Type To Search
X
FOLLOW
22 Nov 2018

ข้อความต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก Dolce & Gabbana และแรงตอบโต้จากแฟชั่นนิสต้าชาวจีน

ความเสียหายที่มากกว่าเม็ดเงิน
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

ประเด็นร้อนที่สุดของวงการแฟชั่นใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการประกาศยกเลิกแฟชั่นโชว์ #DGTheGreatShow ของแบรนด์อิตาเลียนอย่าง Dolce & Gabbana ที่ยกทัพไปจัดถึงเซี่ยงไฮ้แบบกลางอากาศ ทั้งๆที่งานนี้มีการเชื้อเชิญเหล่าเซเลบดาราผู้ทรงอิทธิพล Influencer ทั้งหลายจากภูมิภาคเอเชียไปร่วมงาน บ้างก็ร่วมชม บ้างก็ร่วมเดินในโชว์ ตามรูปแบบของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเหล่า Millenials ที่เราได้เห็นในหลายๆซีซั่นที่ผ่านมา

ทุกรายละเอียดของการวางแผน เตรียมงาน ประสานงานระดับนานาชาติของอีเวนต์นี้ สลายไปในพริบตา เพราะการมองข้ามความเหมาะสมทางวัฒนธรรม ที่ถ่ายทอดผ่านวิดีโอแคมเปญโปรโมทงานนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวจีนทั้งๆ ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น การใช้โซเชียลมีเดียของหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Stefano Gabbana ก็เข้าขั้นน่าเป็นห่วง เพราะตัวเขาเองนั้นมักแสดงความคิดเห็นสุดโต่ง รวมถึงพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนถกเถียงกับใครที่ไม่เห็นด้วยกับเขาเสมอ โดยไม่แคร์ว่าใครจะแคปไว้ หรือจะมีผลอะไรตามมา ก่อนที่เหตุการณ์จะกลายเป็นความผิดของแฮกเกอร์ ตามที่แบรนด์กล่าว

View this post on Instagram

You saw it here first! What an interesting few hours spent wreaking havoc on @dolcegabbana ’s ill-fated #DGTheGreatShow while sitting on our couch juuling and eating gelato (not with chopsticks) lol. Thank you to @michaelatranova @helenatranova @anthxnyxo for sharing their DMs and to all the Chinese Dieters who furiously updated us with translations by the minute. For anyone that believes their account was actually hacked, see slide #2 of Stefano reposting the same DM on his stories before shit hit the fan. Oh the irony of him loving to cry “fake news” and promptly dishing it out himself via his and the brand IG account. Check our story highlight “#DGTheShitShow” for the full recap. • #DGTheGreatShow #DGlovesChina #runway #fashionshow #cancelled #racism #dolceandgabbana #altamoda #rtw #dgmillennials #stefanogabbana #shanghai #chinese #china #wtf #dumb #lame #asianmodel #asian #dietprada

A post shared by Diet Prada ™ (@diet_prada) on

ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้การจับตามองของ Diet Prada ตำรวจสายตรวจแฟชั่นแห่งโลกอินสตาแกรม ที่ทำให้ชาวแฟชั่นรู้ถึงรายละเอียดเบื้องลึกของเหตุการนี้ เราสรุปไว้แล้วที่นี่

ทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้ #DGTheGreatShow ที่ควรจะเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ กลายสถานะเป็นฝันร้ายของแบรนด์แฟชั่น และเป็นกรณีศึกษาของการสื่อสารแบรนด์ในยุคสมัยนี้

และแน่นอนว่า Dolce & Gabbana ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านทาง Instagram ของแบรนด์เป็นที่เรียบร้อยโดยมีใจความดังนี้

View this post on Instagram

A post shared by Dolce & Gabbana (@dolcegabbana) on

“ความฝันของเราคือการจัดอีเวนท์นี้ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อีเวนต์ที่สื่อถึงความเป็นมาและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ แต่เราสร้างสรรค์อีเวนต์ครั้งนี้ด้วยความรักและตั้งใจเพื่อประเทศจีน และผู้คนทั่วโลกที่รักในแบรนด์ Dolce & Gabbana เหตุการณ์วันนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องน่าเสียใจสำหรับเราและผู้คนที่ทำงานข้ามวันข้ามคืนเพื่อสร้างงานนี้ จากเบื้องลึกของหัวใจ เราขอขอบคุณเพื่อนๆและแขกผู้มีเกียรติของเรา Domenico Dolce และ Stefano Gabbana”

เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีคำขอโทษในจุดนี้ และวิดีโอต้นเหตุก็ยังคงดูได้ในอินสตาแกรมของแบรนด์

ทางฝั่ง Influencers สายแฟของจีน ก็มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราขอหยิบยก สรุปย่อมาให้อ่านกัน มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ

เริ่มต้นด้วย Yuwei Zhangzou สาวแฟพ่วงดีกรีบายเออร์ ที่เราเห็นเธอบ่อยขึ้นตามแฟชั่นวีค “ฉันเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนที่ทำงานหนักอยู่เบื้องหลังงานนี้แต่ก็กลับว่างเปล่า เราจะอยู่ในโลกที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย เราต้องเคารพวัฒนธรรมที่แตกต่าง และให้เกียรติผู้คนในวัฒนธรรมนั้นๆ ด้วย”

View this post on Instagram

Have not been on IG much the last few days as I am spending time with family and friends in LA. Thanks to @diet_prada for keeping me abreast of the @dolcegabbana drama unfolding in China that led to the cancellation of its mega show in Shanghai yesterday. The show may be cancelled but hundreds of people worked tirelessly to build the elaborate stage! Dozens of make up artists and hair stylists also spent days traveling to Shanghai from their homes around China to work backstage not to mention all the models cast for the show who may not be paid despite working pre-show in fittings and run throughs!! Hopefully the brand will at least pay the $800k of bills they owe the Chinese workforce (even though they’ve yet to give a proper apology or delete the offensive videos). . . As a Chinese American, I urge all of you to speak up in your communities and be the change and voice for our children. Stay positive but be strong and show the world we will no longer stay silently complacent in the face of blatant racism against our people. My nephew was asked if we eat dogs at home when he moved to the US last year from Taiwan, by a teacher no less… In 2017! This is no longer acceptable. I am proud of the collective Chinese spirit and the support from people of all cultures globally who have come together and spoken against the ignorant and blatant racism exhibited by Dolce and Gabbana and its co-founder Stefano Gabbana. The image above was created by Chinese Weibo users who, along with 1 billion other viewers, are asking D&G to leave China. Swipe to see more… #YouAreCancelled 看到中国人团结,让我感觉为华人骄傲。我们被欺负太久了。

A post shared by Tina Craig (@bagsnob) on

ต่อด้วย Tina Craig อินฟลูเอนเซอร์สัญชาติอเมริกันเชื้อชาติจีนหรือ Bagsnob “ฉันรับรู้เรื่องราวดราม่าของ Dolce & Gabbana ผ่านทาง Diet Prada แม้ว่าโชว์จะถูกยกเลิกไปแต่ผู้คนมากมายที่มีส่วนร่วมในงานไปแล้วนั้นอาจจะไม่ได้รับค่าตอบแทน ฉันหวังว่าแบรนด์จะจ่ายเงินพวกเขา ถึงแม้ว่าแบรนด์ยังไม่กล่าวคำขอโทษก็ตาม ฉันภูมิใจในความสปริตของความเป็นจีน และภูมิใจที่ผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเห็นพ้องกันว่าการเหยียดเชื้อชาติที่แบรนด์ Dolce & Gabbana และ Stefano Gabbana แสดงออกมานั้นไม่โอเค”

View this post on Instagram

People are getting titillated over the latest and perhaps grandest of Dolce & Gabbana/ Stefano Gabbana mega gaffes resulting in a cancelled show in Shanghai (one that reportedly cost 200 million RMB), countless models and celebrities boycotting attendance either out of fear, fake outrage or both, and basically a monumental waste of resources, effort and money The outrage here isn’t over the eyerollingly trite racism as displayed in the D&G promo videos depicting a model eating spaghetti with chopsticks. It’s so dumb I can’t even be bothered to expend energy on expressing anger towards it But rather this is yet another example of a misguided diva creative director in the upper echelons of the industry throwing his weight around and vomiting over social media in a reckless manner that impacts on a billion dollar company with thousands of employees as well as umpteen parts of the industry that would have been flown into Shanghai for what was supposed to be a media/celebrity fuelled extravaganza It makes a total mockery of an industry that is by and large full of hard working people that don’t grab headlines but are just making a living doing what they love It gives fuel to people who already think fashion is full of laughable airs and graces, and contributes little to society at large There are people of a certain generation in fashion that look down upon the moral finger wagging that they think is a malaise of our current times but back in the “good old days” of indulgent tantrums, it was also an industry largely talking amongst itself The fashion world has grown exponentially in size and economic rewards and so is rightly under increased scrutiny. If you want a bigger slice of the profit pie, then buck up and listen to the people. Heed the social media outcry or face sinking to irrelevance The fact of the matter is this won’t be the last in the line of botched up bad PR cover-ups (“hacked social media accounts” indeed) and neither is Stefano Gabbana the only tone deaf individual knocking around the upper ranks. Question is when will the industry truly grow up and be AWAKE, instead of simply putting on a front of marketing-obtained wokeness

A post shared by Susie Lau (@susiebubble) on

Susie Lau หรือ Susie Bubble แฟชั่นบล็อกเกอร์รุ่นบุกเบิกชาวอังกฤษเชื้อสายจีนโพสต์ในอินสตาแกรมของเธอ “ผู้คนกำลังว้าวุ่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โชว์ Dolce & Gabbana ในเซี่ยงไฮ้ รวมถึงพฤติกรรมของ Stefano Gabbana (ซึ่งต้นทุนการจัดงานครั้งนี้อาจสูงถึง 200 ล้าน RMB) สำหรับฉันแล้วประเด็นไม่ได้อยู่ที่การเหยียดวัฒนธรรมผ่านวิดีโอนั้น แต่นี่เป็นกรณีของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ที่คิดน้อยเกินไปจนส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมายที่เป็นฟันเฟืองของบริษัท วงการแฟชั่นเต็มไปด้วยคนที่ทำงานหนักซึ่งอาจจะไม่เป็นที่รู้จัก แต่พวกเขาทำงานด้วยความรัก การคิดน้อยหรือมองข้ามความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมของวงการแฟชั่น ทำให้วงการนี้ไม่ควรคู่ความเคารพนับถืออย่างที่ควรจะเป็น จริงอยู่ว่าวงการแฟชั่นยุคก่อนอาจไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะย้อนกลับไปก็เป็นสังคมที่ค่อนข้างแคบ แต่ในยุคนี้โลกแฟชั่นเติบโตขยายใหญ่ ทั้งในแง่ของขนาดและเม็ดเงิน ภายใต้การสำรวจตรวจทานที่ถี่ถ้วนขึ้น ความจำเป็นที่จะรับฟังความคิดเห็นของสังคมก็ย่อมเพิ่มขึ้นเช่นกัน นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น คำถามหลักคือเมื่อไหร่วงการนี้จะตื่นตัวกับประเด็นนี้อย่างถ่องแท้”

View this post on Instagram

To @dolcegabbana and @stefanogabbana

A post shared by Estelle Chen 陈瑜 (@chen_estelle) on

คนสุดท้ายที่เราอยากจะโฟกัสคือ Estelle Chan นางแบบสาวชาวจีน “Dolce & Gabbana เมื่อคุณบอกว่าคุณรักประเทศจีน คุณไม่ได้รักประเทศนี้ คุณรักเงินต่างหาก จริงอยู่ประเทศจีนนั้นร่ำรวย แต่นอกเหนือจากเงินแล้ว เราร่ำรวยในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และผู้คนของประเทศเราคงไม่ใช้เงินไปกับแบรนด์ที่ไม่เคารพสิ่งเหล่านี้”

ความเสียหายที่เกิดขึ้น (ประเมินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท) หากคิดเป็นเรื่องเม็ดเงินก็คงพอหาทางแก้ไขได้ แต่เมื่อเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างความเคารพในวัฒนธรรมและความรู้สึก คงจะประเมินค่าไม่ได้ แบรนด์ Dolce & Gabbana ยังมีอนาคตในประเทศจีนหรือไม่ ตามเนื้อผ้าแล้วคงเป็นปฏิบัติการณ์เข็นครกขึ้นภูเขา อย่างไรก็ตามผู้เขียนอยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีที่ทำให้คนรักแฟชั่นได้เรียนรู้ว่าทุกการกระทำนั้นมีผลกระทบ และควรคำนึงถึงความเหมาะสม เคารพในวัฒนธรรม เพื่อโลกที่เข้าใจกันมากขึ้น เคารพนับถือกันมากขึ้นในที่สุด

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/11/dgaftermathfront.jpg