fbpx

I

Fashion News

Daniel Roseberry ผู้ทำให้เมซง Schiaparelli กลับมาเจิดจรัสและมัดใจคนดังฮอลลีวูดอยู่หมัด

ถอดรหัสความแฟนตาซีจากเมซง Schiaparelli ที่คาบเกี่ยวระหว่างแฟชั่นหลุดโลกและงานศิลปะที่สวมใส่ได้
Fashion Features Editor

Daniel Roseberry ผู้ทำให้เมซง Schiaparelli กลับมาเจิดจรัสและมัดใจคนดังฮอลลีวูดอยู่หมัด

ถอดรหัสความแฟนตาซีจากเมซง Schiaparelli ที่คาบเกี่ยวระหว่างแฟชั่นหลุดโลกและงานศิลปะที่สวมใส่ได้
Fashion Features Editor

หากชื่อ Daniel Roseberry ยังไม่คุ้นหูคุณละก็ เราจะขอใช้ผลงานเป็นเครื่องนำทางไปรู้จักกับเขา ลองนึกถึงชุดราตรีสีแดงและกรมท่า มีเข็มกลัดนกพิราบสีทองที่ Lady Gaga ใส่ขึ้นร้องเพลงในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของ Joe Biden เมื่อต้นปี ค.ศ. 2021 … ชุดราตรีสีดำเปลือยอกพร้อมสร้อยคอสีทองรูปปอดทำหน้าที่ปกปิดเพื่อไม่ให้ Bella Hadid ดูอนาจารในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ … ชุดเกาะอกหล่อเป็นรูปกล้ามท้องเงาวับที่ Kim Kardashian ใส่ในคืนปาร์ตี้คริสต์มาส … ลุคสุดเซ็กซี่ของ Beyoncé กับเดรสหนังตัวสั้นโชว์เนินอกกับถุงมือยาว พร้อมลูกเล่นเป็นเล็บสีทองเข้ากับสีของถ้วยรางวัลในงาน Grammy Awards … ชุดเด่นเป็นที่ถูกพูดถึงและถูกแชร์ว่อนบนโลกโซเชียลที่เกริ่นมาทั้งหมดคือฝีมือของเขา

Daniel Roseberry กับบรรยากาศของจตุรัสปลาสวองโดม ณ กรุงปารีส
© Arthur Delloye

เราสามารถกล่าวได้เต็มปากว่าปีที่ผ่านมาไม่มีงานสำคัญหรืองานพรมแดงงานไหนจะหลุดรอด ‘คมกรรไกร’ ของนักออกแบบชาวเทกซัสวัย 35 ปีคนนี้ไปได้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 ที่เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเมซง Schiaparelli นักออกแบบผู้นี้ได้ใช้ความหลงใหลในงานศิลปะ วัฒนธรรมกระแสนิยม และความหรูหราของโลกแฟชั่นในศตวรรษที่ 20 มาผสมผสานจนกลายเป็นผลงาน ‘สุดจี๊ด’ สะท้อนความไร้ขีดจำกัดของความคิดสร้างสรรค์ เขาต้องการผลักดันให้เมซงหลังนี้กลับมาผงาดอย่างเต็มตัว และต้องยอมรับว่าทำได้สำเร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเสียด้วย ตอนนี้ Schiaparelli กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ทั้งยังรักษามรดกและจิตวิญญาณของเมซงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ Schiaparelli เป็นเพียงอีกชื่อที่ถูกจารึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์แฟชั่น Elsa Schiaparelli คือหญิงสาวชาวอิตาเลียนที่เกิดมาในครอบครัวผู้รากมากดี แต่กลับโตขึ้นมาเป็นสาวชนิดที่เรียกได้ว่า ‘แหกคอก’ เธอเป็นขวัญใจของผู้ที่หลงใหลแฟชั่นหลุดโลกและลัทธิเหนือจริงไม่ต่างจากงานศิลปะเซอร์เรียลิสต์ ผลงานไอคอนิกที่ทิ้งเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมมีทั้ง ‘The Lobster’ จากปี ค.ศ. 1937 เป็นชุดราตรีสีขาวบริสุทธ์ ส่วนกระโปรงโดดเด่นด้วยลายล็อบสเตอร์สีส้มขนาดยักษ์ของ Salvador Dalí ศิลปินผู้เปรียบเป็น ‘ตัวพ่อ’ ของศิลปะแขนงนี้ หมวกทรงรองเท้าส้นสูงจากปีเดียวกัน และเธอนี่ล่ะคือผู้ทำให้สี ‘shocking pink’ แพร่หลายอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

เสื้อเคปสีช็อกกิ้งพิงก์ ปักดิ้นทอง ผลงานไอคอนิกโดย Elsa Schiaparelli ในปี ค.ศ. 1938
© Khanakon Phettrakul

เอลซาเปิดห้องเสื้อในกรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ. 1927 และปิดตัวในปี ค.ศ. 1954 เพราะเธอตั้งใจจะทุ่มเทเวลาไปกับการเขียน ‘Shocking Life’ หนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองมากกว่า (ผู้เรียบเรียงคิดว่าผลงานของเธอได้รับความนิยมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลกระทบมาจากความนิยมทางด้านสไตล์ และการเกิดขึ้นของนักออกแบบรายใหม่ๆ)

วันเวลาผ่านล่วงเลยมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 2012 เมซงหลังนี้ถูกซื้อโดย Diego Della Valle นักธุรกิจชาวอิตาเลียน CEO ของเครือบริษัท Tod’s โดยเขาเปิดร้านขึ้นอีกครั้งใน Hôtel de Fontpertuis เลขที่ 21 จัตุรัสวองโดม สถานที่แห่งเดียวกับป้อมปราการเดิมของเอลซา หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2013 ได้จัดงานเปิดตัวการกลับมาของ Schiaparelli ในสัปดาห์แฟชั่นชั้นสูงฤดูกาล Fall 2013 ด้วยคอลเล็กชั่นบรรณาการ ออกแบบเฉพาะกิจโดย Christian Lacroix กูตูริเยร์ผู้รังสรรค์ผลงานแฟนตาซีหลุดโลกและรักในสีช็อกกิ้งพิงก์ไม่แพ้กัน และจัดโชว์โอต กูตูร์อีกครั้งในต้นปี ค.ศ. 2014 ซึ่งนับเป็นการกลับมาจัดโชว์แรกในรอบ 6 ทศวรรษ…คอลเล็กชั่นแล้วคอลเล็กชั่นเล่าได้เรียงหน้าผ่านไป (พร้อมกับการเปลี่ยนผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ไปเรื่อย ๆ) ประสบความสำเร็จและเป็นที่พูดถึงมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไป จนมาถึงคราวของ Daniel Roseberry นักออกแบบหนุ่มที่ผู้คนพากันส่ายหน้า เพราะไม่รู้จักในชื่อเสียงเรียงนาม แดเนียลรับหน้าที่กุมบังเหียนก่อนโลกจะเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ได้ไม่นาน พูดง่ายๆ ก็คือหากเขาไม่ทำผลงานเตะตาก็คงไม่มีใครสนใจ และคงกลายเป็นนักออกแบบอีกรายที่เดินเข้ามาและจากไป

Bella Hadid บนพรมแดง เทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี ค.ศ. 2021
© Getty Images

“ตอนผมได้เจอกับผู้ใหญ่ มันเป็นอะไรที่ตลกมากเลยครับ ผมคิดไว้ว่าอยากจะเข้ามาทำงานให้ Schiaparelli แต่เขากลับคิดว่าผมจะมาสมัครงานฝั่ง Tod’s เพราะตอนนั้นเขากำลังมองหาผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์สำหรับทั้ง 2 แบรนด์พอดี แล้วความเข้าใจผิดนี้เองที่เปิดโอกาสให้ผมได้เล่าเกี่ยวกับแรงบันดาลใจและสิ่งที่อยากทำ การตัดสินใจตอนนั้นไม่ง่ายเลย เพราะเมื่อเราเริ่มพูดถึงการจะชุบชีวิตแบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เราจะล้มเหลว” แดเนียลเล่าถึงจุดเริ่มของเขาให้ฟังในห้องรับรองของเมซง ขณะสัมภาษณ์เราสัมผัสได้ว่าเขาคงรู้สึกตื่นเต้นจริงๆ เพราะมีโอกาสมาทำงานในยุโรปเป็นครั้งแรก แถมยังทำงานในเมืองหลวงแห่งโลกแฟชั่นกับเมซงหลังดัง

ตอนนั้นเขาเพิ่งออกจาก Thom Brown แบรนด์เลื่องชื่อทางด้านชุดเทเลอร์แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร และจัดโชว์หวือหวาเป็นที่น่าจดจำมาโดยตลอด แดเนียลทำงานให้ Thom Browne ร่วม 10 ปีนับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาจาก Fashion Institute of Technology “บอกตามตรงนะ ผมรู้เกี่ยวกับ Schiaparelli น้อยมาก มีแค่ชุดล็อบสเตอร์ที่เคยเห็นตอนเรียน อีกอย่างในตอนนั้นพวกเราเน้นอะไรที่เป็นปัจจุบันและร่วมสมัยมากกว่าการโฟกัสกับของในอดีต สมัยเป็นนักเรียนผมชอบงานของ Alexander McQueen แล้วก็ John Galliano ตอนทำให้กับ Dior ผมชอบความหรูหรา ความดรามาติก ความเล่นใหญ่ของ 2 คนนี้มาก หรือถ้าเป็นอีกแนวไปเลยผมชอบผลงานของ Nicolas Ghesquière ตอนอยู่ที่ Balenciaga” แดเนียลเล่าย้อนความหลังถึงสไตล์ของแฟชั่นประทับใจ “ที่พูดมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่าผมเพิ่งได้เรียนรู้ตัวตนของเมซงเมื่อไม่นานมานี้เอง ได้เปิดโลกทัศน์เห็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์เหนืออื่นใด ซึ่งเป็นอะไรที่สนใจมากด้วย อีกอย่างนะไม่มีใครไม่ชื่นชมการตัดเย็บระดับกูตูร์หรอก”

Lady Gaga ร้องเพลงชาติในพิธีสาบานตนของ Joe Biden เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนท่ี 46
© Getty Images

ย้อนกลับไปวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 2019 วันแรกของการทำงาน แดเนียลรู้สึกหวาดหวั่นว่าทางห้องเสื้อจะไม่ชอบรูปสเกตช์ของเขา กลัวการปฏิเสธความคิดและสิ่งที่อยากทำ หรืออาจไม่ยอมรับมุมมองของนักออกแบบชาวอเมริกันผู้อ่อนหัดในโลกแห่งอาภรณ์ชั้นสูง แต่จะว่าไปเขาก็เคยทำงานให้ห้องเสื้อที่มีสไตล์ไม่ต่างกันมากนัก เพราะ Thom Browne น่าจะเป็นแบรนด์ที่นำเสนอผลงานจากไอเดียบรรเจิดที่สุดในอเมริกา ดังนั้นเมื่อมาถึงปารีสแดเนียลจึงเริ่มลงมือวาดแบบอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยในใจหวังไว้ลึกๆ ว่าอยากให้ทางแบรนด์มั่นใจในตัวเขา และสำคัญที่สุดคือการให้ความเคารพในตัวเขา ไม่นานเกินรอผลผลิตแห่งการทำงานอย่างหนักได้เริ่มผลิดอกออกผล คอลเล็กชั่นแรกเผยโฉมในอีก 2 เดือนต่อมา และอาจเพราะเขาเคยเป็นศิษย์เก่าจากโรงเรียน Thom Browne หรืออย่างไรไม่ทราบได้ จึงเปิดตัวด้วยโชว์เยี่ยงละครเวทีแทนการเดินแบบธรรมดา แดเนียลปรากฏกายเป็นคนแรกบนรันเวย์ แสงสปอตไลต์สาดส่องเขาในลุคลำลอง สวมหูฟัง นุ่งยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ กำลังนั่งสเกตช์ภาพบนโต๊ะเขียนแบบกลางรันเวย์ เขาจดจ่อกับภาพแห่งจินตนาการที่กำลังร่างขึ้นตรงหน้าตลอดการแสดงราวกับจะสื่อให้ทุกคนเห็นว่า ผมอยู่ตรงนี้นะ! ทำให้เรานึกถึงเรื่องที่เขาเคยเล่าให้ฟัง ครั้งหนึ่งเพื่อนเคยบอกว่าเราจำเป็นต้องสร้างอัตตาขึ้นมา ไม่ต้องเป็นอัตตาที่สูงนัก แต่ต้องมีพลังมากพอจะทำให้เขาสามารถกำหนดวิสัยทัศน์ของตัวเองได้

Daniel Roseberry บนโชวเปิดตัวเขาสำหรับ Schiaparelli Haute Couture Fall 2019
© ImaxTree

ผลงานบนรันเวย์ทั้ง 30 ลุคในคืนนั้นสื่อให้ทุกคนรู้ว่าเขาเลือกที่จะรักษาจิตวิญญาณแห่งความฟู่ฟ่า หลุดโลก และสนุกสนานในแบบ Schiaparelli ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการจะโคลนนิ่งของในอดีตขึ้นมาใหม่ แดเนียลเลือกใช้โทนสีแปลกตา ลายปักน่าหลงใหล เปี่ยมด้วยรายละเอียด และลูกเล่นเหนือจินตนาการ อย่างงูตัวเขื่องกำลังขดอยู่บนคอ และชุดราตรีพองโตดูคล้ายยกปุยเมฆมาลอยอยู่เหนือนางแบบ ผลงานของเขาไม่ได้อ้างอิงชุดใดๆ ในอดีตแม้แต่น้อย พูดง่ายๆ คือเขาชูเรื่องแฟนตาซีเหนือจริง แต่ไม่ต้องการพาย้อนกลับไปอดีต และนี่คือวิธีการทำงานของเขา

Schiaparelli Haute Couture Fall 2019
© ImaxTree

หากใครคิดว่าแดเนียลคงใช้เวลาขลุกอยู่ในคลังเอกสารของเมซงเพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเล็กชั่นละก็ ขอให้คิดเสียใหม่ เพราะเขาเล่าให้ฟังถึงวิธีการทำงานว่า “ผมจะใช้วิธีนั่งจับเข่าคุยกับทีมมากกว่า เราจะเอาผลงานเก่าๆ มานั่งวิเคราะห์กันว่าอันไหนเหมาะจะทำ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเรื่องยอดขายหรอกนะครับ แต่เป็นเรื่องคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ ความร่วมสมัย เราจะดูว่ามันเข้าท่าหรือไม่ นี่ละคือสารตั้งต้นของผม หลังจากนั้นก็จะลงมือสเกตช์รูปแล้วส่งให้ทีมงานในสตูดิโอ แล้วผมก็จะหายไปสักพักเพื่อให้ไอเดียทุกอย่างมันซึมซาบเข้าในตัว” แดเนียลชื่นชอบการนั่งอ่านคำวิจารณ์เอามากๆ (เขาเคยบอกว่าชอบอ่านในสิ่งที่คนเขียนถึงมากพอๆ กับนั่งฟังเพลงโปรด) เขามีนิสัยประหลาดอยู่อย่างคือมักจะนั่งจดสิ่งที่เขาอยากเห็นสื่อเขียนถึงผลงานในอนาคต โดยข้อความและไอเดียพวกนี้ช่วยให้มองแนวทางการทำงานได้กระจ่างขึ้น “เมื่อผมกลับมาทำงานทุกอย่างจะชัดเจนในหัว แล้วจะลงมือสเกตช์แบบที่จะใช้จริง ตามด้วยเริ่มงานกันเลย เป็นการทำงานที่เหนื่อยแบบรากเลือดแต่ก็มีความสุข จนหลงใหลในทุกๆเสี้ยววินาที”

เราจะเห็นเงาของเอลซาในงานของเขาเป็นครั้งคราว อย่างเครื่องประดับ งานปัก หรือแนวคิดบางอย่าง แต่จะให้เป็นภาพชัดเหมือนยกมาเกือบทั้งดุ้นนั้นคงไม่มีทาง ถึงกระนั้นเราก็ไม่เคยรู้สึกว่าเขากำลังทรยศต่อเอลซาเลยแม้แต่น้อย เพราะตัวเขาเองก็หลงใหลในความตื่นตาตื่นใจ ความไม่สอดคล้อง ไม่กลมกลืน เล่นใหญ่เหนือจริงเช่นเดียวกับเธอ  แดเนียลอธิบายถึงความต่างระหว่างเขาและผู้ก่อตั้งว่า “สไตล์ของเราทั้งคู่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและลงตัวเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นเรื่องบุคลิกและนิสัยใจคอเราอยู่กันคนละโลก ตอนผมอ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเธอ ผมทนอ่านได้เพียงไม่กี่หน้าก็ต้องปิด ผมเข้าไม่ถึงความโลกสวย ความเรื่องเยอะ ความลูกคุณหนู เพราะตัวผมเป็นแนวรักสันโดษมากกว่า สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่าเราทั้งคู่เหมือนกันคือการเป็น ‘คนนอก’ ของโลกแฟชั่นชั้นสูง”

เพราะเอลซาคือคนที่กระโจนมาทำแฟชั่นโดยไม่มีพื้นฐานมาก่อน เธอเรียนรู้ด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ ส่วนแดเนียลมีพื้นเพที่ยากจะมีใครเชื่อว่าจะมาไกลถึงปลาสวองโดม เขาเติบโตมาในเมืองพลาโน รัฐเทกซัส รายล้อมด้วยกลุ่มอนุรักษนิยม คุณพ่อเป็นบาทหลวงนิกายแองกลิคัน ทุกวันนี้ครอบครัวก็ยังคงเคร่งครัดศาสนาเอามากๆ น้องสาวแต่งงานกับศิษยาภิบาล ส่วนพี่ชายเพิ่งสร้างโบสถ์ของตัวเอง… “ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งในการอบรมเลี้ยงดูและทำให้เป็นผมในวันนี้” เขาเท้าความหลัง “แต่ศิลปะก็เป็นสิ่งสำคัญในบ้านเช่นกัน คุณยายชอบวาดรูปเช่นเดียวกับคุณแม่ แถมยังเก่งเรื่องการคัดและประดิษฐ์ตัวอักษร เธอเป็นคนสอนให้ผมวาดรูป และพบพลังของความคิดสร้างสรรค์”

ตอนแดเนียลอายุ 12 ปีเขาทำหน้าที่ถือแหวนในงานแต่งของพี่ชาย ทุกคนในงานวันนั้นแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม เจ้าสาวในชุดสีขาวฟูฟ่องอลังการราวกับเจ้าหญิงดิสนีย์ ในตอนที่ขบวนเจ้าสาวและผองเพื่อนกรีดกรายลงจากแท่นทำพิธีแล้วเดินผ่านแขกผู้ร่วมงานทั้งซ้ายขวา ช่างดูเหมือนการเดินแฟชั่นโชว์เสียจริง หนูน้อยแดเนียลรู้สึกประทับใจบรรยากาศในงานแต่งงานครั้งนั้น และนำมาซึ่งการออกแบบชุดเป็นครั้งแรกระหว่างทางกลับบ้าน ที่ต้องใช้เวลานานราว 9 ชั่วโมงในการเดินทางข้ามเทกซัส หลังจากนั้นไม่นานก็มีรายการทีวีเกี่ยวกับแฟชั่นในรัฐที่เขาอาศัยอยู่จุดประกายฝันถึงการทำงานด้านแฟชั่นและใช้ชีวิตในนิวยอร์ก พอได้รู้จักปูมหลังเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทางบ้านเขาจะคิดเห็นอย่างไรกับความชื่นชอบในด้านแฟชั่น “ผมคิดว่าครอบครัวเชื่อมั่นในพรสรรค์ของผมมากกว่าจะกังวลเรื่องอื่น” แดเนียลพูดหลังจากใคร่ครวญคำตอบพักใหญ่ “อีกอย่างนะ พวกเขาไม่ได้เจ้าระเบียบหรือเข้มงวดอะไรขนาดนั้น แถมยังเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และใจดีในแบบของพวกเขา” อีกทั้งยังเน้นว่างานที่ออกแบบไม่ได้ทำให้คนช็อกหรือตกใจอะไรมากมายนัก และก็ไม่ใช้เรื่องเซ็กซี่จนเลยเถิดไปถึงขั้นอนาจารแบบพร่ำเพรื่อ เพราะสำหรับเอลซาแล้วความหยาบคายและความรุนแรงคือข้อจำกัดในงานสร้างสรรค์ ซึ่งเจ้าตัวก็เห็นด้วยกับข้อนี้เป็นอย่างมาก

ขณะพาเราก้าวขึ้นบันไดไปยังอาเตอลิเยร์ที่เหล่าช่างกำลังเร่งมือทำผลงานสำหรับแสดงในช่วงโอต กูตูร์วีก วันที่ 24 มกราคม 2022 แดเนียลย้ำนักย้ำหนาว่ารู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับเมซงหลังนี้ เขากล่าวชื่นชม Schiaparelli ว่ายังคงรักษาคุณค่าของ ‘ต้นน้ำแห่งโลกแฟชั่น’ สร้างสรรค์อาภรณ์ที่เปรียบได้กับงานศิลปะสวมใส่ได้ หากแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้นั่นคือ “เหมาะสมหรือไม่ที่นักออกแบบคนหนึ่งต้องเร่งผลิตผลงานกว่า 4, 6 หรือไม่ก็เลยไปถึง 8 คอลเล็กชั่นต่อปี?”

ในขณะที่พวกนักเขียนหรือนักดนตรีอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะผลิตผลงานชิ้นหนึ่งได้ เขาพูดให้เราคิดไปพลางและชี้ชวนให้ดูลายผ้าใหม่ที่กำลังจะออกมา แถมเปรยแบบไม่ลงรายละเอียดถึงเรื่องที่อยากจะเปลี่ยนรูปแบบผลงานในอนาคต “ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะทำอะไรใหม่ๆ แล้วละ ที่ผ่านมา 2 ปีครึ่งเรามีแต่พวกชุดดรามาติกรูปทรงใหญ่โตฟูฟ่องอลังการ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเราควรก้าวไปอีกสเต็ปได้แล้ว แต่แน่นอนว่ายังเก็บคาแร็กเตอร์เล่นใหญ่แบบนี้ไว้เพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อเกินไป แต่อาจเปลี่ยนเป็นสไตล์ซอฟต์ลงทว่าหรูหราขึ้น ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเวลาเราดูแฟชั่นของคนดังบนพรมแดงทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูโชว์ในละครสัตว์ แต่ละคนต่างประโคมกันมาเพื่อแย่งซีนบนโลกโซเชียล ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ต่างกับคนอื่นมากนักหรอก ตอนนี้ผมจึงอยากลองทำอะไรที่เรียบขึ้น โก้หรู และไม่ดูกระโตกกระตาก” เขาเล่าถึงมุมมองใหม่ แต่อย่างไรก็ตามคงไม่ยอมหยุดออกแบบชุดโดดเด่นสะกดสายตาเป็นแน่ โดยกล่าวเสริมอย่างน่าสนใจ “การเปิดตัวแบบปังๆ เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก แต่ผมว่าจะดีกว่าถ้าเรานำเสนอมุมอ่อนโยนและนุ่มนวลควบคู่กันไป…นี่ละคือความทันสมัยที่แท้จริง”

บทความจาก ELLE France โดย Théodora Aspart
แปล: Rasita Crouzatier
เรียบเรียง: Wattakul N. และ Khanakon Phettrakul

RELATED STORY

Chanel-Kristen-Stewart
คริสเทนบอกว่าเธอรู้สึกโชคดีที่ระหว่างทำงานร่วมกันกับแบรนด์ Chanel เธอไม่เคยรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเลย
The-Fabulous-World-of-Dior-at-Harrods
ตั้งแต่วันนี้จนถึง 3 มกราคมปีหน้า ใครมีแพลนไปลอนดอน อย่าลืมแวะไปเช็คอิน ถ่ายรูปกัน!
00.THUMBNILL_ADV_Pixxelpro_03_05
แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมสัญชาติไทย ที่น่าจับตามองในระดับสากล

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.