fbpx

I

Expert Talk

เปิดประวัติ Guerlain หนึ่งในแบรนด์ความงามสัญชาติฝรั่งเศสที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ค้นพบคำตอบว่าทำไมแบรนด์อายุเกือบสองร้อยปียังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมาถึงปัจจุบัน
guerlain-history
Digital Beauty Editor / Digital Specialist
guerlain-history

เปิดประวัติ Guerlain หนึ่งในแบรนด์ความงามสัญชาติฝรั่งเศสที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ค้นพบคำตอบว่าทำไมแบรนด์อายุเกือบสองร้อยปียังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมาถึงปัจจุบัน
Digital Beauty Editor / Digital Specialist

นับเป็นเวลากว่าเกือบสองศตวรรษแล้วที่แบรนด์ความงามชั้นสูงสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Guerlain (เกอร์แลง) ได้ถือกำเนิดขึ้น และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำหอมที่เราคุ้นเคยกันดี สกินแคร์อันเลื่องชื่อ และเมคอัพชิ้นไอคอนิกมากมาย ใช่แล้ว! คุณอ่านไม่ผิดหรอก แบรนด์เก่าแก่นี้ปัจจุบันมีอายุร่วมกว่า 194 ปีแล้ว

guerlain-Champs-Élysées

หากนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังปี 1828 เราจะเจอกับ Pierre-François Pascal Guerlain นักปรุงน้ำหอมที่ปลุกชีวิตให้ เกอร์แลงกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ในดวงใจของผู้หญิงทั่วโลกทุกวันนี้ เขาเปิดบูติกน้ำหอมแรกภายใต้ชื่อ Parfumeur Vinaigrier ใน Hôtel Meurice ถนน 42, Rue de Rivoli ใจกลางมหานครปารีส นอกจากน้ำหอมแล้วเขายังขาย Vinegar สบู่น้ำหอม และเครื่องสำอางอีกด้วย

Pierre-François-Pascal-Guerlain

ต่อมาในปี 1853 Pierre-François เกิดความคิดที่ว่าเขาอยากจะมอบของขวัญแก่จักรพรรดินี เออเจนี (Empress Eugenie) เนื่องในโอกาสงานอภิเษกสมรสของพระองค์กับจักรพรรดิ นโปเลียนที่ 3 (Napoleon III) เขาจึงได้รังสรรค์ Eau de Cologne Impériale น้ำหอมโคโลญจน์ในดีไซน์สุดวิจิตรบรรจงที่แรงบันดาลใจในการออกแบบขวดมาจากจัตุรัส Place Vendôme อีกทั้งการใช้ลวดลายผึ้งอันเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์จำนวน 69 ตัว สื่อถึงจำนวนจังหวัดในฝรั่งเศสในเวลานั้น และนี่จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘The Bee Bottle’ รวมถึงการใช้ผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์จวบจนทุกวันนี้

จักรพรรดินี เออเจนี พอพระทัยกับของขวัญเป็นอย่างมากถึงขั้นแต่งตั้งให้ Pierre-François เป็นนักปรุงน้ำหอมส่วนพระองค์ และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้เกอร์แลงมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรป ภายหลัง Pierre-François ยังได้รับเกียรติในการผลิตน้ำหอมแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร (Queen Victoria) และ สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 2 แห่งสเปน (Queen Isabel II) อีกด้วย

the-bee-bottle

ความงามงดสุดวิจิตรบรรจงของขวดน้ำหอมลวดลายผึ้งนี้ยังคงเป็นต้นแบบของงานศิลปะอันทรงคุณค่าที่จุดประกายแรงบันดาลใจมากมาย โดยในปี 2016 ทางแบรนด์ได้จับมือกับศิลปินชื่อดังอย่าง ‘Jon One’ ผู้ใช้ศิลปะ Graffiti มารังสรรค์ลวดลายผ่าน 3 ความหอม La Petite Robe Noire, Shalimar และ Rose Barbare ซึ่งถูกตีความออกมาในสีสันที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีบริการ Bee Bottle Personalization ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มความพิเศษให้กับความหอมประจำกายด้วยการเลือกกลิ่นน้ำหอมจาก 110 กลิ่น สีของขวด ริบบิ้น เงื่อน รวมถึงการสลักชื่อลงขวด

guerlain-jon-one

หลังจากที่ Pierre-François เสียชีวิตลงในปี 1864 บุตรชาย ‘Aimé Guerlain‘ ก็ได้มารับช่วงต่อ ด้วยความที่เป็นผู้คลั่งไคล้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นทำให้เขาริเริ่มใช้กลิ่นสังเคราะห์รวมถึงคิดค้นการสกัดโมเลกุลซึ่งทำให้น้ำหอมมีคุณสมบัติติดทนบนผิวมากขึ้น น้ำหอมสุดเลื่องชื่อที่เขาได้รังสรรค์ได้แก่ Jicky (1889) ความหอมคลาสสิกสไตล์ยูนิเซ็กส์ที่ยังคงถูกผลิตวางขายในทุกวันนี้ อันที่จริงแล้ว Jicky ถูกตั้งต้นให้เป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชายแต่ภายหลังถูกปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เป็นน้ำหอมสำหรับผู้หญิง แต่ผู้ชายก็ยังนิยมใช้กันอยู่ดี หากจะบอกว่า Jicky เป็นน้ำหอมยูนิเซ็กส์ขวดแรกของโลกก็ว่าได้

aime-guerlain

ต่อมา ‘Jacques Guerlain‘ ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้เป็นหลานของ Aimé ได้มารับช่วงต่อในปี 1890 Jacques เป็นผู้ที่มีความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และศิลปะเป็นอย่างมาก และด้วยความที่เขามีมิตรสหายหลากหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบท่าบัลเล่ต์ นักดนตรี นักเขียน นักวาด ทำให้เขามีผลงานคอลแลบนับไม่ถ้วน ผลงานชิ้นเอกที่ได้รับความนิยมทั้งหญิง-ชาย และยังคงอยู่ในคอลเล็กชั่นของเกอร์แลงทุกวันนี้ได้แก่ L’Heure Bleue (1912), Mitsouko (1919) และ Shalimar (1925)

jacques-guerlain

หลังจากที่ Jacques เสียชีวิตในปี 1963 ตำแหน่งนักปรุงน้ำหอมคนต่อไปก็ตกเป็นของหลานของเขา ‘Jean-Paul Guerlain’ ซึ่งถือเป็นทายาทในตระกูลรุ่นสุดท้าย ผลงานชิ้นเอกของเขาได้แก่ Aqua Allegoria น้ำหอมขวดดีไซน์สวยหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากการออกไปขี่ม้าในทุ่งหญ้าเขียวขจี, Habit Rouge (1965) น้ำหอมสำหรับคุณผู้ชายในแนวกลิ่นแอมเบอร์วูดดี้ และ Samsara (1989) น้ำหอมสำหรับคุณผู้หญิงที่มีเรื่องราวเบื้องหลังสุดประทับใจ

jean-paul-guerlain

Samsara มีความหมายทางสันสกฤตว่า ‘การเกิดใหม่นิรันดร์’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตตามหลักศาสนาพุทธทิเบต และยังถือเป็นผลงานที่ได้ปฏิวัติวงการน้ำหอมในขณะนั้นเพราะมันน้ำหอมรุ่นแรกที่ทางแบรนด์ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ในการสร้างสรรรค์ อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ทางแบรนด์เปิดโอกาสให้นักปรุงน้ำหอมนอกตระกูลออกแบบกลิ่นมาประชันกัน ซึ่ง Jean-Paul เองก็ได้แอบรังสรรค์กลิ่นด้วยตัวเองแบบลับๆ โดยไม่ระบุชื่อผู้ปรุง แต่สุดท้ายกลิ่นของเขาก็ได้รับเลือกอยู่ดี นอกจากนี้ Samsara ยังเป็นกลิ่นพิเศษที่มีความหมายกับ Jean-Paul เป็นอย่างมากเพราะมันเป็นกลิ่นที่เขารังสรรค์แก่ผู้หญิงที่เขารัก ‘Decia de Powell’ โดยเธอได้ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้เป็นเวลาถึง 4 ปี ก่อนที่มันจะถูกวางขาย

Guerlain-samsara

ธุรกิจครอบครัวดำเนินการมาถึงปี 1994 ก่อนที่จะถูกซื้อกิจการโดย LVMH Moët Hennessy • Louis Vuitton หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า LVMH อาณาจักรแบรนด์ลักชัวรี่โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง Bernard Arnault ผู้ซึ่งนั่งแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของโลกในปี 2022 นี้เอง

Jean-Paul เกษียณในปี 2002 แต่ยังคงรับหน้าที่ที่ปรึกษาให้กับเกอร์แลงจนกระทั่งส่งไม้ต่อให้ Thierry Wasser ผู้ดำรงตำแหน่งนักปรุงน้ำหอมคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ของเกอร์แลง และยังถือเป็นคนแรกนอกสายเลือดของตระกูลอีกด้วย Thierry ใช้เวลาช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นในสวิตเซอร์แลนด์ เขามีแพสชั่นต่อสมุนไพรตั้งแต่ครั้นเยาว์วัยโดยเขามักจะเก็บเกี่ยวมันแล้วนำมาทำให้แห้งเพื่อเก็บเป็นคอลเล็กชั่นสมุนไพรของเขา เมื่อถึงวัย 20 Thierry ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านศาสตร์การปรุงน้ำหอมในเจนีวาอย่าง Givaudan เพื่อที่จะสานแพสชั่นของตนสู่เส้นทางนักปรุงน้ำหอม

thierry-wasser
Instagram @Thierry Wasser

ฝีมืออันไม่ธรรมดาของ Thierry ทำให้ Givaudan ถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่า ‘นักปรุงน้ำหอมชั้นดีในปารีส’ ต่อมาในปี 1993 Thierry ได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตน้ำหอมอย่าง Firmenich ในนิวยอร์ก ก่อนที่จะกลับไปปารีสในอีก 9 ปีต่อมาเพื่อทำงานในศูนย์การสร้างสรรค์ จนกระทั่งในปี 2007 เขาได้มีผลงานคอลแลบกับน้ำหอมสองตัวจาก เกอร์แลง Iris Ganache และ Quand vient la pluie

ประสบการณ์ความช่ำชองในเส้นทางน้ำหอมที่สั่งสมมาทำให้ Thierry ได้ดำรงตำแหน่ง Guerlain Master Perfumer ในปี 2008 จวบจนปัจจุบัน เขามีผลงานการรังสรรค์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น La Cologne du Parfumeur, L’Homme Idéal, Mon Guerlain, กลิ่นใหม่ในคอลเล็กชั่น Aqua Allegoria และคอลเล็กชั่นน้ำหอมชั้นสูงระดับ Haute Parfumerie ‘L’Art & La Matière’ ที่มีกลิ่นยอดนิยมทั่วโลกอย่าง Rose Chérie, Nérori Outrenoir และ Musc Outreblanc กลิ่นที่เรายกให้ชนะรางวัล Editor’s Pick จาก ELLE Thailand Beauty Awards ในปี 2022 นี้อีกด้วย

musc-outreblanc

เอกลักษณ์และเรื่องราวอันทรงคุณค่าของแบรนด์ที่ถูกสืบสานมานับร้อยปี การเป็นผู้ผลิตในทุกขั้นตอน รวมถึงการมีนักปรุงน้ำหอมภายใต้ชายคาเกอร์แลงตลอดมานี่แหละ คือจุดยืนอันแข็งแกร่งของแบรนด์ความงามเก่าแก่นี้ที่เราเชื่อว่าจะอยู่ยงอย่างมั่นคงไปอีกนานเท่านาน

Source: 1 2 3 4 5 6 7

Cover Photo Courtesy: Guerlain

RELATED STORY

Chanel-Kristen-Stewart
คริสเทนบอกว่าเธอรู้สึกโชคดีที่ระหว่างทำงานร่วมกันกับแบรนด์ Chanel เธอไม่เคยรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเลย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.