Type To Search
X
FOLLOW
1 Mar 2019

สัมภาษณ์ “แป้ง-อรประพันธ์” แห่ง Vickteerut กับแอตติจูดสุดสตรองที่สู้โรคร้ายแบบไม่กลัวตายมาแล้ว

ไฟเตอร์สาวตัวจริง ผู้สามารถก้าวข้ามจุดที่แย่ที่สุดของชีวิตมาได้

ถ้าพูดถึงโรคร้ายยอดฮิตที่คร่าชิวิตคนบริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วน ก็คงหนีไม่พ้นโรคมะเร็ง และในวงการแฟชั่นเมืองไทยก็มีดีไซเนอร์ผู้หญิงเคยต้องต่อสู้กับมะเร็ง แต่สามารถรักษาจนหายขาดมาได้ นั่นคือ “แป้ง-อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์” กรรมการบริหารแบรนด์แฟชั่น ขาประจำของแอลแฟชั่นวีกอย่าง Vickteerut ที่เคยผ่านการรักษามะเร็งนอกรังไข่ ควบคู่ไปกับการดูแลแบรนด์ไปพร้อมกันมาแล้ว

ครั้งนี้แอลเลยมาจับเข่าคุยกับคุณแป้งแบบตัวต่อตัวกันถึงออฟฟิศ Vickteerut ถึงมุมมองของผู้หญิงและแฟชั่นในประเทศไทย และประสบการณ์การต่อสู้กับมะเร็งในช่วงที่ต้องประคับประคองแบรนด์ พร้อมกับแฟชั่นเซต ในคอลเล็กชั่นล่าสุดของ Converse และในเดือนมีนาคมนี้ซึ่งถือเป็นเดือนสตรีสากล คุณแป้งก็เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้หญิงที่คอนเวิร์สชวนมาช่วยให้นิยามใหม่ของคำว่า “ผู้หญิง” เพราะคำว่า “ผู้หญิง” ในดิกชันนารีของบางภาษายังถูกนิยามในแง่ลบ เช่น “เพศที่เป็นรองผู้ชาย” หรือ “เพศที่อ่อนแอ” ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่คอนเวิร์สพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผ่านแคมเปญของคอลเล็กชั่นล่าสุด ‘Love the Progress’ ในปีนี้ และให้คุณแป้งเป็นหนึ่งในผู้หญิงไทย ที่ช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วและตอกย้ำว่าโลกว่าเราก้าวมาถึงจุดที่เรื่องเพศไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสินความสามารถอีกต่อไปแล้ว

มุมมองของแฟชั่นในแบบฉบับของคุณแป้ง
พี่รู้สึกว่าแฟชั่นมันคือความดึงดูดเพศตรงข้าม ดึงดูดผู้คนให้มาสนใจเรา ซึ่งสำหรับพี่แฟชั่นมันก็มีสองแง่ แฟชั่นสามารถทำร้ายคนได้ แต่อีกแง่หนึ่งแฟชั่นก็ทำให้คนรู้สึกฟิน รู้สึกพึงพอใจได้เช่นกัน

คอลเล็กชั่นของ Vickteerut จะเห็นว่าเน้นดีไซน์ที่เป็นมินิมัล แต่สอดแทรกความเฟมินินอยู่เสมอ เราเลยอยากทราบแรงบันดาลใจ และเหตุผลในการนำเสนอความเป็นผู้หญิงในดีไซน์
คือต้องแยกก่อนว่าการทำงานในแบรนด์แฟชั่นไทยเนี่ย จุดประสงค์หลักคือการทำให้แบรนด์ติดตลาด เราเลยต้องทำงานให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทย ซึ่งตัวตนที่แท้จริงของ Vickteerut คือความมินิมัล ความเท่ แต่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะชอบความโรแมนติก ที่ทำให้ใส่แล้วรู้สึกว่าฉันสวยหวาน เราจึงผสมสองสิ่งนี้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

นิยามคำว่า “ผู้หญิง” สำหรับคุณแป้ง
ขอเป็นนิยาม “ผู้หญิง” ที่พี่อยากให้ผู้หญิงไทยเป็นแล้วกัน พี่อยากให้ผู้หญิงภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น เชื่อมั่นในตัวเอง นั่นคือความสวยของผู้หญิง ที่เรารู้สึกว่าสามารถสวยจากภายในออกมาได้

แบรนด์ Vickteerut ที่เริ่มต้นจากครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ผู้ชายอย่างคุณวิค หลังส่งต่อมาให้คุณแป้งดูแลแบรนด์นั้นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
คือพี่มีความเป็นผู้หญิง พี่เลยเข้าใจว่าผู้หญิงเป็นยังไง เพราะฉะนั้นการทำงานของเราก็คิดว่าค่อนข้างตอบโจทย์ผู้หญิง ในส่วนภาพลักษณ์ที่แบรนด์เคยเป็น ก็ถูกปรับในมุมมองที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น ถ้าถามว่าทำงานนี้มันยากมั้ย มันยากแค่ทางใจ แต่ในเรื่องเนื้องานมันไม่ได้ยากอะไรสำหรับตัวเรา คือพี่ไม่รู้สึกว่าเป็นความท้าทายอะไร แต่มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ลุล่วงมากกว่า

แล้วฟีดแบ็กจากแฟนๆ ของแบรนด์ล่ะ เป็นอย่างไรหลังจากที่คุณแป้งเข้ามาดูแลแทนคุณวิค
คือเราอยู่ในโลกที่ไม่รู้อะไรคือความจริงหรือไม่จริง เวลาคนมาชมชุดเราว่าสวยมาก ดีมาก เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันสวยจริงหรือแค่พูดเอาใจ เพราะฉะนั้นฟีดแบ็กทั้งหลาย พี่ตัดสินที่ยอดขายมากกว่า ซึ่งลูกค้าบางคนยังไม่รู้เลยว่าดีไซเนอร์แบรนด์ตอนนี้คือใครด้วยซ้ำ คือเห็นดาราคนนี้ใส่ก็อยากซื้อใส่ตาม คือจบ นี่คือผู้หญิงไทย ซึ่งพี่ไม่อยากให้เป็นเลย (หัวเราะ) พี่อยากให้ผู้หญิงรู้ว่าตัวเองชอบอะไร สไตล์ตัวเองเป็นอะไร แล้วค่อยมาที่แบรนด์เรา

ในช่วงที่คุณแป้งต้องต่อสู้กับมะเร็งนอกรังไข่ และต้องดูแลแบรนด์ไปพร้อมกัน คุณแป้งว่าสามารถต่อสู้วิกฤตในช่วงนั้นให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร
ถ้าพูดถึงช่วงนั้น พี่แค่รู้สึกว่าเราพ้นช่วงที่แย่ที่สุดมาแล้ว ซึ่งแย่ของพี่นี่คือไม่ได้กลัวตัวเองจะตายเลยนะ แต่เพราะมีคนมาเป็นห่วงเราเยอะจังเลย แม่ก็เป็นห่วง ที่ทำงานก็เป็นห่วง คนที่รักเราเป็นห่วงเรากันหมด คือเราแค่ไม่อยากทำให้คนอื่นต้องมาเป็นห่วงเรา พอหลังจากหายแล้ว พี่เลยรู้สึกว่าเราต้องเอาใจใส่กับคนที่อยู่รอบข้างเราให้เต็มที่มากที่สุด

ตอนที่ตรวจเจอมะเร็ง คุณแป้งให้กำลังใจตัวเองอย่างไรให้ผ่านพ้นไปได้
คือตอนนั้นพี่ไม่คิดอะไรมากเลยนะ พี่เป็นห่วงแค่แม่อย่างเดียวเลย นอกนั้น..ถ้าจะตายก็ต้องตายว่ะ! อีกอย่างที่ตอนนั้นพี่ไม่เป็นห่วงอะไรมากเพราะพี่เชื่อว่าหมอเก่ง แล้วเราก็ไม่ได้ศึกษาโรคนี้ด้วยซ้ำนะ คือถ้าเรายิ่งไปอ่านเยอะ คิดเยอะ มันคงน่ากลัวนั่นแหละ พูดมาแบบนี้จริงๆ พี่รักชีวิตนะ รักในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ว่าถ้าเกิดเราต้องตายขึ้นมาจริงๆ เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป แล้วตอนนั้นพี่ก็ตั้งใจไม่รักษาอยู่ห้องส่วนตัวนะ พี่เลือกโรงบาลรัฐ อยู่ห้องรวมกับสตรีท่านอื่นอีก 30 กว่าชีวิต มันเป็นประสบการณ์ที่พี่ชอบนะ (หัวเราะ) พี่ว่ามันก็แปลกดี มันทำให้เราเห็นอะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยเจอมาก่อน

แล้วช่วงที่ป่วยอยู่ การทำงานของคุณแป้งมีผลกระทบมากมั้ย
ตอนที่ผ่าตัดใหม่ๆ พี่เจ็บท้องเดินไม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องการทำงาน เราเป็นคนทำอะไรเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะยังไงเราก็ต้องทำงานให้ลุล่วงเหมือนเดิม มันเลยไม่ได้แตกต่างอะไรสำหรับเรา คือเราเป็นคนที่ก่อนนอนต้องคิดก่อนว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง ตื่นขึ้นมาก็อ่ะ..วันนี้ต้องทำสิ่งนี้ๆ มันทำให้รู้สึกว่าเรายังมีอะไรต้องทำอยู่เสมอ

คิดว่าแท็กไลน์ของคอลเล็กชั่น Love The Progress ที่ว่า “Keep Loving, Keep Fighting” มีความหมายกับคุณแป้งอย่างไร
พี่บอกกับตัวเองและลูกน้องเสมอว่าชื่อเสียงหรือยอดไลค์ทั้งหลาย มันไม่สำคัญนะ สิ่งสำคัญคืองานที่เราทำ เราคิดมันมากแค่ไหน เราใส่ใจ ไตร่ตรองกับงานดีแล้วหรือยัง ถ้าเราสนใจ รักที่จะทำอะไรแล้ว ก็ทำมันไปเลย ไม่ต้องใส่ใจว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ทำก่อน..แล้วถ้าไม่ดีก็ค่อยโดนด่า (หัวเราะ)

ชอบรองเท้าคอนเวิร์สคอลเล็กชั่น Love The Progress คู่ไหนมากที่สุด
ชอบหลายคู่เลยนะ แต่พี่ชอบ Chuck 70 ที่ใส่คู่นี้สุด ตอนแรกที่เห็นรูปก็ชอบอยู่แล้ว พอแกะกล่องออกมาดูของจริงคือน่ารักมาก มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ข้างใต้มีดีเทลรูปหัวใจด้วย แล้วชอบที่มีเชือก 2 แบบ ให้มิกซ์แอนด์แมตช์กับสไตล์เราได้ไม่เบื่อ

เป็นเจ้าของคอลเล็กชั่นพิเศษ Love The Progress ได้แล้วที่ Converse ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ www.converse.co.th 

Story: Vallop Adunphichet
Photographer : Akkapon Kumpusan
Style : Preuksapak Chorsakul
Makeup Artist : Nuchata Sukkang
Hair : Agkarachai Deedphin
Photo Assistant : Supachai Suwanmajo
Assistant Stylist : Nichapha Gorngomsinnit
Clothes: Vickteerut
Shoes: Converse Love The Progress

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2019/02/thumb2-1-2.jpg