระจันทร์แล้วเหงาจัง ก็เลยชอบฟังเพลงเศร้า ฟังแล้วเข้าถึงความรู้สึกมากกว่า ก็เลยทำให้ชอบทำเพลงเศร้าออกมาให้คนได้ฟังกัน ส่วนเพลงต้องเสียน้ำตาให้เธออีกกี่ครั้ง เป็นการที่เราต้องเสียใจให้กับคนคนหนึ่งมาตลอด เสียใจโดยรู้ทั้งรู้ด้วยว่าเจ็บขนาดนี้ ต้องเดินออกมาได้แล้ว แต่ก็ยังใจอ่อน แค่เขามาขอโทษก็ให้อภัย แล้วก็เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ซึ่งที่มาขึ้นตอนไปกินข้าวกับทีมงานที่ค่าย ก็เม้าท์กันไปเรื่อยเปื่อย จนหนึ่งในทีมงานเล่าให้ฟังเรื่องแฟนเก่า ส้มเลยแกล้งแซวเขาว่า แหม…ทำเขาเสียน้ำตามากี่ทีแล้วล่ะ เลยกลายมาเป็นไอเดียว่าคนคนหนึ่งจะต้องเสียน้ำตาให้อีกคนหนึ่งมากขนาดไหน

เป็นทั้งยูทูบเบอร์ และ นักร้อง

ก่อนหน้านี้คนมักจะติดภาพส้มเป็นยูทูบเบอร์มากกว่า ทั้งที่จริงๆแล้วส้มเริ่มต้นจากการเป็นนักร้องมาก่อน ดังนั้นสิ่งที่ส้มพยายามทำมาตลอดคือ ทำให้ภาพการเป็นนักร้องของเราชัดเท่ายูทูบเบอร์ ซึ่งส้มไม่ได้อยากลดพาร์ตของความเป็นยูทูบเบอร์ลง การที่เรามีความชัดในหลายๆด้านไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าด้านนี้ชัดแล้วทำอย่างไรให้อีกฝั่งหนึ่งชัดเท่ากัน ที่ผ่านมาส้มอาจจะใช้เวลาในชีวิตไปกับการทำเพลงมากกว่า ส่วนงานยูทูบก็พยายามจัดสรรเวลาให้ใช้เวลาน้อยที่สุดในการลงมือทำ แต่ยังได้คุณภาพงานที่ดีเหมือนที่ผ่านมา โดยจะยังคงความถี่ในการลงคลิปเดือนละ 12 คลิปเท่าเดิม หรือมากกว่า เพราะถ้าถามว่างานร้องเพลงได้เงินเท่ายูทูบไหม ตอบได้เลยว่าน้อยกว่ามาก แต่งานร้องเพลงเป็นงานที่หล่อเลี้ยงจิตใจ เป็นงานที่อยากทำมาโดยตลอด ดังนั้น การเป็นยูทูบเบอร์จึงเป็นงานที่ทำให้เรามีเงินมากพอที่จะไม่ต้องไปเครียดกับงานร้องเพลง ที่อาจจะไม่สามารถทำเงินได้มากเท่า

ด.ญ. มารี วัย 12 ปี ฝันอยากเป็นนักร้อง แล้ว Zommarie ในวันนี้มีความฝันอะไรที่ทำให้อยากเดินทางต่ออีกบ้าง ?

การอยากเป็นนักร้องคือความฝันเดียวที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ เป็นความฝันเดียวที่เกิดขึ้นและยังคงอยู่เรื่อยๆไม่เคยหายไปไหน สิ่งที่ส้มจะฝันต่อได้ก็คือ อยากไปให้ไกลได้กว่านี้ในสาขาอาชีพการเป็นนักร้อง ซึ่งพอได้เริ่มทำเพลงภาษาอังกฤษก็มองเห็นถึงโอกาสในการไปต่อในโลกไร้พรมแดน ถ้าเราสามารถเก็บเกี่ยวแฟนต่างประเทศได้ก็คงจะดี

Make-up & Hair: สุธีมา ราชรัตนรักษ์
Assistant Stylist: นราวิทย์ เพ็งบุญตรู
Assistant Photographer: (รอ)
Special Thanks: ร้าน Cafe Thieves & Bar ซ. เอกมัย 12 โทร. 08-5141-4696
Photographer: Akkapon Kumpusan
Stylist: Tanwa Tiammek
เรื่อง: ณวดี ปัตเมฆ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH