Beauty

ตีแผ่เหตุผลทำไม ‘Augustinus Bader’ ถึงกลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ขวัญใจเซเลบริตี้ระดับโลก

บอกเล่าประสบการณ์ตรงโดย Lord Gavin ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผิวพรรณให้เหล่าเซเลบริตี้
Share on facebook
Share on twitter
augustinus-bader-serum-eyecream
ตีแผ่เหตุผลทำไม ‘Augustinus Bader’ ถึงกลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ขวัญใจเซเลบริตี้ระดับโลก
Digital Beauty Editor / Digital Specialist
augustinus-bader-serum-eyecream

Beauty

Share on facebook
Share on twitter

ตีแผ่เหตุผลทำไม ‘Augustinus Bader’ ถึงกลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ขวัญใจเซเลบริตี้ระดับโลก

บอกเล่าประสบการณ์ตรงโดย Lord Gavin ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผิวพรรณให้เหล่าเซเลบริตี้
ตีแผ่เหตุผลทำไม ‘Augustinus Bader’ ถึงกลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ขวัญใจเซเลบริตี้ระดับโลก
Digital Beauty Editor / Digital Specialist

ท่ามกลางสังเวียนสุดเดือดของสกินแคร์ในแวดวงความงาม เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า คำบอกเล่าปากต่อปากของผู้ทรงอิทธิพลในวงการความงามหรือเหล่าเซเลบริตี้ที่เราชื่นชอบ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สาวกบิวตี้อย่างเราตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าจ่ายเพื่อแลกกับคุณสมบัติอันดีตามที่อวดอ้าง ซึ่งแบรนด์สกินแคร์ลักชัวรี่รูปลักษณ์เรียบหรูในดีไซน์คู่สีน้ำเงิน-คอปเปอร์อันโดดเด่นอย่าง Augustinus Bader ที่เพิ่งแลนด์ประเทศไทยเมื่อกลางปีที่ผ่านมานั้นถือเป็นแบรนด์ที่เหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกต่างพูดถึงและยกให้เป็นลูกรัก ไม่ว่าจะเป็น Timothee Chalamet, Gigi Hadid, Lizzo, Kim Kardashian, Victoria Beckham, Brad Pitt, Dakota Johnson, Lee Byung Hun และอีกมากมาย จนอาจสร้างความสงสัยให้ใครต่อใครว่า “พวกเขาได้รับค่าจ้างในการอวยแบรนด์หรือไม่?

ล่าสุดเราได้มีโอกาสพบปะแบบ Virtual Meeting กับ Lord Gavin McLeod-Valentine Celebrity Facialist และ In-house Representative ของ Augustinus Bader ที่ได้มาจับเข่าเม้าธ์เพลินถึงประสบการณ์การการเตรียมผิวให้เหล่าเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ในแวดวงฮอลลีวูด เขาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า การจะให้เหล่าเซเลบริตี้เบอร์ใหญ่ระดับนั้นออกมาแสดงความชื่นชอบต่อแบรนด์ต้องแลกมาด้วยเม็ดเงินอย่างมหาศาล ซึ่งทางแบรนด์ก็ไม่ได้ทุ่มเงินจ้างแต่อย่างใด กลับกลายเป็นตัวเซเลบริตี้เองที่ยินดีเปิดเผยกับสื่อถึงความชอบที่มีต่อ Augustinus Bader โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

นอกจากความเชี่ยวชาญในด้านการเตรียมผิวของ Lord Gavin แล้ว เขายังได้รับสมยานามว่า “King of Red Carpet Skin Prep” ราชาแห่งการเตรียมผิวสำหรับงานพรมแดงอีกด้วย อย่างงาน MET GALA ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นงานพรมแดงสุดยิ่งใหญ่ที่มีการสาดแฟลชรัวชัตเตอร์มากที่สุดแห่งวงการนั้น เขาได้มีโอกาสเตรียมผิวให้กับ 4 เซเลบริตี้แถวหน้าของวงการ ได้แก่ Sharon Stone, Emily Ratajkowski, Julia Garner และ Barbie Ferreira โดยที่พวกเขาเหล่านี้เป็นคนตัดสินใจที่จะฝากผิวหน้าในวันสำคัญที่สุดในชีวิตไว้กับ Augustinus Bader

ณ จุดนี้ก็ได้สร้างความฉงนในใจให้เราว่าทำไม Augustinus Bader แบรนด์อายุน้อยเพียง 3 ปีเศษถึงเป็นขวัญใจของเหล่าคนดังขนาดนี้ ทาง Lord Garvin ก็ได้ไขข้อสงสัยที่ค้างคาในใจด้วยการเล่าประวัติและความเก่งของแบรนด์ให้ฟังอย่างละเอียด

Augustinus Bader

Augustinus Bader เป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดโดยศาสตราจารย์ Augustinus Bader ผู้อำนวยการและศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาสาขาสเต็มเซลล์ประยุกต์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเซลล์ที่มหาวิทยาลัยไลป์ซิกในเยอรมนี ที่ได้ตั้งคำถามว่า “เราจะรักษาผู้ป่วยที่ถูกไฟลวกโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือปลูกถ่ายผิวหนังอย่างไรได้บ้าง?” ความสงสัยของเขาได้ทำให้เขามุ่งมั่นค้นคว้าวิจัยด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาโดยอาศัยสมมติฐานที่ว่าร่างกายสามารถเป็นนักบำบัดที่ดีที่สุดของตนเอง

และความพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์มีเอกลักษณ์ของตัวเองแบบไม่ซ้ำใครก็คือ ‘TFC8‘ เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะที่ศาสตราจารย์ Augustinus Bader เป็นผู้คิดค้นด้วยการผสมผสานของกรดอะมิโนธรรมชาติ วิตามินคุณภาพสูง และโมเลกุลสังเคราะห์ที่พบตามธรรมชาติในผิวหนังมาประกอบในทุกผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมคุณสมบัติในการนำสารอาหารต่างๆ และส่วนผสมทรงพลังเข้าสู่ผิวให้ได้รับการบำรุงที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

อีกเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์คือการ “ลดทอน” สารประกอบที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว อาทิ Paraben, SLS, SLES, DEA, น้ำหอม และสารประกอบอื่นๆ ที่อาจทำให้สกินแคร์ดูดีแต่ไร้ประโยชน์ เรียกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในแต่ละขวดนั้นคือการคัดสรรแต่สิ่งจำเป็นต่อการบำรุงแบบเน้นๆ

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สองชิ้นที่ดูจะตอบโจทย์ผู้หญิงเราในยุคนี้เป็นพิเศษ คือ The Serum ที่ทาง Lord Garvin ให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่าเป็น ‘Total Complexion Solution’ ดูแลจบครบทุกปัญหาผิว และ The Eye Cream ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวรอบดวงตาที่จะช่วยให้เราดูไม่อิดโรย

the-serum-augustinus-bader
14,500 THB/ 30 ml

สะกดสายตาแต่แรกด้วยรูปทรงขวดใหญ่สวยหรูจนเกิดคำถามในใจว่า “ขวดเซรั่มต้องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?” แต่ความจริงแล้ว The Serum ถูกออกแบบมาในบรรจุภัณฑ์โลหะและฐานแก้วที่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใช้หมดก็สามารถซื้อเฉพาะหลอดเซรั่มรีฟิลได้เช่นกัน ซึ่งทาง Lord Garvin เองก็ได้แซวว่าตัวฐานแก้วนั้นยังสามารถนำไปทำค็อกเทลดื่มได้ด้วยนะ

The Serum เป็นเซรั่มที่ถือกำเนิดมาเพื่อการรับมือกับปัญหาท้าทายที่สุดของผิวตั้งแต่ภาวะขาดน้ำไปจนถึงสัญญาณแห่งวัย และความเสียหายจากปัจจัยภายนอก ด้วยส่วนผสมของ TFC8 ผสานกับส่วนผสมคุณภาพมากมาย อาทิ วิตามินซี ที่ช่วยบูสต์ความกระจ่างใส พอลิแซ็กคาไรด์ มอยซ์เจอร์ คอมเพล็กซ์ ที่ช่วยคืนความชุ่มชื่นจากภายใน สารสกัดเมล็ดทับทิมเข้มข้นที่ขึ้นชื่อเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ และน้ำมันรำข้าวที่ช่วยยับยั้งการก่อตัวของริ้วรอย

the-eye-cream-augustinus-bader
14,500 THB/ 30 ml

ในส่วนของ The Eye Cream นั้น Lord Garvin ได้ให้นิยามว่าเป็น ‘Tool Box’ หรือกล่องเครื่องมือที่แน่นไปด้วยอุปกรณ์การซ่อมแซมผิว ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่น การซ่อมแซมให้ผิวกลับไปกระชับอ่อนเยาว์ รวมถึงการลดอาการบวมและความหมองคล้ำ นอกจากการนำมาทาผิวรอบดวงตาแล้ว Lord Garvin ยังเสริมทิปส์ว่าเราสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่หลงเหลือบนนิ้วมือมาใช้ทาริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื่นได้อีกด้วย

the-eye-cream-augustinus-bader
8,400 THB/ 15 ml

แน่นอนว่าส่วนผสมยังคงมี TFC8 ผสานรวมกับวิตามินซีที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สารสกัดจากใบบัวบกที่ช่วยปลอบประโลมผิว สารสกัดจากต้นอาร์จุนที่ช่วยให้ผิวกระชับ และสารสกัดจากสาหร่ายคู่ที่ช่วยให้รอยคล้ำจางลง บรรจุในแพ็กเกจจิ้งที่สามารถรีฟิลได้เช่นกัน

จากแนวคิดและนวัตกรรมของทางแบรนด์ Augustinus Bader ถือเป็นอีกแบรนด์สกินแคร์ที่น่าจับตามองในตลาด และคาดว่าจะเติบโตไวขึ้นจนสูสีกับเหล่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการความงามอีกแน่นอน

Share on facebook
Share on twitter
Share on email