Type To Search
X
FOLLOW
2 Nov 2018

3 สาว Chanel Ambassador เผยความลับเบื้องหลังเสน่ห์และสไตล์ในแบบของ Chanel

พวกเธอแต่งตัวให้เก๋ได้อย่างไร แม้ในวันที่อารมณ์ไม่เป็นใจ
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้อ่านคงพอจะได้รับรู้ผ่านทางช่องทางต่างๆ ของแอลว่า Chanel ยกโชว์ Cruise  2019 มาจำลองไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในรูปแบบของดาดฟ้าเรือ La Pausa แถมยังขนเหล่า Chanel Ambassador มาชมโชว์ครั้งนี้ร่วมกับเซเลบและแฟนๆ ของแบรนด์ งานนี้เราได้เห็น 7 นางแบบสาวไทยร่วมรันเวย์เคียงบ่าเคียงไหล่กับนางแบบอินเตอร์ แถมด้วย After Party ที่จะบอกว่าเป็น Party of the year ก็คงไม่ผิด กับมินิคอนเสิร์ตจาก Pharrell แบบใกล้ชิด เต้นรำไปกับเสียงเพลงจาก Soo Joo Park  ที่มารับบทดีเจ และปิดท้ายด้วยโชว์จากไทยเทเนี่ยม

นอกเหนือจากอีเวนท์ตื่นตาตื่นใจตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ชาแนลได้เตรียมช่วงพิเศษที่เรียกว่า Chanel Style Talk โดยได้ 3 Chanel Ambassador ทั้ง Amanda Sanchez นางแบบ In-House ของชาแนลตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา Caroline de Maigret ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนคำแปลของนิยามที่ว่า Parisian Chic และ Soo Joo Park นางแบบสัญชาติอเมริกันเชื้อชาติเกาหลี มาร่วมพูดคุยกันในหัวข้อ L’Allure de Chanel หรือเสน่ห์ดึงดูดในความเป็นชาแนล ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ลงตัวสุดๆ ในความคิดของผู้เขียน เพราะเธอทั้ง 3 คนมีประสบการณ์ทำงานกับชาแนลอย่างใกล้ชิด รู้จักแบรนด์เป็นอย่างดี และมีสไตล์จัดจ้านเลเวลที่เหล่า IT Girls ทั้งหลายยังแอบแคปหน้าจอลุคของพวกเธอไว้บ่อยๆ (แต่ไม่บอกใครนะ คีพลุคนิดนึง) แม้สไตล์ของแต่ละคนนั้นจะต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ตาม

The Beginning with Chanel

จากซ้ายไปขวา: Amanda Sanchez, Caroline de Maigret และ Soo Joo Park ในช่วงแรกที่ร่วมงานกับชาแนล

การพูดคุยเป็นไปอย่างเรียบง่ายใกล้ชิด จากจุดเริ่มต้นของแต่ละคนกับชาแนล Amanda Sanchez จำชื่อนี้ไว้ให้ดีเพราะเธอคือคนที่ได้ลองสวมใส่ชุดชาแนลทุกชิ้นก่อนใครในโลกในฐานะ In-house model ตลอด 17 ปี (และเธอยังคงร่วมเดินโชว์อยู่ด้วยเนืองๆ) เธอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับชาแนลเมื่อครั้งที่เธอเข้ามาที่ปารีสใหม่ๆ และชาแนลเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของเธอ Caroline de Maigret ขวัญใจของหลายๆคนที่ชื่นชอบความเก๋ติดกวนนิดๆ แบบสาวปารีเซียง เธอเคยเป็นนางแบบที่เดินให้ชาแนลในยุค 90 และหยุดพักเพื่อไปมีครอบครัว ก่อนจะผันตัวมาจัดรายการวิทยุ มีอยู่วันหนึ่งเธอจัดรายการอยู่หน้าโชว์และได้ ​Karl Lagerfeld มาร่วมรายการ ไม่กี่วันหลังจากนั้นเธอได้รับเชิญไปเดินโชว์ของชาแนลอีกครั้งในคอลเล็กชั่น Metiers D’art 2012 “Paris-Bombay” ซึ่งในขณะนั้นเธออายุ  37 ปี จากนั้นเราก็ได้เห็นเธอที่ชาแนลตลอดมา และสุดท้าย Soo Joo Park นางแบบที่เริ่มออกตัวในเส้นทางนี้เมื่อเธอเรียนจบมหาวิทยาลัย (ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้า) เธอเป็นนางแบบอยู่ในนิวยอร์กและเริ่มเป็นที่จดจำจากผมสีแพลทินัมบลอนด์ของเธอในปี 2012 ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์เธอกลับไปหาครอบครัวที่ Los Angeles และเอเจนท์ของเธอโทมาบอกว่า ชาแนลอยากร่วมงานกับเธอ ให้เธอไปปารีสแต่ไม่การันตีว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เธอไปทันที และเธอก็ได้ร่วมงานกับชาแนลนับจากนั้น

The Matter of Allure

คำว่า Allure แปลตรงตัวได้ว่า ดึงดูด ความเย้ายวนจูงใจ และเสน่ห์ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ปรากฏให้เราได้เห็นและสัมผัสผ่านการสื่อสาร การดีไซน์ และรายละเอียดของแบรนด์ชาแนลเรื่อยมา “สไตล์ของฉันค่อนข้างซ้ำซาก ฉันชอบเลือกชิ้นที่ดูมาสคิวลีน อย่างแจ็กเก็ตสูท หรือแจ็กเก็ตหนังทรงไบค์เกอร์ กางเกงโอเวอร์ไซส์ มันอาจจะเป็นสิ่งที่เข้ากับฉัน แต่ฉันไม่เคยลืมที่จะปลดกระดุมเสื้อเพิ่มขึ้นสักเม็ด หรือถกแขนแจ็กเก็ตขึ้นให้เห็นข้อมือ การเปิดเผยส่วนเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามคือเสน่ห์ในสายตาของคนที่รู้จักมอง” Caroline เริ่มเล่าให้ฟังว่าจะเย้ายวนยังไงให้เป็นเธอ

“เสื้อผ้าของชาแนลทุกชิ้นทำขึ้นด้วยความใส่ใจและความตั้งใจสูงสุด เวลาฉันลองชุด ฉันต้องลองขยับ ลุก นั่ง เดิน และทีมงานก็จะดูท่วงท่าเพื่อนำไปปรับแบบจนดีที่สุด เกิดเป็นชิ้นที่สวยงาม สวมใส่สบายให้ผู้หญิงได้รู้สึกมั่นใจ และที่สำคัญคือรู้สึกเป็นคนพิเศษ เมื่อมีความรู้สึกเหล่านี้แล้ว เสน่ห์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก” Amanda กล่าวจากมุมมองของเธอ

Paradox of Chanel

ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เราสามารถสังเกตเห็นจากชาแนลได้เรื่อยมา ตั้งแต่การที่ Gabrielle Chanel โตมาในบ้านพักเด็กกำพร้า สู่ชีวิตหรูหราในปารีส การหยิบยืมซิลูเอตแมนๆ ของหนุ่มๆ มาทำเสื้อผ้าให้ผู้หญิงสวมใส่แล้วรู้สึกสวยงาม การที่ไอเท็มง่ายๆอย่างเสื้อลายขวาง เมื่อเป็นของชาแนลแล้วกลับเป็นชิ้นพิเศษที่หลายคนตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกหลาน เหล่านี้คือตัวอย่างของความขัดแย้งแบบชาแนลที่ครีเอตความน่าสนใจยากที่จะละสายตา

“เคยได้ยินที่ Coco Chanel พูดว่า ก่อนออกจากบ้านให้หยิบอะไรออกจากลุคสักอย่างใช่ไหม? ฉันทำตรงข้ามอย่างนั้นตลอดเวลา” Soo Joo บอกเราพร้อมรอยยิ้ม “ฉันรักแอ็กเซสเซอรี่ส์ของชาแนลมาก มันทั้งสนุกและมีเรื่องราว ฉันชอบหยิบชุดมาใส่ซ้ำแต่ทำให้ดูใหม่ทุกครั้งด้วยเครื่องประดับ เหมือนเป็นความท้าทายเล็กๆ และช่วงแฟชั่นวีคฉันจะวางแผนแต่งตัวเป็นลุคๆเอาไว้ให้พออุ่นใจ แต่ถึงวันจริงทีไรก็ไม่เคยใส่แบบนั้นเลย” ความขัดแย้งเล็กๆพวกนี้สื่อถึงความขบถนิดๆ ซึ่งมีเสน่ห์ไม่น้อย

Styling an Emotion

สำหรับผู้หญิงแล้ว อารมณ์เป็นส่วนสำคัญในการเลือกสวมใส่อะไรสักชิ้น และเป็นตัวแปรหลักของความเย้ายวน “ชีวิตมันก็มีวันที่ไม่โอเคบ้าง” Caroline บอกเรา “แต่มันมีวิธีตั้งรับด้วยการแต่งตัวนะ ลองสังเกตว่าคนชมคุณมากที่สุดตอนสวมใส่อะไร นั่นแหละคืออาวุธชิ้นเด็ด สำหรับฉันเสื้อเชิ้ตขาวคือคำตอบ อาจเป็นเพราะสีขาวช่วยสะท้อนแสงสู่ใบหน้าให้สดใสขึ้นก็เป็นได้ แต่ในวันแย่ๆ ต้องเสื้อขาวเท่านั้น”

Amanda เสริมต่อว่า “ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวในเสื้อผ้าได้อย่างอิสระ มันทำให้ฉันมีความสุข และเมื่อกลับมาเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็พบว่าฉันมีชิ้นจับจีบแบบพลีตเยอะมาก เพราะมันมีความพลิ้วไหวและกราฟิกในตัว ใส่แล้วมีความสุข”

ทางฝั่ง Soo Joo ที่ดูสดใส บอกกับเราว่า “สำหรับฉันแล้ว ฉันพร่ำบอกช่างแต่งหน้าเสมอว่า ฉันไม่ต้องการที่จะดูสวย แต่ฉันต้องการที่จะดูเท่เสียมากกว่า มันน่าสนใจและเป็นตัวเรากว่าเยอะ และที่สำคัญอย่าลืมว่าใส่อะไรให้สนุกไปกับมัน”

The Allure of Sabai Style

ผู้เขียนได้มีโอกาสถามทั้ง 3 คน ว่าพวกเธอเห็นภาพชาแนลในบริบทของเมืองไทยกันอย่างไร เพราะบ้านเรานั้นอากาศร้อน มีการจราจรที่ท้าทายขีดจำกัดของการแต่งตัวในแต่ละวันอยู่ไม่ใช่น้อย เราจะนำ Allure ในแบบของชาแนลมาปรับใช้ได้อย่างไร ทั้งสามคนตอบแทบจะพร้อมกันว่า “สบาย สไตล์”

“คำว่าสบาย สไตล์ ที่ชาแนลเลือกใช้สำหรับกรุงเทพนั้น เหมาะสมจริงๆ เน้นความสบาย หรือปรับแอดติจูดให้สบาย แล้วฉันว่าอะไรก็จะลงตัวนะ เอาเข้าจริงแอบอยากบอกว่าไม่ใส่อะไรเลยเหมือนกัน ก็ที่นี่อากาศร้อนสุดๆ ไปเลย” Caroline กล่าวติดตลก “เท่าที่ได้สัมผัส คนไทยอารมณ์ดีและผ่อนคลาย ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความสบาย เพราะฉะนั้นเริ่มตรงนั้นเลย” Soo Joo เสริม

เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงผ่านไปอย่างสนุกและรวดเร็ว แอบพยักหน้าตามทั้ง 3 สาวไปนับครั้งแทบไม่ถ้วน เพราะนี่คือเรื่องราวของสไตล์ที่เราเข้าใจได้ ที่ผู้หญิงจริงๆ ต่างรู้สึกกับมันและมองหาสูตรพิเศษที่จะปรุงรสชาติแห่งสไตล์ของตัวเองให้กลมกล่อม ภาพจำของชาแนลที่มักมาพร้อมกับคำว่าหรูหรา ราคาสูง หรือเป็นวัตถุสื่อฐานะของผู้ครอบครองนั้น ไม่ใช่จุดเน้นประเด็นหลักของชั่วโมงที่ผ่านมาแต่อย่างใด หากแต่เป็นเรื่องของอารมณ์ เรื่องของความใส่ใจและตั้งใจของผู้หญิงที่จะแต่งตัวให้เป็นตัวเอง ของแบรนด์ชาแนลที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ผู้หญิงทุกคนโดยไม่จำกัดว่าจะมีคาแร็กเตอร์แบบไหน เพราะเสน่ห์ในแบบชาแนลนั้นมีอยู่ได้ในทุกคน

ย้อนกลับมาที่ตัวผู้เขียน แม้จะทำงานในวงการแฟชั่นมาสักพัก ก็ยังไม่เคยครอบครองไอเท็มใดของชาแนล (มันคร่อมจังหวะกับความรู้สึกอยู่นิดๆ ค่ะ)  แต่ตั้งแต่ฟังพวกเธอจบ ก็หยุดคิดไม่ได้เลยว่าชิ้นแรกจะเป็นอะไร นี่สินะ L’Allure de Chanel

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/11/Allure-of-Chanel-Front.jpg