fbpx

I

Lifestyle

ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”

เรื่องราวการเดินทางของ เอริค นัม ที่สะท้อนผ่านบทเพลง และความในใจที่คุณอาจไม่เคยรู้
elle-interview-eric-nam-there-and-back-again
Digital Beauty Editor / Digital Specialist
elle-interview-eric-nam-there-and-back-again

ล้วงลึกเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam ในฐานะศิลปินอิสระกับอัลบั้ม “There And Back Again”

เรื่องราวการเดินทางของ เอริค นัม ที่สะท้อนผ่านบทเพลง และความในใจที่คุณอาจไม่เคยรู้
Digital Beauty Editor / Digital Specialist

เก็บกระเป๋าออกเดินทางไปกับเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ของ Eric Nam กับอัลบั้ม “There And Back Again” 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของ Eric Nam (เอริค นัม) ศิลปินชาวอเมริกันคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เด็กหนุ่มที่เกิดและโตในแอตแลนต้าผู้หลงใหลในการร้องเพลงและถ่ายทอดเสียงร้องอันทรงเสน่ห์ของตัวเองลงยูทูบแบบขำๆ วันหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูจากโชคชะตานำพาเขาบินลัดฟ้าไปยังประเทศเกาหลีเพื่อแข่งขันในรายการเพลง และการได้ติดโผ 1 ในท็อป 5 ผู้ชนะนั้นคือใบเบิกทางสู่การเป็นศิลปิน K-Pop อย่างเต็มตัว

eric-nam-there-and-back-again

พื้นฐานภาษาเกาหลีที่มีเพียงผิวเผินผนวกกับสภาพแวดล้อมบังคับให้ Eric Nam ต้องดิ้นรนเรียนรู้ภาษาและปรับตัวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างหนักในช่วงแรก และเขาก็ได้พิสูจน์ให้ใครต่อใครเห็นในพลังของความมุ่งมั่นด้วยการเติบโตในเส้นทางบันเทิงของเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นศิลปิน นักแต่งเพลง โค้ชที่คอยให้คำแนะนำด้านการร้องเพลงกับเหล่าไอดอล ทีวีโฮสต์ รวมถึงการเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง DIVE Studios ที่ผลิตรายการพอดแคสต์ของตัวเองและเหล่าศิลปินที่น่าจับตามอง 

any-other-way-eric-nam

เมื่อขมวดรวมเรื่องราวชีวิตทั้งขึ้นและลง ความกดดันในฐานะศิลปินเดี่ยว ความสัมพันธ์กับผู้คนที่พบเจอตลอดการวนเวียนในเส้นทางบันเทิงกว่าทศวรรษ รวมทั้งการตัดสินใจเดินทางครั้งใหม่ในฐานะศิลปินอิสระพร้อมทำในสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดด้วยการกลับไปทำดนตรีที่บ้านเกิด “There And Back Again” ผลงานเพลงภาษาอังกฤษอัลบั้มที่ 2 จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ Eric Nam ในสไตล์เพลงแนวใหม่ที่ร้อยเรียงไปด้วยห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย

There And Back Again | Eric Nam

การเดินทางครั้งใหม่ของ Eric Nam สู่บ้านหลังเดิมอันคุ้นเคยที่มอบอิสระให้เขาได้ทำดนตรีในสไตล์ที่ใช่ ในขณะเดียวกันได้สร้างความท้าทายให้เขามากน้อยแค่ไหน ความรู้สึกที่เขามีต่อผลงานอัลบั้มใหม่ และเส้นทางชีวิตจากนี้จะเป็นอย่างไร แอลได้ล้วงลึกคำตอบจากเจ้าตัวมาฝากแฟนๆ แล้วที่นี่!

เอริค-นัม

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีด้วย! อัลบั้มแรกของคุณในฐานะศิลปินอิสระได้ถูกปล่อยอย่างเป็นทางการแล้วยังได้ติดอันดับ Top #10 US, Worldwide iTunes Album Charts รวมถึง US, UK Spotify Top Albums Debut Charts อีกด้วย คุณรู้สึกอย่างไร? นี่เป็นสิ่งที่คุณคาดคิดไว้รึเปล่า?

Eric Nam: ผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ และก็เซอร์ไพรส์ด้วย ผมไม่ได้คาดคิดเลย มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและชื่นใจ ผมรู้สึกขอบคุณมาก และอยากขอบคุณทีมงาน แฟนๆ ที่ทำให้ผมไปถึงจุดนั้นได้ครับ

จากที่ได้ลองฟังเพลงอัลบั้มใหม่ของคุณแล้วรู้สึกว่าดนตรีของคุณมีความโตขึ้นมาก มีการผสมผสานซาวด์หลายรูปแบบ ในทางดนตรีคุณจะนิยามสไตล์เพลงโดยรวมในอัลบั้มนี้ว่าอย่างไร?

Eric Nam: อู้ว มันยากนะครับ ผมรู้สึกว่ามันยากเพราะว่ามันมีดนตรีหลายประเภทในอัลบั้มนี้ แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นอัลบั้มเพลงป็อปทั่วไปที่มีความเอดจี้หน่อย  มีความฟังสบายด้วย แต่อย่างซิงเกิ้ล Wildfire ก็จะมี EDM ดร็อป ส่วนเพลงอื่นๆ ผมคิดว่าน่าจะหนักแน่นไปในด้านเครื่องดนตรีมากกว่า อย่างการใช้กีตาร์ที่ค่อนข้างเยอะ การใช้เปียโน อะไรแบบนี้ ผมชอบกีตาร์นะครับ และชอบสิ่งที่น่าสนใจที่เราได้ทำกับกีตาร์ สรุปแล้วผมคงนิยามว่ามันเป็นสไตล์เพลงฟังสบายที่ค่อนไปทางป็อปล่ะ

eric-nam-any-other-way

ย้อนไปในปี 2020 คุณเคยให้สัมภาษณ์กับแอลว่าคุณอยากลองทำเพลงสไตล์อเมริกันคันทรี่ เพลง “Any Other Way” ใช่เพลงที่คุณหมายถึงรึเปล่า? 

Eric Nam: ชัดเจนว่าเพลง Any Other Way ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากดนตรีสไตล์คันทรี่ด้วยครับ แต่ผมคิดว่ามันยังไม่ใช่คันทรี่ครับ ผมคิดว่าถ้าจะทำเพลงคันทรี่ ผมจะทำเพลงแบบคันทรี่จัดเต็มเลย แต่ยังนะ ยังไม่ใช่ตอนนี้ (ยิ้ม) จะทำแนวคันทรี่บัลลาดซึ้งๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมจะโฟกัสกับซาวด์เพลงของผมก่อนครับ

มาพูดถึง “Lost On Me” ไตเติ้ลแทร็กของคุณกันหน่อย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเขียนเพลงนี้?

Eric Nam: ผมรู้สึกว่าเพลง Lost On Me เป็นเพลงที่เกี่ยวกับคนที่เข้ามาและออกจากชีวิตคุณ ผมรู้สึกว่าการเลิกราหรือความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะโรแมนติกหรือไม่นั้น เมื่อทุกอย่างจบลง เราก็มักจะพูดง่ายว่า เราไม่ชอบคนๆ นั้นเลย เราเกลียดคนๆ นั้น อยากจะลืมๆ มันไปซะ อะไรทำนองนั้น แต่ในขณะเดียวกันผมคิดว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะคนที่เคยอยู่ในชีวิตเรา มันสามารถเป็นทั้งเพื่อน ครอบครัว พ่อแม่ ใครก็ได้ 

lost-on-me-eric-nam

ดังนั้นแทนที่จะคิดว่า โอ้ว ผมเกลียดคนๆ นั้นจัง แต่คนๆ นั้นกลับเป็นคนที่สอนอะไรหลายๆ อย่าง และทิ้งความคิดอะไรหลายๆ อย่างไว้ให้ผมหรือทำให้ผมได้เรียนรู้ตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นความรักของคุณจะไม่ได้หายไปจากผม คำพูดของคุณไม่ได้หายไปจากผม ผมอยากจะคิดถึงการที่มันส่งผลดีบางอย่าง ซึ่งนั่นคือเรื่องราวและแรงบันดาลใจของเพลงนี้ครับ

พูดถึงการเขียนเพลงแล้ว มีโมเมนต์ไม่คาดคิดที่ช่วยให้คุณเกิดไอเดียในการเขียนเพลงบ้างไหม?

Eric Nam: ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละเพลงนะครับ มีวันที่เราเข้าไปในสตูดิโอกัน แล้วผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร ณ ตอนนั้น ผมก็ถามว่าใครมีไอเดียอะไรไหม หรือบางครั้งผมก็ฝันถึงเมโลดี้แล้วพอตื่นมาก็รู้สึกว่าใช่เลย! เรียกว่าไอเดียมันเข้ามาในชีวิตผมได้ทุกวันเลย เราสามารถที่จะนั่งพูดคุยกันแล้วก็เกิดความคิดที่ว่า เราอาจจะเขียนเพลงเกี่ยวกับการพูดคุยกันก็ได้นะ มันไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งตายตัว

eric-nam-there-and-back-again

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนแต่ไม่ได้รวมไปในอัลบั้ม.. มันมีเพลงหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “Hypochondriac” Hypochondriac มันเป็นอาการของโรคที่คุณคิดว่าคุณป่วยตลอดเวลา แล้วคุณก็รู้สึกสติแตกกับเรื่องเล็กๆ (หัวเราะ) เราเขียนเพลงเกี่ยวกับมัน แต่เราก็ไม่ได้รวมมันไปในอัลบั้ม ซึ่งนั่นแหละ ตอนที่ผมกำลังคุยเรื่องอาการป่วยที่ว่านี้อย่างจริงจัง จู่ๆ มันก็เกิดไอเดียว่า นี่มันน่าจะเป็นเพลงได้นะ ประมาณนั้นครับ

ซิงเกิ้ลไหนที่คุณคิดว่าร้องยากที่สุด?

Eric Nam: ผมคิดว่าซิงเกิ้ลที่ร้องยากที่สุดน่าจะเป็น Any Other Way นะครับ เพราะท่อนเสียงสูง (Falsetto) Because I.. ถ้าผมคุมลมหายใจได้ไม่ดีหรือมีสุขภาพไม่ดี มันจะฟังดูแย่มาก อาจฟังดูเหมือนเสียงแมวกรี๊ด ผมเลยต้องเตรียมตัวพอสมควรสำหรับเพลงนี้ อีกเพลงจากในอัลบั้มที่ผมคิดว่ายากคือ Wildfire มันเป็นเพลงที่ร้องยากมากๆ แต่ทั้งสองเพลงนั้นร้องสนุกจริงๆ ครับ 

มาพูดคุยถึงมิวสิกวิดีโอกันดีกว่า เห็นคุณเต้นในมิวสิกวิดีโอเพลง Lost On Me อย่างอิสระไปตามแนวชายหาด คุณเป็นคนออกแบบท่าเต้นด้วยตัวเองรึเปล่า?

Eric Nam: ใช่ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าเต้นได้ไหม ผมคิดว่ามันแค่เป็นการเคลื่อนไหวนะ ผมคิดว่าผมต้องทำอะไรบางอย่างแทนที่จะยืนอยู่เฉยๆ ผมเลยเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ แล้วมันก็สนุก เป็นธรรมชาติ และมีความฟังค์กี้สำหรับผม ผมคิดว่าไม่มีเพลงไหนในอัลบั้มที่ต้องใช้ไลน์เต้นแบบ K-Pop นะ ผมคิดว่ามันไม่เหมาะ ดังนั้นแทนที่จะมีท่าบังคับ ผมจะปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ร่างกายของเราเคลื่อนไหวมากกว่า 

lost-on-me-eric-nam

เวลาที่ผมคิดถึงดนตรีและเพลงของผม สำหรับผมมันเป็นอะไรที่สำคัญมาก ไม่ว่าใครที่ได้ฟัง การฟังเพลงมันไม่มีผิดหรอกนะ จะร้องตามแบบไหนก็ไม่มีผิด จะตีความแบบไหนก็ไม่มีผิด ไม่ว่ามันจะหมายความอย่างไรกับคุณ และไม่ว่าคุณอยากจะเข้าใจมันแบบไหน นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้ผู้ฟังและแฟนเพลงของผมทำ มันเป็นสิ่งที่ผมทำเช่นกัน 

lost-on-me-eric-nam

Eric Nam – Lost On Me (Official Music Video)

ส่วนใหญ่คุณมักจะเล่นมิวสิกวิดีโอเองคนเดียว คุณเคยคิดจะมีคนอื่นมาร่วมเล่นด้วยไหม?

Eric Nam: คิดนะครับ ผมเคยเล่นมิวสิกวิดีโอกับคนอื่นด้วย น่าจะราวๆ 2-3 เพลงนะ แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการร่วมงานกับคนอื่นคือเรื่องของเวลา เอาจริงๆ มันคือเวลากับงบประมาณ (ยิ้ม) ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะบอกกันว่า โอเคเราต้องประหยัดเงิน ประหยัดงบนะ เราต้องร่นระยะเวลาการถ่ายทำ เราต้องลดค่าตัวโมเดล นั่นเป็นสิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึง บางครั้งเราก็มีไอเดียเจ๋งๆ เราอยากจะทำนู่นทำนี่ แต่แล้วก็ต้องพับเก็บไอเดียเพราะค่าใช้จ่ายมันสูงเกินไป

any-other-way-eric-nam

อย่างอัลบั้มนี้เราถ่ายมิวสิกวิดีโอ 3 ตัว Visualizer 7 คน ภาพถ่ายทั้งหมด รวมถึงมิวสิกวิดีโอเวอร์ชั่น Acoustic live 3 ตัว ในระยะเวลา 3-4 วัน และมันก็มีรายละเอียดเยอะมากจริงๆ จนผมแบบว่า ผมต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นไปยืนหน้ากล้อง โยกตัวไปตามเพลง และหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดีโดยที่ผู้ชมจะรู้สึกดีไปกับมันด้วย แต่ผมอยากจะอยู่ในจุดที่งบประมาณไม่ใช่ปัญหานะ ในจุดที่เรามีเวลามากกว่านี้ และเราสามารถที่จะพูดได้ว่า เรามาทำอะไรเจ๋งๆ อย่างหนัง ทำอะไรกับโมเดล หรืออะไรสักอย่างกันเถอะ แต่ก็นั่นแหละ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเองเนอะ 

เห็นคุณให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศก่อนหน้านี้ว่าคุณชอบกาแฟมากๆ คุณจะพกกาแฟไปทัวร์คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยไหม?

Eric Nam: โอ้วใช่ โอเค สิ่งที่ผมชอบทำทุกครั้งที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตคือผมจะไปตามหาร้านกาแฟดีๆ เจ๋งๆ ฮิปๆ ในเมือง อู้ว! ผมน่าจะทำเป็นซีรี่ส์ได้เลยนะ มันน่าจะเป็น Eric Nam On Tour Doing Coffee นั่นแหละครับ ผมชอบกาแฟมาก ผมจะพกเครื่องทำเอสเพรสโซ่ติดตัวตลอดเวลาไปทัวร์ บางครั้งผมก็จะพกอุปกรณ์ Pour-over หรือดริปไปในวันที่ผมรู้สึกอยากดื่มกาแฟแบบมีรสนิยม ดูดีสุดๆ ดังนั้นใช่ครับ ผมมักจะพกกาแฟติดตัวไปด้วยตลอด

หลังทัวร์คอนเสิร์ตจบมีแผนจะทำอะไรบ้างไหม?

Eric Nam: ยังเลยครับ ตอนนี้ผมโฟกัสให้ผ่านพ้นช่วงเดือนเมษายนเพราะเป็นช่วงที่ใหญ่ที่สุดของทัวร์ ผมอธิษฐานและผมหวังว่าเราจะจัดคอนเสิร์ตในเอเชียช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ถ้าเป็นไปได้ แล้วเราไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเดือนกรกฎาคมครับ แต่อย่างที่เรารู้กันมันยากที่จะวางแผนไว้ล่วงหน้าจริงๆ ผมไม่รู้มันจะเป็นอย่างไร แต่นั่นคือสิ่งที่ผมหวังไว้ครับ นอกเหนือจากนั้นผมคิดว่าผมจะทำทีวีโชว์ครับ หวังว่ามันจะออกมาดี ถ้ามันเวิร์กหลังจากนั้นผมก็คงจะทำทีวีโชว์ต่อไปอีกหน่อยครับ 

ไม่มีแผนสำหรับการพักร้อนสัก 3 เดือนหน่อยเหรอ?

Eric Nam: จริงๆ แล้วผมอยากนะ ผม.. โอเค! ผมจะไปพักร้อน 3 เดือนถ้าการทำทีวีโชว์นั่นมันไม่เวิร์ก มันคงจะเป็นสัญญาณว่าผมต้องพักแล้วล่ะ ผมจะไปพักร้อน 3 เดือนโดยที่ไม่ทำอะไรเลย แต่การไม่ทำอะไรเลยก็น่าหมายถึงการเขียนเพลงอัลบั้มถัดไปแหละครับ 

any-other-way-eric-nam

First Thing on Eric Nam’s Mind 

หลังจากที่ล้วงลึกเรื่องอัลบั้มกับ Eric Nam กันไปแล้ว แอลเลยชวนเจ้าตัวมาเล่นเกมตอบคำถามติดสปีดกันหน่อย มาดูกันว่าสิ่งแรกที่เขาตอบคืออะไร

ขอ 3 คำให้ตัวเองในช่วงนี้

Eric Nam: ยุ่ง กังวลใจ และตื่นเต้นครับ

ถ้าคุณสามารถว้าบไปไหนก็ได้ อยากไปที่ไหน?

Eric Nam: ผมอยากไปเกาะที่ห่างไกลผู้คนบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศไทยครับ ผมไม่เคยไปเลย ผมอยากไปพักร้อน และผมได้ยินว่ามันดีมากเลยนะ

ปณิธานปีใหม่ที่สำคัญที่สุดของคุณคือ?

Eric Nam: คือการไม่มีปณิธานครับ (หัวเราะ)

ใครคือคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับคุณ?

Eric Nam: คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับผมคือ คุณพ่อของผมครับ

อาหารอย่างแรกที่อยากทานเมื่อได้มาประเทศไทยครั้งต่อไปคือ?

Eric Nam: ปูผัดผงกะหรี่ครับ หรือ.. มันใช่ต้มยำกุ้งไหมนะ? ผมชอบต้มยำกุ้งมากเลย มันอร่อยมากๆ

พูดคำศัพท์ภาษาไทย 3 คำที่คุณรู้

Eric Nam: โอ้วไม่นะ สวัสดีครั.. (หัวเราะ) ขอบคุณครับ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ข้าวซอย น่าอายจังเลยครับ (หัวเราะ)

คำชมที่ดีที่สุดตั้งแต่คุณเคยได้รับมาคือ?

Eric Nam: เป็นคำถามที่ดีเลยนะครับ ผมไม่รู้สิ ผมว่าล่าสุดคำชมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดที่ผมนึกได้น่าจะเป็นการที่ผู้คนชอบอัลบั้มของผมครับ และมันก็เป็นกำลังใจที่ดีมากเพราะผมเป็นกังวลกับการทำอัลบั้มนี้มาก บอกตรงๆ ว่ามันเหนื่อยมากในช่วงเวลาที่เราพยายามจะปล่อยอัลบั้ม เพราะผมทำโปรดักชั่นดนตรีทั้งหมดเสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม แต่มันใช้เวลาราวๆ 4-5 เดือนเลยกว่าที่อัลบั้มจะถูกปล่อยจริงๆ ผมรู้สึกแบบ ได้โปรดช่วยปล่อยมันออกไปสักทีเถอะ พออัลบั้มถูกปล่อยแล้วผู้คนต่างมีปฏิกิริยาในเชิงบวกกับมัน ผมคิดว่ามันเป็นคำชมที่ดีที่สุดเลยครับ

eric-nam-taba

สิ่งที่คุณชอบทำแต่รู้สึกผิดมากที่สุดคือ?

Eric Nam: สิ่งที่ผมชอบทำแต่รู้สึกผิดมากที่สุดเหรอ? น่าจะเป็นการทานไอศกรีมเยอะๆ แล้วดู Netflix หรือ HBO Max ยาวไปเลยนะครับ ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่ผมทำ แต่ผมก็แบบ.. ผมสมควรได้รับมันแล้ว ทานไอศกรีมให้หมดทั้งถ้วยไปเลย ไม่เป็นไรหรอกน่า

คุณชอบไอศกรีมรสไหน?

Eric Nam: อู้ว.. ผมชอบไอศกรีมเยอะมาก ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอะไรที่ใช่เสมอ แล้วผมก็ชอบคุกกี้แอนด์ครีมด้วย เป็นสองรสโปรดของผมเลยครับ

ศิลปินที่คุณอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดคือ?

Eric Nam: มีหลายคนมากเลยครับ แต่ผมคิดว่า Adele น่าจะเป็นคนที่อยู่ในลิสต์เสมอ Bruno Mars ด้วยครับ ผมไม่รู้เลย ใครก็ได้ ผมโอเคที่จะร่วมงานกับทุกคนเลยนะ ติดต่อผมมานะ (ยิ้ม)

eric-nam-idkya

Thai Namnation คือ?

Eric Nam: ที่สุด! ดีที่สุดเลยครับ! ผมรู้สึกว่า Thai Namnation น่ารักมาก คอยห่วงใย และเอาใจใส่ในหลายๆ ด้าน และผมรู้สึกแย่มาโดยตลอดเพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสได้เชื่อมต่อกับ Thai Namnation เท่าไหร่เลย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด ตอนที่ผมคิดว่าผมอยากจะไปประเทศไทยให้มากกว่านี้หน่อยเพื่อแฮงก์เอาต์กับแฟนไทยก็ดันเกิดโควิด โดยเฉพาะสองปีที่แล้วหลังจากทัวร์คอนเสิร์ต ผมหวังว่าผมจะกลับไปประเทศไทยอีกครั้งแต่ก็นั่นล่ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลก 

ผมอยากขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับการสนับสนุน ความรัก และผมได้เห็นทุกคนทางโซเชี่ยลมีเดีย ของขวัญจากพวกคุณทุกชิ้น ความคิดเห็นของพวกคุณ​ การอธิษฐานเผื่อผม ทุกๆ อย่างมันเป็นกำลังใจให้ผมมาก และผมสัมผัสได้ถึงความรักนั้น ขอบคุณมากครับ

Eric Nam There And Back Again World Tour 2022 

Eric Nam จะเริ่มต้นเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในวันที่ 24 มกราคมนี้ โดยมีทั้งแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนแฟนไทยที่เฝ้ารอการกลับมาของเขาอีกครั้งคงต้องมารอลุ้นกันว่าโลกจะพัดพาให้เขานำความสนุกครั้งใหม่นี้มายังเอเชียในปีนี้ได้หรือไม่ 

ฟังอัลบั้ม There And Back Again

Cover Photo Courtesy: EN Management

อ่านเพิ่มเติม: #ELLEexclusive Eric Nam เผย 7 สเต็ปบำรุงผิวใสแบบหมดเปลือก!

RELATED STORY

wednesday-jenna-ortega-1
เผยเบื้องหลังฉากเต้นสุดพิลึกของ Wednesday ที่ทำเอาแฟนๆ ตาค้างกันเป็นแถว
cover_1_15
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ดวงการงาน การเงิน และความสัมพันธ์ของคุณจะเป็นอย่างไรกันบ้าง?

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.