fbpx

I

Fashion

ELLE บอกลาเฟอร์แท้! พันธกิจครั้งใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นระดับโลก

ELLE Thailand ร่วมผลักดันกระแส Fur-Free ในอุตสาหกรรมแฟชั่น
Fashion Features Editor

ELLE บอกลาเฟอร์แท้! พันธกิจครั้งใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นระดับโลก

ELLE Thailand ร่วมผลักดันกระแส Fur-Free ในอุตสาหกรรมแฟชั่น
Fashion Features Editor

ย้อนกลับไปยังเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มีหนึ่งข่าวใหญ่สร้างแรงกระเพื่อมให้โลกแฟชั่นและสื่อชั้นนำคือการที่ ELLE นิตยสารทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงที่มีจำนวนเอดิชั่นมากที่สุดในโลกถึง 46 เอดิชั่นในกว่า 60 ประเทศทั้งทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ร่อนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งหาพันธมิตรและสื่อชั้นนำเพื่อประกาศกร้าวถึงจุดยืนล่าสุดว่าพร้อมแล้วจะก้าวเข้าสู่วัฒนธรรมของโลกยุคใหม่ ยุคที่ผู้คนตระหนักถึงขีดจำกัดด้านการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม วันนี้เราได้ปักหมุดหมายให้คำมั่นจะ ‘เลิกนำเสนอผลิตภัณฑ์ทำมาจากขนสัตว์แท้’ หรือคือการเข้าร่วมวัฒนธรรม ‘Fur-Free’ อย่างเป็นทางการ

ความมุ่งมั่นและการแสดงจุดยืนดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเห็นพ้องและลงนามร่วมกันระหว่าง Lagardère Group บริษัทผู้ถือครองชื่อ ELLE และ Humane Society International (HSI) องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1991 และปัจจุบันเป็นองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้สนับสนุนมากกว่า 12 ล้านคนทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี HSI คือผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญรณรงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ และปลุกกระแส ‘รักษ์โลก’ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษ เมื่อปีที่แล้วมีการลงนามร่วมกับกลุ่มบริษัทแฟชั่นรายใหญ่ของโลกอย่าง Kering ผู้ครอบครองแบรนด์แฟชั่นชั้นนำมากมาย อาทิ Gucci, Balenciaga, Saint Laurent,  Bottega Veneta และ Alexander McQueen เป็นผลให้ทั้ง Balenciaga และ Alexander McQueen ประกาศยกเลิกการใช้ขนสัตว์แท้สำหรับผลิตภัณฑ์ของตนอย่างเป็นทางการหลังชิมลางมาก่อนหน้าราว 1-2 ปี ส่วนในปีนี้ตามมาด้วย Saint Laurent อีกหนึ่งราย การประกาศแบนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากขนสัตว์แท้ของ ELLE ซึ่งถือเป็นพันธมิตรรายล่าสุดของ HSI ไม่ได้ครอบคลุมเพียงบนหน้านิตยสาร แต่ยังรวมไปถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และยูทูบ

เมื่อทราบข่าวใหญ่นี้แล้ว ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนอาจมีคำถามตามมามากมายอย่าง “ต่อแต่นี้ไปเราจะไม่เห็นขนสัตว์ในสื่อชั้นนำอย่าง ELLE แล้วจริงหรือ?” … “แล้วจะเริ่มมาตรการเมื่อไร?” … ใช่ครับ! นับแต่นี้ไปคุณผู้อ่านจะไม่ได้เห็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์แท้ใน ELLE ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภาพข่าว ภาพรันเวย์ ภาพสตรีตสไตล์บนท้องถนน กฎบัตรนี้สอดคล้องกับคำจำกัดความของพันธมิตร ‘Fur-Free’ ที่ไม่อนุญาตให้แสดงภาพของขนสัตว์แท้ในโฆษณาใดๆอีกต่อไป ยกเว้นเสียแต่ว่าใช้วัสดุเฟอร์เทียมหรือวัสดุเลียนแบบผิวสัมผัสของขนสัตว์ และแม้กฎนี้ไม่สามารถทำให้บางเอดิชั่นลงมือปฏิบัติได้ทันทีที่ออกประกาศในงาน Voices 2021 ของ Business of Fashion ณ กรุงลอนดอน ทว่ามี 39 เอดิชั่นทั่วโลกร่วมลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหนึ่งในนั้นคือ ELLE Thailand สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในดวงใจของสาวไทยที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 โดยตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปหากคุณเห็นภาพของเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ หรือแฟชั่นไอเท็มอื่นๆ ที่มีวัสดุละม้ายคล้ายขนสัตว์เป็นส่วนประกอบ ขอให้มั่นใจว่าขนสัตว์ที่เห็นนั้นหากไม่ใช่ขนสัตว์เทียมหรือวัสดุเลียนแบบขนสัตว์ (อาทิ ขนสัตว์เทียมของ Versace และ Givenchy ดูใกล้เคียงกับขนสัตว์แท้มาก) ก็เป็นการใช้เทคนิคการตัดเย็บ (อย่างการตะกุยผ้าที่ Fendi เคยทำไว้) หรือไม่ก็ ‘ผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการค้าเนื้อสัตว์ อาทิ ขนแกะ ขนวัว หรือขนนก ก็ยังไม่ได้ถูกรวมอยู่ในมาตรการนี้ ส่วนเอดิชั่นที่เหลือจะทยอยปฏิบัติตามและจะเบ็ดเสร็จภายในปี ค.ศ. 2023

แน่นอนว่าการประกาศถึงจุดยืนนี้ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่ยังคงใช้ขนสัตว์แท้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่ความนิยมในการใช้ขนสัตว์ลดน้อยลงกว่าทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดตามที่ผมเคยเขียนถึงในบทความก่อนๆหน้า จากผลสำรวจของ HSI พบว่า 93% ของชาวอังกฤษปฏิเสธการใส่เสื้อขนสัตว์แท้ และอีก 72% สนับสนุนให้มีการยกเลิกการค้าขนสัตว์ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลสำรวจของ Vogue Business ที่เปิดเผยว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากขนสัตว์แท้นั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยอดขายสินค้าแฟชั่นแนววีแกนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นถึง 258%! และผลสำรวจยังระบุด้วยว่าราว 80% ของชาวอังกฤษเชื่อมโยงแบรนด์ใช้ขนสัตว์กับคำว่า ‘โหดร้าย’ และ ‘ล้าสมัย’ เมื่อผนวกกับมาตรการล่าสุดของสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง ELLE ที่มีผู้อ่านมากถึง 21 ล้านคนต่อเดือน และมีผู้เข้าถึง 46 เว็บไซต์ทั่วโลก 175 ล้านครั้งด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการผลักดันให้ธุรกิจการค้า/ผลิตชุดขนสัตว์ก้าวไปอยู่ในสถานะของเรือที่กำลังจะล่มในเร็ววัน

“การมีส่วนร่วมทางสังคมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของเรามานับตั้งแต่ก่อตั้ง ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว การเลิกใช้ขนสัตว์สอดคล้องกับกระแสสังคมและประวัติศาสตร์ของเรา (ที่ดำเนินเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง) เราหวังว่าด้วยความมุ่งมั่นนี้จะทำให้ ELLE คือผู้กรุยทางให้สื่อรายอื่นๆเดินรอยตาม จนเกิดเป็นวัฒนธรรมไม่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากขนสัตว์ไปทั่วโลก และส่งต่อแนวคิดยังโลกยุคต่อไปที่ธุรกิจแฟชั่นจะไร้ซึ่งขนสัตว์แท้” Constance Benqué ซีอีโอของ Lagardère News และ ซีอีโอ ELLE International กล่าวถึงนโยบายอย่างภาคภูมิ สอดคล้องกับ Valéria Bessolo Llopiz รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการระหว่างประเทศของ ELLE ได้กล่าวไว้ “หลายปีมานี้เรามีส่วนร่วมในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และระบบนิเวศ โดยนำเสนอผ่านบทความทั้งฉบับปกติและฉบับพิเศษเพื่อโลกสีเขียวโดยเฉพาะ การปรากฏภาพขนสัตว์บนหน้านิตยสารและโซเชียลมีเดียของเราไม่สอดคล้องกับค่านิยมอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสดงจุดยืนในเรื่องนี้เพื่อสะท้อนถึงความตระหนักต่อประเด็นสำคัญในโลกยุคใหม่ ปกป้องและดูแลสิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทารุณกรรมเพื่อนร่วมโลกของเรา นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดวาระให้ ELLE ตระหนักถึงเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ สนับสนุนทางเลือกและวิถียั่งยืนผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ และส่งเสริมจริยธรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากยิ่งขึ้น” ส่วนทาง Alexi Lubomirski ช่างภาพและผู้ก่อตั้ง Creative4Change อีกหนึ่งพันธมิตรในพันธกิจครั้งนี้ชื่นชมถึงจุดยืนล่าสุดอย่างภูมิใจว่า “นิตยสาร ELLE เป็นผู้นำทางด้านแฟชั่นมาโดยตลอด ถ้าจะให้นิยามก็คงต้องบอกว่าเป็นสื่อที่สดใหม่ ไม่ยึดติดกรอบวัฒนธรรม กฎเกณฑ์ และพิธีการต่างๆ การออกมาประกาศจุดยืนล่าสุดเปรียบได้กับพลังสร้างสรรค์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ  ELLE จะก้าวเข้าไปอยู่ในดวงใจของผู้อ่านทุกคน ช่วยพัฒนาและกระทุ้งให้พวกเขาตระหนักถึงอนาคตของพวกเรา” 

ท้ายสุดนี้ผมขอใช้คำพูดของ PJ Smith ผู้อำนวยการนโยบายแฟชั่นของ HSUS และ HSI โต้โผใหญ่ผู้พยายามผลักดันวัฒนธรรม Fur-Free ให้เกิดในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง จนเกิดเป็นรูปเป็นร่างและทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อได้สื่อชั้นนำมาเสริมทัพ สรุปปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด “เราขอสรรเสริญ ELLE ที่ยืนหยัดต่อสู้กับการค้าขนสัตว์อันโหดร้าย และยังคงตั้งตารอให้นิตยสารแฟชั่นรายอื่นๆก้าวเข้ามาร่วมอุดมการณ์ การประกาศครั้งนี้จะจุดประกายให้เกิดพลังบวกในอุตสาหกรรมแฟชั่น และสำคัญที่สุดคือจะสามารถช่วยชีวิตสัตว์ที่ต้องทุกข์ทรมานและตายอย่างโหดร้ายอีกนับไม่ถ้วน จิตวิญญาณการเป็นผู้นำของ ELLE จะขับเคลื่อนโลกไปสู่วิถียั่งยืนและโลกที่มีมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น” … ใช่แล้วครับ เป็นอย่างที่พีเจได้กล่าวไว้ บัดนี้จิตวิญาณแห่งการเป็นผู้นำของ ELLE ได้ส่องประกายเป็นแสงนำทางให้สื่อรายอื่นๆอีกครั้ง เป็นการสะท้อนถึงปณิธานอันแน่วแน่นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี ค.ศ. 1945 นั่นคือการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ชี้นำ และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิม

Together Fur-Free

3.1 PHILLIP LIM, ADIDAS, ALEXANDER McQUEEN, BALENCIAGA, BALMAIN, BOTTEGA VENETA, BRIONI, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CHANEL, CLAUDIE PIERLOT, CHLOÉ, COACH, DIANE VON FURSTENBERG, DKNY, DONNA KARAN, DRIES VAN NOTEN, FURLA, GANNI, GIORGIO ARMANI, GUCCI, H&M, HUGO BOSS, JEAN PAUL GAULTIER, JIMMY CHOO, JOHN GALLIANO, KARL LAGERFELD, KATE SPADE, LACOSTE, LONGCHAMP, MACY’S, MAJE, MAISON MARGIELA, MARINE SERRE, MARNI, MICHAEL KORS, MIU MIU, NORTH FACE, UNREAL FUR, MAISON ATIA, OFF-WHITE, OSCAR DE LA RENTA, PATAGONIA
PRADA, RALPH LAUREN, REBECCA MINKOFF, SAINT LAURENT, SANDRO, STELLA McCARTNEY, TELFAR, THE KOOPLES, TOM FORD, TOMMY HILFIGER, VALENTINO, VERSACE, VICTORIA BECKHAM, VIVIENNE WESTWOOD, ZADIG & VOLTAIRE … AND MANY MORE

RELATED STORY

Chanel-Kristen-Stewart
คริสเทนบอกว่าเธอรู้สึกโชคดีที่ระหว่างทำงานร่วมกันกับแบรนด์ Chanel เธอไม่เคยรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเลย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.