fbpx

I

Lifestyle

ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”

เรื่องราวการเดินทางของ เอริค นัม ที่สะท้อนผ่านบทเพลง และความในใจที่คุณอาจไม่เคยรู้
elle-interview-eric-nam-there-and-back-again
ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”
Digital Beauty Editor / Digital Specialist
elle-interview-eric-nam-there-and-back-again

ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”

เรื่องราวการเดินทางของ เอริค นัม ที่สะท้อนผ่านบทเพลง และความในใจที่คุณอาจไม่เคยรู้
ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”
Digital Beauty Editor / Digital Specialist

เก็บกระเป๋าออกเดินทางไปกับเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam กับอัลบั้ม “There And Back Again” 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของ Eric Nam (เอริค นัม) ศิลปินชาวอเมริกันคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เด็กหนุ่มที่เกิดและโตในแอตแลนต้าผู้หลงใหลในการร้องเพลงและถ่ายทอดเสียงร้องอันทรงเสน่ห์ของตัวเองลงยูทูบแบบขำๆ วันหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูจากโชคชะตานำพาเขาบินลัดฟ้าไปยังประเทศเกาหลีเพื่อแข่งขันในรายการเพลง และการได้ติดโผ 1 ในท็อป 5 ผู้ชนะนั้นคือใบเบิกทางสู่การเป็นศิลปิน K-Pop อย่างเต็มตัว

eric-nam-there-and-back-again

พื้นฐานภาษาเกาหลีที่มีเพียงผิวเผินผนวกกับสภาพแวดล้อมบังคับให้ Eric Nam ต้องดิ้นรนเรียนรู้ภาษาและปรับตัวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างหนักในช่วงแรก และเขาก็ได้พิสูจน์ให้ใครต่อใครเห็นในพลังของความมุ่งมั่นด้วยการเติบโตในเส้นทางบันเทิงของเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นศิลปิน นักแต่งเพลง โค้ชที่คอยให้คำแนะนำด้านการร้องเพลงกับเหล่าไอดอล ทีวีโฮสต์ รวมถึงการเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง DIVE Studios ที่ผลิตรายการพอดแคสต์ของตัวเองและเหล่าศิลปินที่น่าจับตามอง 

any-other-way-eric-nam

เมื่อขมวดรวมเรื่องราวชีวิตทั้งขึ้นและลง ความกดดันในฐานะศิลปินเดี่ยว ความสัมพันธ์กับผู้คนที่พบเจอตลอดการวนเวียนในเส้นทางบันเทิงกว่าทศวรรษ รวมทั้งการตัดสินใจเดินทางครั้งใหม่ในฐานะศิลปินอิสระพร้อมทำในสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดด้วยการกลับไปทำดนตรีที่บ้านเกิด “There And Back Again” ผลงานเพลงภาษาอังกฤษอัลบั้มที่ 2 จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ Eric Nam ในสไตล์เพลงแนวใหม่ที่ร้อยเรียงไปด้วยห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย

There And Back Again | Eric Nam

การเดินทางครั้งใหม่ของ Eric Nam สู่บ้านหลังเดิมอันคุ้นเคยที่มอบอิสระให้เขาได้ทำดนตรีในสไตล์ที่ใช่ ในขณะเดียวกันได้สร้างความท้าทายให้เขามากน้อยแค่ไหน ความรู้สึกที่เขามีต่อผลงานอัลบั้มใหม่ และเส้นทางชีวิตจากนี้จะเป็นอย่างไร แอลได้ล้วงลึกคำตอบจากเจ้าตัวมาฝากแฟนๆ แล้วที่นี่!

เอริค-นัม

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีด้วย! อัลบั้มแรกของคุณในฐานะศิลปินอิสระได้ถูกปล่อยอย่างเป็นทางการแล้วยังได้ติดอันดับ Top #10 US, Worldwide iTunes Album Charts รวมถึง US, UK Spotify Top Albums Debut Charts อีกด้วย คุณรู้สึกอย่างไร? นี่เป็นสิ่งที่คุณคาดคิดไว้รึเปล่า?

Eric Nam: ผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ และก็เซอร์ไพรส์ด้วย ผมไม่ได้คาดคิดเลย มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและชื่นใจ ผมรู้สึกขอบคุณมาก และอยากขอบคุณทีมงาน แฟนๆ ที่ทำให้ผมไปถึงจุดนั้นได้ครับ

จากที่ได้ลองฟังเพลงอัลบั้มใหม่ของคุณแล้วรู้สึกว่าดนตรีของคุณมีความโตขึ้นมาก มีการผสมผสานซาวด์หลายรูปแบบ ในทางดนตรีคุณจะนิยามสไตล์เพลงโดยรวมในอัลบั้มนี้ว่าอย่างไร?

Eric Nam: อู้ว มันยากนะครับ ผมรู้สึกว่ามันยากเพราะว่ามันมีดนตรีหลายประเภทในอัลบั้มนี้ แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นอัลบั้มเพลงป็อปทั่วไปที่มีความเอดจี้หน่อย  มีความฟังสบายด้วย แต่อย่างซิงเกิ้ล Wildfire ก็จะมี EDM ดร็อป ส่วนเพลงอื่นๆ ผมคิดว่าน่าจะหนักแน่นไปในด้านเครื่องดนตรีมากกว่า อย่างการใช้กีตาร์ที่ค่อนข้างเยอะ การใช้เปียโน อะไรแบบนี้ ผมชอบกีตาร์นะครับ และชอบสิ่งที่น่าสนใจที่เราได้ทำกับกีตาร์ สรุปแล้วผมคงนิยามว่ามันเป็นสไตล์เพลงฟังสบายที่ค่อนไปทางป็อปล่ะ

eric-nam-any-other-way

ย้อนไปในปี 2020 คุณเคยให้สัมภาษณ์กับแอลว่าคุณอยากลองทำเพลงสไตล์อเมริกันคันทรี่ เพลง “Any Other Way” ใช่เพลงที่คุณหมายถึงรึเปล่า? 

Eric Nam: ชัดเจนว่าเพลง Any Other Way ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากดนตรีสไตล์คันทรี่ด้วยครับ แต่ผมคิดว่ามันยังไม่ใช่คันทรี่ครับ ผมคิดว่าถ้าจะทำเพลงคันทรี่ ผมจะทำเพลงแบบคันทรี่จัดเต็มเลย แต่ยังนะ ยังไม่ใช่ตอนนี้ (ยิ้ม) จะทำแนวคันทรี่บัลลาดซึ้งๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมจะโฟกัสกับซาวด์เพลงของผมก่อนครับ

มาพูดถึง “Lost On Me” ไตเติ้ลแทร็กของคุณกันหน่อย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเขียนเพลงนี้?

Eric Nam: ผมรู้สึกว่าเพลง Lost On Me เป็นเพลงที่เกี่ยวกับคนที่เข้ามาและออกจากชีวิตคุณ ผมรู้สึกว่าการเลิกราหรือความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะโรแมนติกหรือไม่นั้น เมื่อทุกอย่างจบลง เราก็มักจะพูดง่ายว่า เราไม่ชอบคนๆ นั้นเลย เราเกลียดคนๆ นั้น อยากจะลืมๆ มันไปซะ อะไรทำนองนั้น แต่ในขณะเดียวกันผมคิดว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะคนที่เคยอยู่ในชีวิตเรา มันสามารถเป็นทั้งเพื่อน ครอบครัว พ่อแม่ ใครก็ได้ 

lost-on-me-eric-nam

ดังนั้นแทนที่จะคิดว่า โอ้ว ผมเกลียดคนๆ นั้นจัง แต่คนๆ นั้นกลับเป็นคนที่สอนอะไรหลายๆ อย่าง และทิ้งความคิดอะไรหลายๆ อย่างไว้ให้ผมหรือทำให้ผมได้เรียนรู้ตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นความรักของคุณจะไม่ได้หายไปจากผม คำพูดของคุณไม่ได้หายไปจากผม ผมอยากจะคิดถึงการที่มันส่งผลดีบางอย่าง ซึ่งนั่นคือเรื่องราวและแรงบันดาลใจของเพลงนี้ครับ

พูดถึงการเขียนเพลงแล้ว มีโมเมนต์ไม่คาดคิดที่ช่วยให้คุณเกิดไอเดียในการเขียนเพลงบ้างไหม?

Eric Nam: ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละเพลงนะครับ มีวันที่เราเข้าไปในสตูดิโอกัน แล้วผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร ณ ตอนนั้น ผมก็ถามว่าใครมีไอเดียอะไรไหม หรือบางครั้งผมก็ฝันถึงเมโลดี้แล้วพอตื่นมาก็รู้สึกว่าใช่เลย! เรียกว่าไอเดียมันเข้ามาในชีวิตผมได้ทุกวันเลย เราสามารถที่จะนั่งพูดคุยกันแล้วก็เกิดความคิดที่ว่า เราอาจจะเขียนเพลงเกี่ยวกับการพูดคุยกันก็ได้นะ มันไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งตายตัว

eric-nam-there-and-back-again

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนแต่ไม่ได้รวมไปในอัลบั้ม.. มันมีเพลงหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “Hypochondriac” Hypochondriac มันเป็นอาการของโรคที่คุณคิดว่าคุณป่วยตลอดเวลา แล้วคุณก็รู้สึกสติแตกกับเรื่องเล็กๆ (หัวเราะ) เราเขียนเพลงเกี่ยวกับมัน แต่เราก็ไม่ได้รวมมันไปในอัลบั้ม ซึ่งนั่นแหละ ตอนที่ผมกำลังคุยเรื่องอาการป่วยที่ว่านี้อย่างจริงจัง จู่ๆ มันก็เกิดไอเดียว่า นี่มันน่าจะเป็นเพลงได้นะ ประมาณนั้นครับ

ซิงเกิ้ลไหนที่คุณคิดว่าร้องยากที่สุด?

Eric Nam: ผมคิดว่าซิงเกิ้ลที่ร้องยากที่สุดน่าจะเป็น Any Other Way นะครับ เพราะท่อนเสียงสูง (Falsetto) Because I.. ถ้าผมคุมลมหายใจได้ไม่ดีหรือมีสุขภาพไม่ดี มันจะฟังดูแย่มาก อาจฟังดูเหมือนเสียงแมวกรี๊ด ผมเลยต้องเตรียมตัวพอสมควรสำหรับเพลงนี้ อีกเพลงจากในอัลบั้มที่ผมคิดว่ายากคือ Wildfire มันเป็นเพลงที่ร้องยากมากๆ แต่ทั้งสองเพลงนั้นร้องสนุกจริงๆ ครับ 

มาพูดคุยถึงมิวสิกวิดีโอกันดีกว่า เห็นคุณเต้นในมิวสิกวิดีโอเพลง Lost On Me อย่างอิสระไปตามแนวชายหาด คุณเป็นคนออกแบบท่าเต้นด้วยตัวเองรึเปล่า?

Eric Nam: ใช่ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าเต้นได้ไหม ผมคิดว่ามันแค่เป็นการเคลื่อนไหวนะ ผมคิดว่าผมต้องทำอะไรบางอย่างแทนที่จะยืนอยู่เฉยๆ ผมเลยเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ แล้วมันก็สนุก เป็นธรรมชาติ และมีความฟังค์กี้สำหรับผม ผมคิดว่าไม่มีเพลงไหนในอัลบั้มที่ต้องใช้ไลน์เต้นแบบ K-Pop นะ ผมคิดว่ามันไม่เหมาะ ดังนั้นแทนที่จะมีท่าบังคับ ผมจะปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ร่างกายของเราเคลื่อนไหวมากกว่า 

lost-on-me-eric-nam

เวลาที่ผมคิดถึงดนตรีและเพลงของผม สำหรับผมมันเป็นอะไรที่สำคัญมาก ไม่ว่าใครที่ได้ฟัง การฟังเพลงมันไม่มีผิดหรอกนะ จะร้องตามแบบไหนก็ไม่มีผิด จะตีความแบบไหนก็ไม่มีผิด ไม่ว่ามันจะหมายความอย่างไรกับคุณ และไม่ว่าคุณอยากจะเข้าใจมันแบบไหน นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้ผู้ฟังและแฟนเพลงของผมทำ มันเป็นสิ่งที่ผมทำเช่นกัน 

lost-on-me-eric-nam

Eric Nam – Lost On Me (Official Music Video)

ส่วนใหญ่คุณมักจะเล่นมิวสิกวิดีโอเองคนเดียว คุณเคยคิดจะมีคนอื่นมาร่วมเล่นด้วยไหม?

Eric Nam: คิดนะครับ ผมเคยเล่นมิวสิกวิดีโอกับคนอื่นด้วย น่าจะราวๆ 2-3 เพลงนะ แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการร่วมงานกับคนอื่นคือเรื่องของเวลา เอาจริงๆ มันคือเวลากับงบประมาณ (ยิ้ม) ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะบอกกันว่า โอเคเราต้องประหยัดเงิน ประหยัดงบนะ เราต้องร่นระยะเวลาการถ่ายทำ เราต้องลดค่าตัวโมเดล นั่นเป็นสิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึง บางครั้งเราก็มีไอเดียเจ๋งๆ เราอยากจะทำนู่นทำนี่ แต่แล้วก็ต้องพับเก็บไอเดียเพราะค่าใช้จ่ายมันสูงเกินไป

any-other-way-eric-nam

อย่างอัลบั้มนี้เราถ่ายมิวสิกวิดีโอ 3 ตัว Visualizer 7 คน ภาพถ่ายทั้งหมด รวมถึงมิวสิกวิดีโอเวอร์ชั่น Acoustic live 3 ตัว ในระยะเวลา 3-4 วัน และมันก็มีรายละเอียดเยอะมากจริงๆ จนผมแบบว่า ผมต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นไปยืนหน้ากล้อง โยกตัวไปตามเพลง และหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดีโดยที่ผู้ชมจะรู้สึกดีไปกับมันด้วย แต่ผมอยากจะอยู่ในจุดที่งบประมาณไม่ใช่ปัญหานะ ในจุดที่เรามีเวลามากกว่านี้ และเราสามารถที่จะพูดได้ว่า เรามาทำอะไรเจ๋งๆ อย่างหนัง ทำอะไรกับโมเดล หรืออะไรสักอย่างกันเถอะ แต่ก็นั่นแหละ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเองเนอะ 

เห็นคุณให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศก่อนหน้านี้ว่าคุณชอบกาแฟมากๆ คุณจะพกกาแฟไปทัวร์คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยไหม?

Eric Nam: โอ้วใช่ โอเค สิ่งที่ผมชอบทำทุกครั้งที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตคือผมจะไปตามหาร้านกาแฟดีๆ เจ๋งๆ ฮิปๆ ในเมือง อู้ว! ผมน่าจะทำเป็นซีรี่ส์ได้เลยนะ มันน่าจะเป็น Eric Nam On Tour Doing Coffee นั่นแหละครับ ผมชอบกาแฟมาก ผมจะพกเครื่องทำเอสเพรสโซ่ติดตัวตลอดเวลาไปทัวร์ บางครั้งผมก็จะพกอุปกรณ์ Pour-over หรือดริปไปในวันที่ผมรู้สึกอยากดื่มกาแฟแบบมีรสนิยม ดูดีสุดๆ ดังนั้นใช่ครับ ผมมักจะพกกาแฟติดตัวไปด้วยตลอด

หลังทัวร์คอนเสิร์ตจบมีแผนจะทำอะไรบ้างไหม?

Eric Nam: ยังเลยครับ ตอนนี้ผมโฟกัสให้ผ่านพ้นช่วงเดือนเมษายนเพราะเป็นช่วงที่ใหญ่ที่สุดของทัวร์ ผมอธิษฐานและผมหวังว่าเราจะจัดคอนเสิร์ตในเอเชียช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ถ้าเป็นไปได้ แล้วเราไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเดือนกรกฎาคมครับ แต่อย่างที่เรารู้กันมันยากที่จะวางแผนไว้ล่วงหน้าจริงๆ ผมไม่รู้มันจะเป็นอย่างไร แต่นั่นคือสิ่งที่ผมหวังไว้ครับ นอกเหนือจากนั้นผมคิดว่าผมจะทำทีวีโชว์ครับ หวังว่ามันจะออกมาดี ถ้ามันเวิร์กหลังจากนั้นผมก็คงจะทำทีวีโชว์ต่อไปอีกหน่อยครับ 

ไม่มีแผนสำหรับการพักร้อนสัก 3 เดือนหน่อยเหรอ?

Eric Nam: จริงๆ แล้วผมอยากนะ ผม.. โอเค! ผมจะไปพักร้อน 3 เดือนถ้าการทำทีวีโชว์นั่นมันไม่เวิร์ก มันคงจะเป็นสัญญาณว่าผมต้องพักแล้วล่ะ ผมจะไปพักร้อน 3 เดือนโดยที่ไม่ทำอะไรเลย แต่การไม่ทำอะไรเลยก็น่าหมายถึงการเขียนเพลงอัลบั้มถัดไปแหละครับ 

any-other-way-eric-nam

First Thing on Eric Nam’s Mind 

หลังจากที่ล้วงลึกเรื่องอัลบั้มกับ Eric Nam กันไปแล้ว แอลเลยชวนเจ้าตัวมาเล่นเกมตอบคำถามติดสปีดกันหน่อย มาดูกันว่าสิ่งแรกที่เขาตอบคืออะไร

ขอ 3 คำให้ตัวเองในช่วงนี้

Eric Nam: ยุ่ง กังวลใจ และตื่นเต้นครับ

ถ้าคุณสามารถว้าบไปไหนก็ได้ อยากไปที่ไหน?

Eric Nam: ผมอยากไปเกาะที่ห่างไกลผู้คนบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศไทยครับ ผมไม่เคยไปเลย ผมอยากไปพักร้อน และผมได้ยินว่ามันดีมากเลยนะ

ปณิธานปีใหม่ที่สำคัญที่สุดของคุณคือ?

Eric Nam: คือการไม่มีปณิธานครับ (หัวเราะ)

ใครคือคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับคุณ?

Eric Nam: คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับผมคือ คุณพ่อของผมครับ

อาหารอย่างแรกที่อยากทานเมื่อได้มาประเทศไทยครั้งต่อไปคือ?

Eric Nam: ปูผัดผงกะหรี่ครับ หรือ.. มันใช่ต้มยำกุ้งไหมนะ? ผมชอบต้มยำกุ้งมากเลย มันอร่อยมากๆ

พูดคำศัพท์ภาษาไทย 3 คำที่คุณรู้

Eric Nam: โอ้วไม่นะ สวัสดีครั.. (หัวเราะ) ขอบคุณครับ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ข้าวซอย น่าอายจังเลยครับ (หัวเราะ)

คำชมที่ดีที่สุดตั้งแต่คุณเคยได้รับมาคือ?

Eric Nam: เป็นคำถามที่ดีเลยนะครับ ผมไม่รู้สิ ผมว่าล่าสุดคำชมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดที่ผมนึกได้น่าจะเป็นการที่ผู้คนชอบอัลบั้มของผมครับ และมันก็เป็นกำลังใจที่ดีมากเพราะผมเป็นกังวลกับการทำอัลบั้มนี้มาก บอกตรงๆ ว่ามันเหนื่อยมากในช่วงเวลาที่เราพยายามจะปล่อยอัลบั้ม เพราะผมทำโปรดักชั่นดนตรีทั้งหมดเสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม แต่มันใช้เวลาราวๆ 4-5 เดือนเลยกว่าที่อัลบั้มจะถูกปล่อยจริงๆ ผมรู้สึกแบบ ได้โปรดช่วยปล่อยมันออกไปสักทีเถอะ พออัลบั้มถูกปล่อยแล้วผู้คนต่างมีปฏิกิริยาในเชิงบวกกับมัน ผมคิดว่ามันเป็นคำชมที่ดีที่สุดเลยครับ

eric-nam-taba

สิ่งที่คุณชอบทำแต่รู้สึกผิดมากที่สุดคือ?

Eric Nam: สิ่งที่ผมชอบทำแต่รู้สึกผิดมากที่สุดเหรอ? น่าจะเป็นการทานไอศกรีมเยอะๆ แล้วดู Netflix หรือ HBO Max ยาวไปเลยนะครับ ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่ผมทำ แต่ผมก็แบบ.. ผมสมควรได้รับมันแล้ว ทานไอศกรีมให้หมดทั้งถ้วยไปเลย ไม่เป็นไรหรอกน่า

คุณชอบไอศกรีมรสไหน?

Eric Nam: อู้ว.. ผมชอบไอศกรีมเยอะมาก ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอะไรที่ใช่เสมอ แล้วผมก็ชอบคุกกี้แอนด์ครีมด้วย เป็นสองรสโปรดของผมเลยครับ

ศิลปินที่คุณอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดคือ?

Eric Nam: มีหลายคนมากเลยครับ แต่ผมคิดว่า Adele น่าจะเป็นคนที่อยู่ในลิสต์เสมอ Bruno Mars ด้วยครับ ผมไม่รู้เลย ใครก็ได้ ผมโอเคที่จะร่วมงานกับทุกคนเลยนะ ติดต่อผมมานะ (ยิ้ม)

eric-nam-idkya

Thai Namnation คือ?

Eric Nam: ที่สุด! ดีที่สุดเลยครับ! ผมรู้สึกว่า Thai Namnation น่ารักมาก คอยห่วงใย และเอาใจใส่ในหลายๆ ด้าน และผมรู้สึกแย่มาโดยตลอดเพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสได้เชื่อมต่อกับ Thai Namnation เท่าไหร่เลย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด ตอนที่ผมคิดว่าผมอยากจะไปประเทศไทยให้มากกว่านี้หน่อยเพื่อแฮงก์เอาต์กับแฟนไทยก็ดันเกิดโควิด โดยเฉพาะสองปีที่แล้วหลังจากทัวร์คอนเสิร์ต ผมหวังว่าผมจะกลับไปประเทศไทยอีกครั้งแต่ก็นั่นล่ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลก 

ผมอยากขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับการสนับสนุน ความรัก และผมได้เห็นทุกคนทางโซเชี่ยลมีเดีย ของขวัญจากพวกคุณทุกชิ้น ความคิดเห็นของพวกคุณ​ การอธิษฐานเผื่อผม ทุกๆ อย่างมันเป็นกำลังใจให้ผมมาก และผมสัมผัสได้ถึงความรักนั้น ขอบคุณมากครับ

Eric Nam There And Back Again World Tour 2022 

Eric Nam จะเริ่มต้นเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในวันที่ 24 มกราคมนี้ โดยมีทั้งแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนแฟนไทยที่เฝ้ารอการกลับมาของเขาอีกครั้งคงต้องมารอลุ้นกันว่าโลกจะพัดพาให้เขานำความสนุกครั้งใหม่นี้มายังเอเชียในปีนี้ได้หรือไม่ 

ฟังอัลบั้ม There And Back Again

Cover Photo Courtesy: EN Management

อ่านเพิ่มเติม: #ELLEexclusive Eric Nam เผย 7 สเต็ปบำรุงผิวใสแบบหมดเปลือก!

RELATED STORY

ดูดวงรายปักษ์ 1-15 กรกฎาคม 2022
อัพเดตดวงการงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และสีมงคลของคุณได้ที่นี่
anne-hathaway-celebrates-devil-wears-prada-16th-anniversary-political-message-Roe-v-Wade
แม้จะผ่านไปกว่า 16 ปี แต่ตัวละครอย่าง Andrea Sachs จะยังคงเป็นตำนานในใจเสมอมา
จากประสบการณ์จริงสู่เพลง ‘Brightsider’ พลังงานบวกที่อยากส่งต่อให้ทุกคนจากนักร้องสาว Dagny
พูดคุยถึงแรงบันดาลใจและแง่คิดดีๆ ในการคิดบวกของนักร้องสาวชาวนอร์เวย์

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.