fbpx

I

Watch & Jewelry

ยลโฉมทุกดีเทลสุดประณีตของเรือนเวลาชั้นสูงคอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Gucci ที่งาน Gucci Wonderland

5 เรือนเวลาชั้นสูงดีไซน์หรูหราและเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานสุดล้ำที่ตอบโจทย์สายแฟยุคใหม่
Digital Fashion Editor

Watch & Jewelry

ยลโฉมทุกดีเทลสุดประณีตของเรือนเวลาชั้นสูงคอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Gucci ที่งาน Gucci Wonderland

5 เรือนเวลาชั้นสูงดีไซน์หรูหราและเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานสุดล้ำที่ตอบโจทย์สายแฟยุคใหม่
Digital Fashion Editor

Gucci เปิดตัวคอลเล็กชั่นที่สองของเรือนเวลาชั้นสูงที่งาน Gucci Wonderland ในเจนีวา ซึ่งสำหรับคอลเล็กชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่จัดงานที่มีมนต์ขลัง เป็นที่ที่ความซับซ้อนของการผลิตนาฬิกาที่ประณีตที่สุดปรากฏขึ้นควบคู่ไปกับเหล่าอัญมณีที่เหมือนสายรุ้งและความมหัศจรรย์ของสรวงสวรรค์ การเข้าสู่จักรวาลอันน่าหลงใหลนี้เปรียบเสมือนการถูกเหวี่ยงไปยังขบวนรถไฟเหาะที่น่าตื่นเต้น วันนี้แอลจะพาทุกคนไปยลโฉมความงดงามและหรูหราของเรือนเวลาชั้นสูงดีไซน์ล่าสุดกัน

GUCCI 25H SKELETON TOURBILLON

เริ่มต้นกันที่ GUCCI 25H SKELETON TOURBILLON ที่มาพร้อมกับกลไก flying tourbillon รุ่นใหม่สำหรับ Gucci โดยเฉพาะ ตัวเรือนหนา 8 มม. ที่ดูทันสมัยและหน้าปัดแบบซีทรูที่มีเสน่ห์ เนื่องจากตัวนาฬิกาได้รับการออกแบบมาให้อยู่รอบ ๆ กลไก จึงทำให้เกิดภาพลวงตาอันน่าอัศจรรย์ของกลไกต่าง ๆ ที่ลอยอยู่เหนือบริดจ์ไททาเนียมขัดเงาซึ่งตัดผ่านหน้าปัดของนาฬิกา นอกจากนี้เรือนเวลารุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเข็มนาฬิกาสเกเลตันที่ช่วยเพิ่มเอฟเฟกต์แบบเป็นชั้น ๆ ที่ละเอียดอ่อน มีให้เลือกทั้งในแบบสายเหล็กสีขาวและสีเหลือง และในแบบไทเทเนียมสีเทาเข้มพร้อมสายยาง

GUCCI 25H SKELETON TOURBILLON
GUCCI 25H SKELETON TOURBILLON

G-TIMELESS PLANETARIUM

G-TIMELESS PLANETARIUM เป็นรุ่นบุกเบิกที่เพิ่มเข้ามาในกลุ่มสินค้านาฬิกาชั้นสูง ด้วยรัศมีของอัญมณีรูปทรงสี่เหลี่ยมทั้ง 12 เม็ดที่ล้อมรอบอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา ทำให้ G-TIMELESS PLANETARIUM ส่องแสงอันล้ำค่าอยู่บนมุมมองที่เปลี่ยนแปลงตลอดของเวลา นอกจากนี้ตัวนาฬิกายังซ่อนความสามารถพิเศษเอาไว้ โดยวงล้ออัญมณีจะถูกเปิดใช้งานเมื่อสัมผัสไปที่ปุ่ม ตัววงล้อจะหมุนไปรอบ ๆ หน้าปัดนาฬิกาในแสงไฟของงานเทศกาล การควบคุมการเปิด-ปิดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยกลไก Dancing Hours Flying Tourbillon ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่สำหรับ Gucci โดยเฉพาะที่มาพร้อมกับเพชรรูปดาวที่ชวนให้หลงใหลอยู่ตรงกลาง ในส่วนของเข็มนาฬิการูปทรงลูกศรนับเป็นการแสดงความเคารพต่อมรดกของนาฬิกาชั้นสูงที่มีเทคนิคการตกแต่งอันยอดเยี่ยม สำหรับรุ่น G-TIMELESS PLANETARIUM จะมีจำหน่ายในรูปแบบสีขาว สีโรส หรือสีทอง ที่มาพร้อมกับวงล้อหมุนของซาโวไรท์สีเขียว แทนซาไนต์สีน้ำเงิน หรือเบริลสีเหลือง

G-TIMELESS PLANETARIUM
G-TIMELESS PLANETARIUM

G-TIMELESS MOONLIGHT

Gucci นำงานเฉลิมฉลองแห่งกาลเวลาขึ้นไปสู่ท้องฟ้าด้วย G-TIMELESS MOONLIGHT ดวงจันทร์ที่ตกแต่งบนหน้าปัดนาฬิกาได้ส่องสว่างขึ้นจากจันทร์เสี้ยวไปเป็นดวงจันทร์เต็มดวงราวกับไข่มุกก่อนที่จะเริ่มต้นการเดินทางบนท้องฟ้าใหม่อีกครั้ง ด้วยความแม่นยำทางเทคโนโลยีอย่างที่สุดของ G-TIMELESS MOONLIGHT ที่ผลิตขึ้นจากตัวเครื่อง Gucci caliber GGV838.MP รุ่นใหม่ ทำให้สามารถบอกเวลาได้เองตามปฏิทินจันทรคติ 29.5 วัน ด้วยความสามารถที่เป็นเลิศของนาฬิกาชั้นสูง นาฬิกาเรือนนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับแต่งในทุก ๆ 360 ปีเท่านั้น สำหรับรุ่นนี้จะถูกนำเสนอในสีทองชมพูและทองขาว พร้อมด้วยหน้าปัดนาฬิกาสะเก็ดดาว ที่ซึ่งดาวเคราะห์ต่าง ๆ หมุนรอบเพชรรูปดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ

G-TIMELESS MOONLIGHT
G-TIMELESS MOONLIGHT

G-TIMELESS DANCING BEES

ถัดมาที่นาฬิกาประดับเพชรรุ่นใหม่ในตระกูลของนาฬิกากลไก tourbillon G-TIMELESS DANCING BEES โดยผึ้งทั้ง 12 ตัวจะส่องแสงระยิบระยับอยู่รอบหน้าปัดนาฬิกาที่ประดับด้วยเพชรเมื่อขยับข้อมือ ช่างฝีมือชั้นครูได้ยกระดับความเปล่งประกายที่เป็นธรรมชาติของโอปอลหายากสองชนิดที่มี สีชมพูและสีเขียว เพื่อทำเป็น ‘อิฐ’ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ได้นำมาสร้างเป็นลวดลายซิกแซกขนาดเล็กบนหน้าปัดนาฬิกาที่ทำจากเปลือกหอยมุก ลวดลายที่เป็นธรรมชาติของโอปอลทำให้การออกแบบหน้าปัดนาฬิกาแต่ละชิ้นนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะที่ฝาหลังที่เป็นกระจกเงาช่วยให้สามารถแกะสลักข้อความส่วนตัวลงไปได้ โดยนาฬิกา G-TIMELESS DANCING BEES รุ่นประดับมุกแต่ละเรือนจะมีทั้งแบบสายเหล็กสีทองขาวและสีทอง หรือแบบสายหนังจระเข้

G-TIMELESS DANCING BEES

GRIP SAPPHIRE

ปิดท้ายกันที่นาฬิกาจักรกล Grip Sapphire อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci ตัวเรือนรูปทรงคุชชั่นแบบโปร่งใสที่ถูกตัดออกมาอย่างเชี่ยวชาญจากกระบอกแซฟไฟร์คริสตัลบริสุทธิ์โดยใช้เครื่องจักรเฉพาะทาง นอกจากนี้ตัวเรือนยังถูกขัดให้โปร่งใสในแบบสภาพเดิม ด้วยลักษณะที่ซับซ้อน ตัวรุ่น Grip Sapphire จึงใช้กลไกเคลื่อนไหว jumping hour แบบไขลานอัตโนมัติของ Swiss ในส่วนของหน้าปัดนาฬิกาจะมีด้วยกันสองวง โดยตัวเลขชั่วโมงและนาทีจะ ‘กระโดด’ อย่างสนุกสนานขณะที่มอง

สำหรับนาฬิการุ่น Grip นี้จะมีสีเขียวมิ้นต์ให้เลือกสองแบบ โดยแต่ละแบบจะมาพร้อมกับฝาหลังแบบโปร่งใส รุ่นแรกจะมีจานดิสก์ชั่วโมงและนาทีสีเทอร์คอยซ์ที่ตัดด้วยเลเซอร์เพื่อความทันสมัยในแบบ tone-on-tone ขณะที่อีกรุ่นจะมีจานดิสก์เป็นสีม่วงอมชมพู นอกจากนี้ดีไซน์ของแต่ละเรือนยังถูกออกแบบมาให้เข้ากับสายยางโปร่งใสสีเขียวมิ้นต์และเม็ดมะยมแซฟไฟร์อีกด้วย

RELATED STORY

Gucci-High-Jewelry-Jessica-Chastain
การเดินทางในจินตนาการที่ถ่ายทอดสู่ความหรูหรา และความประณีตของเครื่องประดับชั้นสูง
Chanel-No5-Fine-Jewelry
จิวเวลรี่หมายเลข 5 สุดเรียบหรูที่เปรียบเสมือนชาร์มนำโชคอันล้ำค่า
Chopard-Loves-Cinema-Cannes-2022
ศิลปะแขนงที่ 7 เป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบไฮจิวเวลรี่ทั้ง 75 ชิ้น

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.