fbpx

I

Frontman

สำรวจเส้นทางเด็กดื้อและเด็กดีที่มาบรรจบกันกับ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ และ วิน-เมธวิน

นั่งจับเข่าคุยกับสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในเวลานี้

สำรวจเส้นทางเด็กดื้อและเด็กดีที่มาบรรจบกันกับ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ และ วิน-เมธวิน

นั่งจับเข่าคุยกับสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในเวลานี้
ถือเป็นปรากฏการณ์ซ้อนปรากฏการณ์ก็ว่าได้ เมื่อความสำเร็จของซีรีส์ เพราะเราคู่กัน เกิดขึ้นในระหว่างที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษอย่าง COVID-19 ทำให้ซีรีส์ที่ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ได้แจ้งเกิดในโลกโซเชียลอย่างงดงาม ด้วยยอดผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นทะลุหลักล้าน ทั้งคู่กลับใกล้ชิดแฟนคลับได้มากที่สุดแค่การ LIVE ผ่านหน้าจอ จากสถานการณ์ COVID-19
“ผมไม่ได้มองว่าตัวเองดังแล้วมีความสุข แต่ผมมองว่าการได้มอบความสุขให้คนอื่นเป็นความสุขของผมมากกว่า ผมรู้ว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ และมีผลต่อสังคมยังไง เลยทำให้ผมเห็นคุณค่าของอาชีพนี้จริงๆ” ชายหนุ่มที่กำลังหลงใหลเสน่ห์ของการเป็นนักแสดงอย่างวิน-เมธวิน เผยถึงความในใจของการลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัยบันเทิงไทยเป็นปีแรก โดยมีรุ่นพี่อย่างไบร์ท ที่เรียนนำหน้าไปแล้วหลายช่วงตัว เป็นพี่เลี้ยงนอกจอ ที่ก็ได้เรียนรู้บทเรียนใหม่ๆ มากมายไม่แพ้กัน

“ต้องยอมรับว่าในช่วงปีแรกๆ ที่ผมเริ่มทำงานก็ทำไปแบบไม่ได้ตั้งใจเท่าไร แต่พอหลายๆ งานเข้า เริ่มมีฟีดแบ็กเข้ามา และตัวเราเองก็เติบโตขึ้น จึงได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรต้องทำเต็มที่ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง จะได้ไม่ต้องมีข้ออ้างกับตัวเองว่าทำไมวันนั้นฉันไม่ตั้งใจ ทำไมคืนนั้นฉันไม่เข้านอนให้เร็วจะได้สดชื่น”

“ผมผ่านการมีข้ออ้างให้ตัวเองมาแล้วมากมาย เพราะตอนนั้นยังเด็ก แต่ในตอนนี้ ผมพยายามเข้าใจในตัวสินค้าให้มากขึ้น แล้วตั้งใจขายอย่างดี เพราะพอเราทำงานมานาน บวกกับความที่เราโตขึ้น เราก็รู้แล้วว่าต้องจริงจังกับงานนี้ที่กลายเป็นอาชีพของเราไปแล้ว และก็เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะและต้องตั้งใจมากเหมือนกัน” ไบร์ทแชร์ประสบการณ์ที่จะเรียกว่าคร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนานก็ไม่ผิดจากความจริงแต่อย่างใด เพราะเขาผ่านมาแล้วทั้งงานแสดง พิธีกร และล่าสุดกับการร้องเพลง หนึ่งในความฝันที่กอดกุมมาเนิ่นนาน เพียงแต่งานไหนก็ไม่เปรี้ยงปังเท่าการแจ้งเกิดอย่างสวยงามในปีนี้จริงๆ
เมื่อ “เด็กดื้อ” อย่างไบร์ทเริ่มตบๆ เส้นทางของตัวเองจนเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว “เด็กดี” อย่างวินเองในฐานะที่เพิ่งเริ่มออกทริปเป็นครั้งแรก จึงต้องทั้งตั้งตัวและตั้งสติให้ทัน เพราะด้วยความที่ชื่อเสียงจู่โจมเข้ามาในอัตราไวเกินจะตั้งรับ ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิตดี แต่ที่แน่ๆ คือ เขาเลือกที่จะเป็นคนเบื้องหน้า ไปพร้อมๆ กับเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่ไปด้วย
“ตอนนี้ผมทำงานทุกวันจนไม่รู้วันรู้เดือนไปแล้ว ทำให้เป้าหมายของปีนี้ยังไม่ชัดเจนเท่าไร แค่อยากทำงานตรงนี้ให้ดีในแต่ละวันมากกว่า แค่มีงานทำทุกวัน และทำให้ดีในทุกๆ วันก็พอแล้ว” ส่วนถ้าให้มองเป้าหมายระยะยาว ชายหนุ่มที่เติบโตมาแบบไข่ในหิน ผู้ยอมเบนเข็มไม่เลือกเรียนด้านสถาปัตย์ตามที่ใจอยาก แล้วฝืนเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์จนได้ใบปริญญาตามที่พ่อแม่หวังไว้ เพื่อสานต่อธุรกิจของทางบ้าน ทั้งยังคงเอ็นจอยกับทุกโมงยามที่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวในนาทีที่ว่างจากการงาน ย่อมมองเห็นตัวเองเป็นแฟมิลี่แมนอย่างไม่เหนือการคาดเดา

“ผมได้รับการปลูกฝังให้ใกล้ชิดครอบครัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ยิ่งครอบครัวผมเป็นคนจีน และผมอยู่ในฐานะลูกชายคนโต ก็เลยเหมือนเป็นไมน์เซตมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าเราต้องเป็นหลักให้ครอบครัว ตัวผมเองก็มีเป้าหมายเหมือนกันว่าถ้าผมสามารถหาเงินได้ในระดับที่สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้ ผมก็อยากให้พ่อแม่พัก และผมก็คงทำงานในวงการควบคู่ไปกับธุรกิจของที่บ้านในที่สุด”

ติดตามบทสัมภาษณ์แบบเต็มได้บนนิตยสาร ELLEMEN ฉบับ FALL/WINTER 2020 ทุกแผงทั่วประเทศ

RELATED STORY

ปารีสสะเทือน! เมื่อแขกคนสำคัญ ตบเท้าร่วมนั่งฟร้อนต์โรวในโชว์ CELINE คอลเล็กชั่น SUMMER 2023
แฟนคลับนับพัน ต่างพร้อมใจส่งเสียงและยืนรอพบศิลปินที่พวกเขารัก!
‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ และเหล่าคนดังในงานเลี้ยงอาหารค่ำ หลังจบโชว์ Prada SS23
นับว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มหล่อ ที่ได้ไปกระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลก!
ส่องโปรไฟล์ ‘อีตั้น ศักดิเดช’ นายแบบหน้าคม ลูกชายสุดหวงของ หมิว ลลิตา ที่ได้เดินโชว์ Louis Vuitton
ทั้งหน้าตาและความสามารถครบเครื่องแบบนี้ รับรองว่าอนาคตไกลแน่นอน

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.