Type To Search
X
FOLLOW
16 Jul 2018
จากลายพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ที่ดูแสนธรรมดา ถูกเปลี่ยนเป็นงานศิลป์ที่มีมูลค่าและอารมณ์ขัน
ของใหม่ในอดีต ถ้าหากมาในเวลาที่เหมาะสม ก็คือของใหม่ในปัจจุบัน
Benjamin Pete Wong

เริ่มต้นฤดูร้อนปีนี้ด้วยอารมณ์ขันจากแคมเปญล่าสุดของห้องเสื้อ Balenciaga ที่มาพร้อมภาพล้อเลียนเสียดสีสาวสังคมเงินหนา ผู้ทำตัวราวกับว่าไม่อยากเป็นที่ถูกจับตาไม่อยากให้ปาปารัซซี่สนใจ แต่ประโคมไอเท็มแฟชั่นชิ้นล่าสุดส่งตรงจากรันเวย์ก่อนจะกลายเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างเมื่อภาพเหล่านี้ถูกนำไปแชร์ในโลกโซเชียลทุกช่องทางทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม โดยหนึ่งในลุคเด่นที่ถูกพูดถึงตั้งแต่โชว์จบเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาคือเสื้อเชิ้ต และคาร์ดิแกนพิมพ์ลายหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ซึ่งถือเป็นลายเด่นประจำฤดูกาลที่เรายังได้เห็นบนชิ้นงานในคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของ Alexander Wang กระเป๋าโท้ตใบใหม่ของ Helmut Lang โค้ตพีวีซีของ Balmain กางเกงของ Gypsy Sport และชุดเดรสของ Assembly ทั้งหมดนี้ทำให้ดูเหมือนว่าลายหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ได้กลับมาในโลกแฟชั่นเพื่อสร้างความสนุกอีกครั้ง

Alexander Wang x Page Six, Helmut Lang, Balmain

Assembly, Balenciaga, Gypsy Sport

จากคำกล่าวที่ว่า ‘แฟชั่นหมุนเวียนเป็นวัฏจักร’ นั่นคือการเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจนเมื่อกล่าวถึงรูปแบบการแต่งกายซึ่งมีรูปแบบสอดคล้องหรืออ้างอิงมาจากแฟชั่นในทศวรรษก่อนหน้า การที่หลายแบรนด์ดังนำหน้าข่าวหนังสือพิมพ์มาเป็นลวดลายอย่างที่เห็นนอกจากไม่ใช่สิ่งใหม่ในแง่ของงานดีไซน์แล้ว แฟชั่นแบบสลับขั้ว ความงามที่แตกต่าง และเรื่องของชนชั้นที่คนแฟชั่นนิยามโดยรวมว่า ‘Anti-Fashion’ คือแนวคิดที่มักเกิดขึ้นกับผลงานของนักออกแบบที่พร้อมจะแหกกฎเกณฑ์ของสังคมและทลายเส้นบรรทัดฐานในเรื่องความงาม และความเท่าเทียมของชนชั้น ไม่ต่างจากการที่แฟชั่นดีไซเนอร์อย่าง Yves Saint Laurent นำเสนอชุดทักซีโด้สำหรับสุภาพสตรี การที่ Jean Paul Gaultier นำเอายีนส์อันเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นแรงงานมาใช้สำหรับไลน์เสื้อผ้าชั้นสูง หรือแม้แต่การที่ Franco Moschino นำโอต กูตูร์ระดับมาสเตอร์พีซในตำนานมานำเสนอเชิงล้อเลียนเสียดสี ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากความรู้สึกเบื่อหน่ายบรรทัดฐานทางสังคมที่เป็นอยู่จึงเกิดการทลายกรอบ เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของลวดลายหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ที่เห็นในฤดูกาลล่าสุด

The Press Dress ค.ศ. 1866

ชุดลวดลายหนังสือพิมพ์นอกจากทำให้รู้สึกขบขันเพราะเป็นภาพจำที่ทำให้นึกถึงคอสตูมประดิษฐ์สำหรับการประกวดงานรีไซเคิล แต่กลับนำมาใช้กับแบรนด์ระดับไฮเอนด์แล้ว ยังใช้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาสร้างอารมณ์ขัน และทำให้กลายเป็นจุดสนใจได้ในตัวหนึ่งในหลักฐานที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดคือ ชุดสำหรับงานปาร์ตี้แฟนตาซีที่ชื่อว่า ‘The Press Dress’ ในศตวรรษที่ 19 ชุดกระโปรงสุ่มของ Mrs. Matilda Butters สาวสังคมชาวออสเตรเลียที่สวมใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซีของนายกเทศมนตรีประจำเมือง ทำให้มาทิลด้าถูกพูดถึง และกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพียงชั่วข้ามคืน เพราะในขณะที่สาวสังคมรายอื่นเลือกชุดกระโปรงผ้าไหมเนื้อดีปักลายพร้อมตกแต่งอัญมณีสุดวิจิตร แต่มาทิลด้ากลับนำเสนอความแตกต่างด้วยชุดผ้าซาตินพิมพ์ลายจากแท่นพิมพ์หนังสือพิมพ์ 13 ฉบับพร้อมชื่อหนังสือพิมพ์ในรัฐวิกตอเรีย มีเพียงการถักทอแถบเส้นสีทองเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ถึงแม้ว่าวัสดุ และการตัดเย็บชุดนี้จะดีเลิศไม่ต่างจากสาวสังคมรายอื่นในงาน แต่การห่อหุ้มร่างกายด้วย(ลวดลาย) หนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นภาพจำให้นึกถึงคนไร้บ้านผู้ที่มักจะนำหนังสือพิมพ์มาห่อหุ้มร่างกายเพื่อคลายความหนาวมางานสังคมเช่นนี้ นับเป็นเรื่องท้าทายค่านิยมในยุคนั้น และต้องพร้อมยอมรับคำวิจารณ์ที่ตามมาทั้งในแง่บวกและลบ

Dior Haute Couture Spring 2000 / Dior Fall/Winter 2000

แนวคิดที่ดึงสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนนมาใช้ในโลกแฟชั่นของสาวสังคมชั้นสูง และได้รับเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้างยังปรากฏให้เห็นในต้นศตวรรษที่ 21 เมื่อผลงานของ John Galliano สำหรับห้องเสื้อ Dior ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในเดือนมกราคมปี ค.ศ. 2000 กัลลิอาโนนำเสนอลายพิมพ์หนังสือพิมพ์สำหรับคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือพิมพ์ที่คนเร่ร่อนในกรุงปารีสใช้ห่อตัวเพื่อคลายหนาว แนวคิดนี้คือแนวคิดเดียวกับชุดปาร์ตี้ในศตวรรษที่ 19 ของมาทิลด้า ปรากฏว่าช่วงเวลานั้นสาวสังคม และลูกค้าเก่าของ Dior รับไม่ได้ที่กัลลิอาโนพยายามดึงเอาเรื่องราวและวิถีชีวิตของชนชั้นล่าง โดยเฉพาะกับคนเร่ร่อนมาเกลือกกลั้วกับศิลปะชั้นสูงอย่าง โอต กูตูร์ อันถือเป็นความภูมิใจของประเทศฝรั่งเศสแต่ความภูมิใจที่ว่านี้มีผู้หญิงซึ่งเป็นลูกค้าของแบรนด์ ไม่ถึง 25% เท่านั้นที่ได้สัมผัส ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 84 ล้านคนต่อปีที่เห็นคนเร่ร่อนข้างทางในกรุงปารีส นับเป็นการสะท้อนเรื่องราวผ่านชิ้นงานบนรันเวย์ที่ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ความเก๋ไก๋ของสไตลิ่ง แต่ยังสื่อให้เห็นว่าความจริงแล้วโลกไม่ได้สวยหรูอย่างที่แฟชั่นชั้นสูงหรือโอต กูตูร์ สร้างภาพจำเอาไว้เมื่อนึกถึงกรุงปารีส

ผ้าลายพิมพ์ของ Elsa Schiaparelli ค.ศ. 1935

แต่ถัดมาอีกแค่ 2 เดือนในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน กัลลิอาโนนำเสนอลายหนังสือพิมพ์บนชิ้นงานสำหรับห้องเสื้อ Dior อีกครั้ง โดยลายพิมพ์หน้าข่าวหนังสือพิมพ์ในคอลเล็กชั่น เสื้อสำเร็จรูปฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2000 อันเกิดจากความชื่นชมและความเคารพในตัวเมอซิเออร์ ดิออร์ ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อ และภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเองในฤดูกาลก่อนหน้า จึงรวบรวมเรื่องราวที่ผ่านมาบนหน้าหนังสือพิมพ์ นำมาทำเป็นลายพิมพ์บนเนื้อผ้า เช่นเดียวกับผลงานของกูตูริเยร์ในตำนาน Elsa Schiaparelli ในปี ค.ศ. 1935 ห้องเสื้อ Schiaparelli นำภาพข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มาทำเป็นลายพิมพ์เพื่อฉลองให้กับความสำเร็จของห้องเสื้อ เหมือนแนวคิดที่ว่า ‘การเป็นที่ยอมรับโดยให้คนอื่นชื่นชมดีกว่าการชมตัวเองแล้วหลงคิดไปว่าเก่งกว่าใครๆ’ ซึ่งชุดพิมพ์ลายของ Schiaparelli ไม่ได้มีเพียงภาพข่าวงานวิจารณ์ในเชิงบวกเพียงเท่านั้น แต่ยังมีภาพข่าวที่เป็นการวิจารณ์ในเชิงลบด้วย แสดงให้เห็นมุมมองที่แตกต่างและความหลากหลายในเรื่องรสนิยมการเสพแฟชั่นที่ไม่มีผิดหรือถูก และโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ

ผลงานของกัลลิอาโน ยังแสดงให้เห็นว่าสอดคล้องกับแนวคิดของลัทธิ Dadaism ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 คือการเย้ยหยันความงามที่สมบูรณ์แบบ ถากถางผู้วางกรอบทางสังคมระบบทุนนิยมที่สร้างความแตกแยกของขนบธรรมเนียมประเพณี ความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งนำไปสู่การเกลียดชัง ความเพ้อฝันและมโนถึงโลกที่สวยงาม โดยนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ในเชิงเสียดสีให้ดูไร้สาระ ขบขัน ดังเช่นผลงานทั้งสำหรับคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์และเรดี้ทูแวร์ ที่มีลายพิมพ์หนังสือพิมพ์เช่นเดียวกัน แต่ต่างกัน ในส่วนของแรงบันดาลใจที่นำมาใช้ ในขณะที่ไลน์ชั้นสูงโดนวิจารณ์ในเชิงลบ แต่สาวเงินหนาและลูกค้าหน้าเก่าต่างชื่นชม และยกให้ผลงานคอลเล็กชั่นเสื้อสำเร็จรูปของ Dior คอลเล็กชั่นนี้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล เพียงแค่แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของชนชั้นที่ต่างกันนั่นก็มากพอที่จะทำให้ทัศนคติ และความรู้สึกของผู้เสพแฟชั่นเปลี่ยนไป

Balenciaga Spring/Summer 2018

หนังสือพิมพ์แสนธรรมดาราคาไม่กี่บาทและหาได้ทั่วไปเมื่อถูกนำเสนอให้กลายเป็นลายพิมพ์บนชิ้นงานจนมีมูลค่าไม่ต่างอะไรจากผ้าแจ็กการ์ดทอลาย ผ้าลูกไม้ และผ้าชีฟองได้เช่นนี้ เปรียบดั่งงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซโดยขึ้นอยู่กับมุมมองจึงอย่าแปลกใจหากลวดลายหนังสือพิมพ์จะถูกหยิบยกมาใช้เล่นสนุกให้เห็นเป็นวัฏจักร เพราะมีนักออกแบบสายเลือดใหม่ที่ศรัทธาในแนวคิดการนำเสนอแฟชั่นแบบสลับขั้ว และแหกกฎเกณฑ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกวันดังเช่นที่ Demna Gvasalia แห่งห้องเสื้อ Balenciaga แสดงให้เห็นแล้วว่า สำหรับคนเสพแฟชั่นยุคใหม่ก็เพียงแค่เปิดใจ ไม่ยึดติดในความงามที่กรอบของสังคมวางไว้ และสนุกไปกับโลกของแฟชั่นที่คอยสร้างสีสันและเพิ่มความสุนทรีย์ให้ชีวิตของคุณ 

เขียน: ฆนากร เพชรตระกูล
บทความจากคอลัมน์อินไซด์ แฟชั่น นิตยสารแอล ฉบับเดือนเมษายน พ.ศ. 2561

 

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/07/Newpaper_Front-fb.jpg