Type To Search
X
FOLLOW
3 Jan 2018

สัมภาษณ์พิเศษคนไทยที่เข้ารอบสุดท้ายของ H&M Design Awards 2017 เคน-บุญส่ง เท่าดี

อีกคนที่น่าจับตามอง
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

อีกหนึ่งรางวัลที่นักเรียนแฟชั่นทั่วโลกใฝ่ฝันอยากเป็นส่วนหนึ่งและคว้าชัยชนะก็คือ H&M Design Awards เพราะนอกจากจะเป็นใบเบิกทางที่ดีในโลกแฟชั่นแล้ว คณะกรรมการก็ล้วนเป็นตัวจริงของวงการ ในปีนี้คณะกรรมการประกอบด้วย Ann-Sofie Johansson และ Margareta van den Bosch, Creative Advisor ของ H&M Veronika Heilbrunner, สไตลิสต์และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Hey Woman  หรือแม้แต่ช่างภาพแฟชั่น Michal Pudelka ซึ่งสามารถช่วยให้เขาและเธอไปถึงฝั่งฝันความแฟได้ไม่ยาก

แม้ว่าในปี 2017 ที่ผ่านมาการแข่งขันจะจบลง และ Stefan Cooke จาก Central Saint Martins เป็นผู้คว้ารางวัลไป แต่คนที่เราสนใจคือผู้เข้าแข่งขันชาวไทย เคน-บุญส่ง เท่าดี จาก Royal Academy of Fine Arts ที่เบลเยี่ยม เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย แอลจึงขอทำความรู้จักกับเขามากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์นี้

Elle: ช่วยเล่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของคุณให้เราฟังหน่อย เรียนจบจากที่ไหน อะไรที่ทำให้คุณเข้าสู่การเป็นแฟชั่นดีไซน์

Ken: ผมเกิดที่โคราช ประเทศไทย และย้ายไปอยู่ที่เบลเยี่ยมกับแม่ตอนผมอายุประมาณ 6 ขวบ จบปริญญาโทด้านแฟชั่นที่ The Royal Academy of Fine Arts เมือง Antwerp ในเบลเยี่ยมเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา ช่วงวัยรุ่นผมไม่เคยสนใจในแฟชั่นมาก่อนเลย ตอนนั้นมีเพื่อนที่เรียนแฟชั่นที่นี่ ได้เล่าเกี่ยวกับแบบร่างของคอลเล็กชั่นของเขาให้ผมฟัง และผมชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ของมหาลัยมากๆ ผมจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ หลังจากจบชั้นมัธยมปลายแล้วก็สอบเข้าและเข้าเรียนในทันที

Elle: อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วม H&M Design award ?

Ken: มีโปสเตอร์ติดเต็มไปหมดที่มหาวิทยาลัยในทุกๆปี ผมอยากที่จะเข้าแข่งขัน H&M Design Award  มาตลอด เพราะผมไม่มีอะไรเสียอยู่แล้ว ดังนั้นหลังจากที่ผมทำคอลเล็กชั่นเสร็จ ผมก็ทำการส่งผลงานทางออนไลน์หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็ได้รับข่าวดี!

Elle: คุณช่วยเล่ารายละเอียดของคอลเล็กชั่นให้เราฟังหน่อย

Ken: คอลเล็กชั่นของผมเกี่ยวกับการตั้งคำถามถึงเรื่องความหรูหรา “ความหรูหราเป็นทุนนิยมที่บ่งบอกถึงความร่ำรวยหรือเป็นสิ่งที่พวกเราเเค่สร้างมันขึ้นมาเอง?”

ผมเริ่มต้นคอลเล็กชั่นนี้ด้วยวลีติดปากที่ว่า “By all means” เพราะผมคิดว่ามันสามารถนำไปปรับใช้และเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้ค่อนข้างมาก ในปีที่ผ่านมาผมเริ่มสงสัยถึงคุณค่าที่แท้จริงของเสื้อผ้า สิ่งที่เราสร้างขึ้นในชั้นเรียนนั้นกินเวลา การทุ่มเททำชิ้นงานและเปลี่ยนชิ้นงานเหล่านั้นเป็นเงิน แต่ในท้ายที่สุดแล้วหลังจากเสร็จสิ้นการสร้างสรรค์มันขึ้นมา สิ่งต่างๆ(เสื้อผ้า) ก็ถูกแขวนในตู้ที่บ้าน มีเพียงแค่ระยะเวลาอันสั้นที่เราให้ความหมายกับมัน ทำให้ผมเกิดความสงสัยว่าหากเสื้อผ้าทนทานน้อยลงและเปราะบางมากขึ้น จะทำให้เราปฏิบัติกับมันต่างไปอย่างไร

ผมจึงเริ่มด้วยการใช้ cardboard กับ กระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานระยะสั้นในคอลเล็กชั่นนี้ แน่นอนว่าในเวลาไม่นาน มันก็ได้เสื่อมสภาพลง เปลี่ยนรูปทรงอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นก็วัสดุชิ้นนี้ก็เริ่มย่อยสลาย

ดังนั้นสรุปแล้วคือ คุณค่าของเสื้อผ้าอยู่ที่วัสดุหรือ? เราจะสามารถสร้างคุณค่าของมันขึ้นมาได้ด้วยวัสดุที่ถูกลงหรือไม่? จะเป็นไปได้มั้ยถ้าหากเราจะมองว่าการที่สิ่งของหรือเสื้อผ้าสามารถคงอยู่หรือมีอายุใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ชั่วคราวจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้มันได้มากขึ้น

Elle: รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในการออกแบบรางวัล H&M design awards 2017?

Ken: ผมบินไปลอนดอนโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร การพรีเซ็นต์คอลเล็กชั่นเป็นอะไรที่ง่าย ผมว่างานหนักอยู่ที่คณะกรรมการ ที่จะต้องคัดเลือกผลงานของผู้เข้าแข่งขันที่ต่างก็มีความสามารถ ผมซาบซึ้งมากๆ ที่คณะกรรมการสนใจผลงานของผม

Elle: คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างในขณะที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้?

Ken: เป็นประสบการณ์ที่ดี ทีมงานจาก H&M ดูแลพวกเราดีมาก อันที่จริงแล้วผมก็กลัวผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆอยู่เหมือนกัน แต่ตอนแข่งเสร็จทุกคนทั้งดีและน่ารัก เป็นการรวมตัวที่สนุกสุดๆ คาดไม่ถึงว่าพวกเราสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว คงเพราะพวกเราสนใจในเรื่องเดียวกันไม่ว่าจะมาจากที่ไหน พวกเราต่างเชื่อในจุดยืนของแฟชั่นในอนาคต ผมได้รู้ว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่อยากจะเปลี่ยน fashion system ในปัจจุบันและนั่นเป็นสิ่งที่พวกเรามุ่งมั่นจริงๆ

Elle: ช่วยให้คำแนะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนแฟชั่นดีไซน์หน่อย

Ken: อยู่ในวงการแฟชั่นเป็นสิ่งที่ยาก เป็นเส้นทางที่ยากลำบาก คุณจะต้องเป็นคนดี อ่อนน้อมถ่อมตน และทำงานหนัก อยู่ในสังคมที่รายล้อมไปด้วยคนที่คิดบวก อย่าซีเรียสเรื่องแฟชั่นมากจนเกินไป แค่สนุกไปกับมัน ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายยังมีโอกาสครั้งที่สองอยู่เสมอ ไม่ใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากจนเกินไป ขั้นตอนเล็กๆ ที่คุณทำเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ๆ เสมอ อย่าลืมดูแลแฟนของคุณ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อคุณทุ่มเทและคุณบาลานซ์มันได้

Elle: ในฐานะดีไซเนอร์คุณมีแผนที่จะทำอะไรในอนาคต

Ken: ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่ fashion house ของ Nina Ricci ใน Paris ที่กำลังจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม หลังจากนั้นผมมีแพลนจะกลับไปที่ประเทศไทยกับแฟนของผมเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม ตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดเกี่ยวกับแผนระยะยาว แต่จะไปเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับแผนในระยะยาวผมอยากนำสิ่งที่ผมเรียนมาจากแฟชั่น มาทำโครงการที่เกี่ยวกับงานฝีมือของคนในท้องถิ่นตามหมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศไทย เพราะที่ไทยไม่มีความเสมอภาค เป็นเรื่องดีที่ผมจะได้แชร์ความเจริญรุ่งเรืองในกรุงเทพฯ ให้กับพื้นที่อื่นๆ ซึ่งประเทศไทยตอนนี้กำลังได้รับการยอมรับในเรื่องแฟชั่นมากขึ้น

บทสัมภาษณ์ข้างต้นทำให้เราได้รู้จักกับเคน-บุญส่ง เท่าดี มากขึ้น และอดปลื้มใจไม่ได้ที่เห็นเด็กรุ่นใหม่มีทั้งฝีมือและทัศนคติที่ดี เราเชื่อว่าเขาต้องไปได้ไกลในเส้นทางสายแฟชั่นแน่นอน

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/01/kenthaodeefront.jpg