fbpx

I

Music & Film

Woke มากเกินไป? เกิดอะไรขึ้นเมื่อฮอลลีวูดสนใจความเท่าเทียมแต่กลับมีกระแสต่อต้าน

เหตุใดความหลากหลายจึงเป็นตกประเด็นในโลกภาพยนตร์
cover-diversity-in-film-industries
cover-diversity-in-film-industries

Woke มากเกินไป? เกิดอะไรขึ้นเมื่อฮอลลีวูดสนใจความเท่าเทียมแต่กลับมีกระแสต่อต้าน

เหตุใดความหลากหลายจึงเป็นตกประเด็นในโลกภาพยนตร์

หากเรามีโอกาสชมภาพยนตร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่าวงการภาพยนตร์จากฝั่งตะวันตกหรือฮอลลีวูดเริ่มให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของมนุษย์ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ เพศ สีผิว ศาสนา คนชายขอบ รวมไปถึงวัฒนธรรมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทว่ากลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนบางกลุ่มว่า “Woke เกินไปไหม?” โดยคำว่า Woke ในที่นี้คือการตื่นรู้เรื่องความเท่าเทียม แต่ที่น่าประหลาดใจคือการตื่นรู้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แล้วเหตุใดทำไมคนบางกลุ่มจึงต่อต้านสิ่งเหล่านี้? วันนี้แอลจึงอยากจะพาคุณไปหาคำตอบว่า ณ ขณะนี้มีเหตุอะไรเกิดขึ้นและทางผู้ผลิตภาพยนตร์มีท่าทีต่อกระแสตีกลับนี้อย่างไรบ้าง

เราขอยกตัวอย่างภาพยนตร์จากจักรวาล Marvel ที่มีซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มอื่นๆ ที่แตกต่างออกไปจากฮีโร่คนผิวขาว เช่น ฮีโร่ผู้หญิง ฮีโร่ที่เป็นชาวมุสลิม ฮีโร่ชาวเอเชีย ฮีโร่ที่พิการด้านร่างกาย ฮีโร่คนผิวดำ ฮีโร่ที่เป็น LGBTQ+ ฯลฯ แต่กระแสภาพยนตร์ของฮีโร่เหล่านี้ก็มักจะมีคำติติงอยู่บ่อยๆ บ้างก็ว่าให้ผู้หญิงเก่งเกินไปหรือยัดเยียดตัวละครให้เป็นเกย์เยอะเกินไป ซึ่งล่าสุดนี้ตัวละครจากซีรี่ส์ She-Hulk: Attorney At Law มีฉากฮีโร่หญิงอย่างชีฮัลค์เต้น Twerk กับ Megan Thee Stallion ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ควรเต้นเพราะไม่เหมาะสม ในขณะที่ตัวละครฮีโร่หรือวายร้ายชายหลายคนเองก็เคยเต้นในฉากอยู่บ่อยๆ แต่กลับไม่เคยมีใครตั้งคำถาม

“ถ้าคุณมีปัญหากับชีฮัลค์เต้น แต่ดันเฉยๆ กับสตาร์ลอร์ด ปัญหาก็อยู่ที่คุณแล้วแหละว่าเป็นพวกเกลียดผู้หญิงอะ”

ซีรี่ส์อันดับต้นๆ บน Netflix จากคอมิกชื่อดังค่าย DC อย่างเรื่อง The Sandman เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ชมว่า “Woke มากเกินไป” เพราะในเรื่องราวมีการเปลี่ยนตัวละครเดิมจากคนผิวขาวให้เป็นผิวดำ มีการเล่าถึงตัวละครที่เป็นกลุ่มคนรักเพศเดียวกันและนอนไบนารี่ รวมไปถึงการเปลี่ยนตัวละครชายให้เป็นหญิง

ผู้ชมอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นตัวละครบางตัวในแบบฉบับของผู้ชายผิวขาวมาแล้ว เช่น ตัวละครลูซิเฟอร์ในซีรี่ส์ที่มีชื่อเดียวกันเมื่อปี 2016 แต่เมื่อลูซิเฟอร์ในเรื่อง The Sandman ถูกเปลี่ยนเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้ทำให้ตัวละครนี้ดูทรงพลังน้อยลง หรือการที่เปลี่ยนตัวละครบรรณารักษ์ลูเซียนน์จากชายให้กลายเป็นหญิง ก็ไม่ได้ส่งผลให้เส้นเรื่องเปลี่ยนหรือความสนุกของเรื่องราวลดลงแต่อย่างใด

“มันมีเหตุผลอะไรด้วยเหรอที่บรรณารักษ์จะต้องเป็นคนขาว ไม่เลย บรรณารักษ์จะมีรูปร่างแบบไหนหรือผิวสีไหนก็ได้ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยด้วยที่พวกเขาจะต้องเป็นผู้ชาย ตอนบรรณารักษ์หยิบนั่นนี่ในห้องสมุดก็ไม่ได้ใช้ไอ้นั่นของผู้ชายหยิบสักหน่อย บรรณารักษ์จะเป็นเพศอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ” – Neil Gaiman นักเขียนเรื่อง The Sandman กล่าวในกรณีของการเปลี่ยนตัวละครลูเซียนน์จากชายผิวขาวให้เป็นบรรณารักษ์หญิงผิวดำ

ภาพยนตร์ฉบับคนแสดงจากค่ายใหญ่อย่างดิสนีย์ก็พบเจอกับกระแสต่อต้านจากการคัดเลือกนักแสดงมารับบทบาทที่ไม่ตรงกับภาพจำในแอนิเมชั่น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงสโนวไวท์ที่รับบทโดย Rachel Zegler นักแสดงสาวดาวรุ่งชาวละติน, Halle Bailey นักร้องชาวอเมริกันในบทบาทของเจ้าหญิงเงือกน้อยแอเรียล หรือ Cynthia Erivo นักแสดงหญิงผู้เสียงทรงพลังที่รับบทตัวละครนางฟ้าจากเรื่อง Pinocchio 

The Little Mermaid/ ภาพจาก Walt Disney Studios

ภาพจำตัวละครจากแอนิเมชั่นทำให้บางคนมีความเห็นว่า Snow White ที่เป็นเจ้าหญิงผิวขาวดุจดั่งหิมะ จะเลือกคนละตินผิวคล้ำมาแสดงได้อย่างไร บ้างก็ว่าตัวละครนางเงือกในฉบับนี้มีผิวดำไม่ตรงกับภาพจำที่เป็นนางเงือกผิวขาวผมสีแดงสลวย หรือไม่ก็นางฟ้า Blue Fairy ไม่ควรเป็นคนดำกับทรงผมสั้นกุด 

Blue Fairy จากเรื่อง Pinocchio ภาพจาก Walt Disney Studios

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง เหล่านักแสดงถูกคัดเลือกให้มารับบทด้วยการแคสติ้งที่ยาก ดังนั้นการแสดงของพวกเธอคงไม่เป็นสองรองใคร เสียงร้องก็เหมาะสมสำหรับฉากร้องเพลง ฉะนั้นสีผิวจึงไม่ได้เป็นปัญหาต่อการแสดงหรือการเล่าเรื่องราวเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นแล้วตัวละครเหล่านี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กหญิงผิวดำทั่วโลกว่าพวกเธอสามารถเป็นเจ้าหญิงหรือเป็นอะไรก็ได้ตามใจต้องการ เพราะเด็กๆ ได้เห็นตัวละครเหล่านั้นเป็นในสิ่งที่พวกเธออยากเป็นบนจอภาพยนตร์มาแล้วนั่นเอง

“อิทธิพลของหนังเรื่องนี้จะส่งไปถึงเด็กๆ อย่างแน่นอน ยิ่งโดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิงผิวดำ ตื่นเต้นจัง Halle คือแอเรียลของฉัน” – คอมเมนต์ของแฟนคลับคนหนึ่งที่มีต่อตัวอย่างภาพยนตร์ The Little Mermaid

“สุขสันต์สัปดาห์แห่งเจ้าหญิง ใครๆ ก็เป็นเจ้าหญิงได้ อย่าให้ใครบอกคุณเป็นอื่นนะ” – Rachel Zegler ทวีตรูปเธอที่ถ่ายกับเจ้าหญิงสโนวไวท์ในสวนสนุก

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนำเสนอภาพลักษณ์ของคนกลุ่มอื่นในสังคมไม่ใช่การยัดเยียดหรือการลบภาพเดิมออกไป เพราะตัวละครต้นฉบับยังคงอยู่ในแอนิเมชั่น นิยาย หรือคอมิกดั้งเดิม แต่ในฉบับคนแสดงนั้นผู้ผลิตต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ภาพยนตร์มีความร่วมสมัยด้วยการสื่อถึงสังคมที่อุดมไปด้วยความแตกต่างและเป็นการให้พื้นที่กับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติให้มีตัวตนในสื่อกระแสหลัก ตลอดจนทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับผลงานนั้นๆ และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนอีกด้วย

ปัญหาและการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นจากเพียงความคิดที่ว่ามันไม่ตรงกับภาพจำที่เคยเห็น หลายคนจึงมองว่ามันคือการยัดเยียด แต่ถ้าหากเราลองมองโลกให้กว้าง เราจะพบว่าผู้คนและสังคมที่อยู่รอบตัวเรานั้นมีความแตกต่างหลากหลาย แต่เราทุกคนยังคงเป็นมนุษย์เหมือนกัน และมนุษย์มีศักยภาพที่จะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ดังนั้นการโอบรับทุกคนให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและไม่ละทิ้งใครไว้ข้างหลังยังคงเป็นเรื่องดีเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วมันคงจะดีกว่าถ้าหากโลกภาพยนตร์ไม่สงวนบทบาทไว้แค่สำหรับคนผิวขาวหรือคนเพศใดเพศหนึ่ง เพราะเราคงจะได้เห็นผลงานที่น่าสนใจจากนักแสดงทั่วทุกมุมโลก และผลงานนั้นจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้มากมายอย่างแน่นอน

Cover Photo Courtesy: thesandmanofficial, Walt Disney Studios, Marvel Entertainment

เรื่อง: ภัทรณกัญ อนันเต่า

เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล

RELATED STORY

Bella-Poarch-Interview
"ฉันมักจะทำตัวบ้าบอใน TikTok แต่พอเปลี่ยนมาทำเพลงแล้วฉันก็มีโอกาสได้แสดงตัวตนในอารมณ์อื่น ๆ มากขึ้น"
john-legend-legend
แอลพูดคุยกับเจ้าพ่อเพลงฮิตตำนานถึงผลงานใหม่ที่จะกลายเป็นตำนานอีกเช่นกัน
cameron-diaz-back-in-action
นักแสดงตัวแม่ในตำนานกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งหลังห่างหายไป 8 ปี

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.