I

Lifestyle

อย่าจุ้นจ้านเรื่องงานคนอื่น! ปารีสไม่มีแอร์? สาวหน้าห้องน้ำ … ไขหลายข้อสงสัยจาก Emily in Paris ซีซั่น 2

ไขความกระจ่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวเมืองน้ำหอมที่หลายคนดูแล้วอาจจะสงสัย
Share on facebook
Share on twitter
อย่าจุ้นจ้านเรื่องงานคนอื่น! ปารีสไม่มีแอร์? สาวหน้าห้องน้ำ … ไขหลายข้อสงสัยจาก Emily in Paris ซีซั่น 2
Fashion Features Editor

Lifestyle

Share on facebook
Share on twitter

อย่าจุ้นจ้านเรื่องงานคนอื่น! ปารีสไม่มีแอร์? สาวหน้าห้องน้ำ … ไขหลายข้อสงสัยจาก Emily in Paris ซีซั่น 2

ไขความกระจ่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวเมืองน้ำหอมที่หลายคนดูแล้วอาจจะสงสัย
อย่าจุ้นจ้านเรื่องงานคนอื่น! ปารีสไม่มีแอร์? สาวหน้าห้องน้ำ … ไขหลายข้อสงสัยจาก Emily in Paris ซีซั่น 2
Fashion Features Editor

ซีซั่นต่อของซีรี่ส์เรื่องดัง Emily in Paris ฉายบน Netflix ให้แฟน ๆ ได้ชมไปแล้ว 2 สัปดาห์ และเราเชื่อว่าคุณผู้อ่านจำนวนมากคงได้ดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องเข้มขันและบรรยากาศอันงดงามของเมืองที่ได้ฉายา ‘นครแห่งแสงไฟ’ และเป็นเมืองหลวงแห่งโลกแฟชั่นกันไปบ้างแล้ว วันนี้ ELLE จึงชวน Rasita Nawan Crouzatier นักแปลของเรามาไขกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องราวชวนสงสัยต่างๆในซีรี่ส์ เธอผู้ใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศส และสัมผัสกับวัฒนธรรมของประเทศนี้มาร่วม 20 ปีนับตั้งแต่เป็นสาวอักษรฯ มาศึกษาต่อในฝรั่งเศส ทำงาน และลงเอยด้วยการพบคู่ครองชาวฝรั่งเศสไม่ต่างจาก Emily จะมาเฉลยให้ฟังว่า ‘ความแปลก’ ของชาวฝรั่งเศสในมุมมองของคนต่างชาตินั้นแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชม เราขอเตือนไว้ก่อนว่าบทความนี้มีการ ‘สปอย‘ เนื้อหาบางส่วน ดังนั้นหากไม่อยากให้เสียอรรถรส แนะนำให้ข้ามไปชมซีรี่ส์แล้วกลับมาเติมเต็มด้วยเกร็ดความรู้อีกที

La dame pipi

Ashley Park รับบท Mindy Chen
© Netflix

La dame pipi แปลตรง ๆ ‘คุณผู้หญิงชิ้งฉ่อง’ คือพนักงานที่เฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ มีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เติมกระดาษ ทำความสะอาดแบบเรียลไทม์ ทำให้ห้องน้ำดูน่าใช้อยู่เสมอ ไม่ค่อยมีกฏเกณฑ์ตายตัวสำหรับเรื่องค่าบริการ บางที่ก็ติดป้ายบอกราคา บางที่ก็ไม่บอก เราจึงสามารถจ่ายเท่าที่เราพอใจ หากประทับใจก็ให้สัก 1 – 2 ยูโร จะมากกว่านั้นก็แล้วแต่อัธยาศัย แต่ถ้ารู้สึกไม่โอเคให้สัก 50 centimes ก็หรูแล้ว เรามักเจอกับ ‘ดามปิ๊ปี๊’ ได้ตามร้านอาหารใหญ่ ห้างดัง ผับดี ๆ เป็นต้น ส่วนตามสถานีรถไฟจะเป็นดามปิ๊ปี๊แบบมีประตูเปิดปิดอัตโนมัติให้เราหยอดเหรียญได้เลย หรือถ้าไม่มีเหรียญพวกเธอก็มีให้แลกนะ!

ไม่จุ้นจ้านเรื่องงานคนอื่น

Samuel Arnold รับบท Julien และ Emily
© Netflix

ทำไม Julien ถึงโกรธมากตอนที่ Emily ช่วยทำงานเรื่องกระเป๋าเดินทาง!?! คนไทยส่วนใหญ่อาจจะงงว่า “ทำไมล่ะก็ช่วยเพื่อนร่วมงานทำไมถึงโกรธ … ดีซะอีก งานจะได้เดิน?” แม้แต่เอมิลีเองก็ยังงง เพราะเธอหวังดีกับเพื่อนจริง ๆ เท่าที่ส่วนตัวได้สัมผัสมาเป็นเพราะคนฝรั่งเศสไม่ค่อยชอบเรื่อง ‘การข้ามหน้าข้ามตา’ การออกหน้าเกินหน้าที่ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างหนึ่ง เพราะถึงเราไม่ได้คิดแต่คนนอกอาจจะมองว่า นี่คือการไม่ไว้ใจว่าอีกฝ่ายจะทำได้สำเร็จจึงต้องให้คนอื่นทำแทน … คนฝรั่งเศสจะไม่ค่อย ‘ทำแทนคนอื่น’ เช่น ถามแทน ตอบคำถามแทน เพราะ ‘คุณมีปากก็ต้องพูดเอง’ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือไม่ค่อยมีคนมายุ่งวุ่นวายเรื่องของเรา

Saint-Tropez สวรรค์ของชาวฝรั่งเศส

Emily, Mindy และ Camille เดินทางท่องเที่ยวใน Saint-Tropez
© Netflix

แซงท์ทรอเปเปรียบได้กับสวรรค์ของชาวฝรั่งเศส เป็นเมืองทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีแดดออกเกือบ 360 วันต่อปี! (หัวเราะ) เวลาดูพยากรณ์ฯ แล้วมีเมฆฝนปกคลุมทั้งประเทศ แต่จะมีจุด ๆ หนึ่งที่แดดออกอยู่เสมอนั่นคือแซงท์ทรอเปนี่ละ เป็นเมืองพักร้อนในอุดมคติ หาดสวย น้ำใส แดดดี และที่สำคัญคือตัวแทนแห่งความหรูหรา อิสระ และไร้กฎเกณฑ์ อารมณ์แบบใส่เครื่องเพชร Chopard เดินเปลือยเท้าริมชายหาด สาว ๆ ที่นี่มีสไตล์การแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ต่างจากสาวปารีเซียง ชื่อหนึ่งที่ดิฉันมักจะนึกถึงเมื่อพูดถึงแซงท์ทรอเปคือ Brigitte Bardot นักร้องและนักแสดงชาวฝรั่งเศสคนดัง

ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

Lucas Bravo รับบท Gabriel
© Netflix

ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ … เชฟหนุ่ม Gabriel ไม่ยอมยืมเงินพ่อแม่ของ Camille จนถึงขั้นเป็นเหตุผลหนึ่งให้ทั้งคู่แยกทางกัน อันนี้จะว่าแปลกก็คงไม่เสียทีเดียวเพราะในหลาย ๆ ประเทศก็เป็น ตามวัฒนธรรมของฝรั่งเศสแล้วคนที่นี่ไม่ค่อยพึ่งพาพ่อแม่กันเท่าไรนัก เพราะจะรู้สึกว่ามันคือ ‘ความล้มเหลวอย่างหนึ่ง’ ไม่ก็กลัวโดนเพื่อนล้อ ยิ่งกับพ่อแม่แฟนด้วยแล้วยิ่งต้องคิดหนัก ดิฉันคิดว่าเชฟคงกลัวว่าคนนอกจะมองว่าเกาะผู้หญิงกิน ในซีซั่นแรกจึงเลือกจะไปเซ้งร้านที่บ้านเกิดซึ่งราคาจับต้องได้แทน

ไม่มีใครพูดเรื่องงานในวันหยุดกันหรอก

Emily, Camille และ Sylvie ขณะรับประทานอาหาร ณ พิรามิดหน้าลานพิพิธภัณฑสถาน Louvre
© Netflix

ประเด็นนี้เอมิลีทำบ่อยมาก โดนตั้งแต่ซีซั่นแรกก็ยังไม่จำ เอะอะก็ทำงาน ๆ … จากประสบการณ์บอกได้เลยว่าคนฝรั่งเศสค่อนข้างถือเรื่องนี้เอามาก ๆ จะไม่นำเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกัน อย่างเมื่อก่อน วันหยุดของสามีดิฉันเขาจะไม่แตะโทรศัพท์ที่ทำงานเลย แต่มาเป็นช่วงหลัง ๆ ตอนที่เลื่อนตำแหน่งเลยจำเป็นต้องมีบ้าง แต่ก็น้อยมาก ๆ เวลาอยู่ในงานเลี้ยงแขกก็มักจะชวนคุยเรื่องอื่น ๆ อย่างไปเที่ยวไหนมา ชอบอะไร บลา บลา … ถ้าคุยปุ๊บแล้วรู้ว่าจะมีเรื่องงานให้ทำ เขาจะนัดทานข้าวกันนอกรอบเพื่อชวนคุยเรื่องงานโดยเฉพาะ ขนาดเพื่อนที่ทำงานมาทานข้าวที่บ้านก็ไม่เคยคุยเรื่องงานกันเลย เว้นแต่จะนินทาที่ทำงานเป็นบางครั้งคราว (ฮ่าๆ) ไม่ก็จะปลีกไปคุยกันส่วนตัว แต่จะไม่เอาคนอื่นมานั่งฟังให้ปวดหัว

ที่พักในปารีสไม่มีแอร์

Lily Collins รับบท Emily Cooper
© Netflix

เพราะถ้าจะติดแอร์ก็ต้องติดตั้งคอมเพรสเซอร์ การวางระบบ การติดต่อดำเนินเรื่องเป็นอะไรที่วุ่นวายมาก และทุกอย่างต้องมีการขออนุญาต แต่แล้วจะไปขอใครล่ะ!?! เริ่มแรกก็ต้องขอกลุ่มลูกบ้านในตึกก่อน จะเปลี่ยนโครงสร้างอะไรก็ต้องได้รับการโหวตจากเพื่อนบ้าน (ทั้งที่เป็นเงินเรา ฮ่า ๆ) แล้วถ้าเกี่ยวกับภายนอกตึกก็ต้องไปขอโน่นเลย … เทศบาล! เช่น หากอยากจะเปลี่ยนหน้าต่างเพราะมันดูเก่า ไม่ใช่มีเงินก็ไปเปลี่ยนได้เลย ต้องให้เพื่อนบ้านโหวตก่อน แล้วต้องเอาแบบที่เหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่เจออันถูกใจกำลังลดราคาอยู่แล้วไปฟาดมาเลย เพราะถ้ามันไม่เหมือนกับของชาวบ้านเค้าก็พาลต้องพากันปลี่ยนทั้งตึก คราวนี้ล่ะ! เรื่องถึงเทศบาลเลย ต้องให้ตกลงว่าโอเคไหม? แบบได้ไหม? สีได้ไหม? เพราะต้องเข้ากับตึกข้าง ๆ อีก! ถ้าเป็นตึกสวย ๆ ด้วยยิ่งแล้วใหญ่  อย่างบางตึกสวยที่เก่ามาก มีประวัติดีงามจนถูกขึ้นทะเบียนเป็นเหมือนสมบัติชาติ จะขยับตัวทำอะไรทีแทบจะต้องขอร้องทุกคนบนโลกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่จะทาสีอย่างเดียวก็เล่นเอาเพลียใจ

แล้วหากวันดีคืนดีรู้สึกว่าตึกมันดูหมองไร้ราศี ทางราชการจะขอกึ่งบังคับให้รีโนเวท (จริง ๆ มีกฏหมายต้องทำความสะอาดนอกอาคารทุก ๆ กี่ปีอยู่แล้ว โดยทุกคนต้องลงขันกัน) ที่ร่ายยาวมานี้จะให้นึกภาพดูว่าหากเอาคอมเพรสเซอร์แอร์ มาวางโบ๊ะ! คงต้องมีชาวปารีเซียงอกแตกตายแน่ ๆ (ฮ่า ๆ) ข้อดีของความยุ่งยากนี้ก็คือตึกรามบ้านช่องจะสวยคุมโทนไปทั้งเมือง และไม่ใช่แค่ปารีสนะ แต่เป็นแบบนี้ทั้งประเทศ อีกอย่างมีคนฝรั่งเศสจำนวนมากที่ไม่ชอบอยู่ในห้องแอร์ เพราะมันทำให้เจ็บคอและไม่สบายเอาได้ง่าย ๆ หน้าร้อนทีก็เปิดพัดลมเอา หรือไม่ก็ออกไปนอนตากลมตามสวนสาธารณะอย่างในซีรี่ส์ ถ้าคุณคิดว่า “อ้าว! แล้วปารีสมันจะอยู่กับตึกเก่า ๆ ราวกับโบราณสถานกันแบบนี้จริง ๆ หรอ” ตอบเลยว่า … ใช่ค่ะ!  บางตึก 6 – 7 ชั้นยังไม่มีลิฟท์เลย แบบดีหน่อยก็มีลิฟท์แบบโบราณ หรือถ้าใหม่ก็เล็กมากชนิดที่เข้าได้ทีละ 1 – 2 คน ตึกสวยที่เห็นในซีรี่ส์จะอยู่ในเขต 1 – 8  อย่างไรก็ตามตึกในเมืองจะไม่ค่อยสูงเกิน 9 ชั้น มีตึกใหม่สูงอยู่บ้างแต่จะไปรวมกันอยู่ที่ La Défense

ย่าน La Défense

Lily Collins รับบท Emily Cooper / ห้องพักของ Alfie ในย่าน La Défense
© Netflix

ลาเดฟ้องส์ คือ ย่านธุรกิจที่ Alfie ทำงาน และก็เป็นย่านที่อยู่ของ Alfie นั่นละ จริง ๆ จะเรียกว่าย่านก็กระไร เพราะขนาดมันใหญ่เหลือเกิน เรียกว่าเป็นเมืองย่อม ๆ ก็ยังได้ เหมือนกับ City ของลอนดอน และคงเป็นลูกเล่นของซีรี่ส์เพราะหนุ่ม Alfie ก็มาจากลอนดอน ลาเดฟ้องส์เป็นที่ของศูนย์บัญชาการใหญ่ ยานแม่ขอบริษัทใหญ่ที่เข้าตลาดหุ้นทั้งหลาย กลางวันคนจะพลุกพล่านราวเหมือนกับเห็นกองทัพมดงาน ส่วนกลางคืนนั้นเงียบกริบจนกลัวจะโดนผีหลอก เรื่องน่าสนใจคือช่วงวันชาติ (14 ก.ค.) ลานกว้างของลาเดฟ้องส์จะมีผู้คนมาจับจองพื้นที่ชมขบวนพาเหรดเครื่องบินที่บินตรงไปยัง Place de la Concord หน้าอัฒจันทร์ของประธานาธิบดี เพราะเห็นชัดมากกกกก … เครื่องบินโฉบใกล้เหมือนจะเอื้อมมือถึงยังไงยังงั้น ส่วนคอนโดของ Alfie จะเห็นได้ว่ามันทันสมัยมาก มีทุกอย่างรวมทั้งเครื่องปรับอากาศที่ Emily โหยหา แต่ถึงกระนั้นมันก็ขาดเสน่ห์อย่างที่ปารีสมี ส่วนในชีวิตจริงคนที่ทำงานในปารีสส่วนใหญ่ก็จะพักอยู่นอกเมืองแบบนั้นละค่ะ เพราะราคาที่พักในปารีสแพงหูฉี่! แถมบางที่ยังเก่าอีกต่างหาก เรียกว่าต้องรักเมืองนี้จริงถึงจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ในปารีส ไม่ใช่จะบอกว่าไม่ดีนะ แต่ปารีสเป็นเมืองที่ต้องมีเงิน (มาก ๆ) ถึงจะสามารถอยู่กับมันแบบมีความสุข

Share on facebook
Share on twitter
Share on email