fbpx

I

In the mag

เปิดมุมมองพลังบวกของ อิ้งค์-วรันธร นักร้องสาวผู้ส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน

เรื่องอะไรที่ทำให้เธอถึงกับร้องไห้กลางสัมภาษณ์

เปิดมุมมองพลังบวกของ อิ้งค์-วรันธร นักร้องสาวผู้ส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน

เรื่องอะไรที่ทำให้เธอถึงกับร้องไห้กลางสัมภาษณ์
สมัยเป็นเกิร์ลกรุ๊ปค่ายกามิกาเซ่เมื่อ 13 ปีก่อนเธอดูใสๆ ครั้นเป็นนางเอกหนังเมื่อ 5 ปีก่อนเธอดูขาวๆ วันนี้ที่เธอยึดอาชีพศิลปินเดี่ยวซึ่งเป็นสิ่งที่รักมาตั้งแต่ 7 ขวบ อิ้งค์-วรันธร เปานิล บอกว่าเธอ ‘เลือก’ ที่จะสดใสเป็นสีขาวในสายตาสาธารณชน เพราะ “ไม่ใช่หน้าที่คนฟังที่ต้องมารับรู้ความทุกข์ของศิลปิน”

ELLE: ตอนยังไม่ได้เป็นอิ้งค์-วรันธรเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้จัก รู้สึกอย่างไร

INK: โล่งมาก จำได้ว่าตอนออกเพลงแรก ‘เหงาเหงา’ เราไม่ได้คิดอะไรเลย พอไม่มีคนรู้จักมันคือศูนย์เท่ากัน เรากำลังทำความรู้จักกับทุกคน ไม่ใช่ทุกคนรู้จักฉันแล้วฉันจะทำตัวอย่างไรดี เวลาไปร้องเพลงก็พยายามร้องให้เขารู้จักเรา อยากให้เพลงเราไปถึงหูเขา ไฟและความตื่นเต้นก็เหมือนจะมากกว่าตอนมีคนรู้จักแล้ว อิ้งค์ว่ามันเป็นความรู้สึกที่…น่ารัก ดีใจที่ตอนนั้นอิ้งค์ไม่ได้เครียดว่าทำไมไม่มีคนรู้จัก ทำไมไม่ดังเสียทีแล้วก็ถอย แต่เราคิดว่า หูย…เพลงแรกมีคนรู้จักเยอะกว่าที่คิด

ELLE: แล้วตอนนี้รู้สึกอย่างไร

INK: คิดว่าการที่เราคิดว่าต้องทำให้ดี ต้องทำเพลงให้ได้รางวัล มียอดวิวเยอะๆ ทำให้ทุกคนพอใจ มีหลายครั้งที่เราลุ้นไปกับรางวัลแล้วนั่งเศร้าว่าทำไมไม่ได้ เราไปโฟกัสผิดจุด แค่เราได้ร้องเพลงก็ดีเท่าไรแล้ว และกว่าจะเป็นอิ้งค์-วรันธรก็ไม่ง่าย แค่มองว่าเรามีสิ่งที่คนอื่นอยากมีและเรากำลังทำมันอยู่ เรามองว่าเป็นเรื่องเครียดมันใช่เหรอ แต่อิ้งค์ยังเครียดอยู่เวลามีคนว่าเรื่องดนตรีไม่ดี

ELLE: ฟังเพลงใหม่ๆบ้างไหม

INK: ฟังๆ Blackpink นี่ชอบมาก ปลุกความติ่งในตัวออกมาอัตโนมัติ และในฐานะศิลปินด้วยกันเรามองว่าจุดที่เขายืนอยู่ก็ไม่ง่าย เพลงเขาสร้างความสุขให้กับคนทั้งในทางดนตรีและแฟชั่น เห็นแล้วแฮปปี้ อิ้งค์ชื่นชมศิลปินทุกแนว ไม่เคยคิดเลยว่าศิลปินคนนี้ไม่ควรดัง เวลาเห็นใครได้รางวัลเรารู้สึกชื่นชมเสมอว่าเขาสมควรได้รับ ทุกคนลำบากทั้งในจุดของตัวเอง ไม่มีใครที่อยู่ๆก็ดัง ต้องมีเบื้องหลัง ขนาดเรามีชื่อเสียงแค่นี้ยังเคยทุกข์ใจมาก คนที่มีชื่อเสียงมากกว่าเราเขาจะมีความทุกข์มากแค่ไหน
‘คุณย่าเราแก่ลงขนาดนี้เลยเหรอ’

อิ้งค์เล่าให้ฟังว่า 3 ปีหลังงานชุกมาก บางวันขึ้นเหนือ อีกวันล่องใต้ และเตรียมจะร่วมงานกับต่างประเทศ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนโควิด-19 จะมาเยือนมนุษยชาติ

INK: ก่อนโควิดอิ้งค์งานเยอะมาก ใช้ชีวิตแบบไม่อยู่บ้านเลย แต่พอมีโควิดอิ้งค์อยู่บ้านตลอด ไม่ได้มองว่าโควิดดีแต่มันยากที่ในวัย 26 เราจะได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับคุณย่า ไม่ต้องตื่นมาเพื่อไปไหน เหมือนไม่ได้ปิดเทอมมานานแล้ว ในเรื่องงานแปลนทั้งหมดในปีนี้พังหมดเลย ต้องคิดแผนใหม่ เพลงใหม่ก็เกิดช่วงโควิด

ELLE: น้ำเสียงดูดีใจที่ได้ปิดเทอม แต่ลึกๆแล้วทำไมดูเศร้า

INK: (เสียงสั่น) คุณย่า…ก็อายุมากแล้ว

ELLE: ถ้าจะร้องๆเลยไม่ต้องกลั้น

INK: (ร้องไห้ทันที) พอได้อยู่กับท่านรู้สึกว่าย่าแก่ลงไปมาก น้องชายทำไมดูโตขึ้นเยอะ ทำไมจัดการชีวิตเก่งจัง น้องเราโตถึงขนาดบวชได้แล้วเหรอเนี่ย มันแค่ 5 ปีเองที่เราเข้ามาทำงานตรงนี้ แต่มันดีมากที่ทุกเย็นเราได้นั่งกินข้าวด้วยกันกับที่บ้าน อิ้งค์ไม่ได้ทำแบบนี้มา 3 ปีเห็นจะได้ตั้งแต่เริ่มมีงานเยอะๆ แล้วตอนนี้พอทุกอย่างเริ่มเปิดก็ใช่ว่าจะกลับมาเหมือนเดิม อิ้งค์ขอเวลา 1 เดือน ขอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามีงานร้องเพลงในผับบาร์เราไม่อยากเสี่ยงนำเชื้อไปติดคนที่บ้าน

ELLE: เรื่องดีๆที่เกิดจากการปล่อยพลังบวกสดใสสีขาวออกไปมีอะไรบ้าง

INK: มีแฟนเพลงคนหนึ่งเป็นมะเร็ง เขาทำคีโมจนผมร่วงต้องโกนผมหมด อิ้งค์ส่งคลิปไปให้เขาพูดว่า ‘ถ้าหายแล้วมาดูคอนเสิร์ตอิ้งค์นะคะ’ วันหนึ่งเขามาและเขาหายแล้ว หลังจากนั้นเขาตามดูอิ้งค์ทุกคอนเสิร์ต เขาบอกว่าอิ้งค์ทำให้เขามีกำลังใจ เขาทำให้อิ้งค์เห็นคุณค่าของการมีชื่อเสียง (ร้องไห้) บางทีเราคิดว่าอึดอัดจังเลย มีคนขอให้อิ้งค์อัดคลิปเยอะมาก แต่เราไม่คิดหรอกว่าคลิปที่เราถ่ายแค่ 10 วินาทีจะทำให้คนคนหนึ่งมีชีวิตอยู่

ELLE: เราเลยฝึกให้ตัวเองปล่อยแต่พลังบวกออกไป

INK: สิ่งที่เราแสดงออกไปเป็นดาบสองคม เราไม่รู้ว่าคนที่ดูเราอยู่เขาดูเราในสถานการณ์ไหนของชีวิต เขากำลังเศร้าอยู่แล้วมาเจอเราแชร์เรื่องไม่ดี มันก็ยิ่งเป็นพลังลบ อะไรที่ไม่ดีอิ้งค์เลยจะจัดการกับตัวเอง

ELLE: ถ้าทุกข์ใจอยู่แล้วต้องขึ้นไปร้องเพลงเดี๋ยวนี้ อิ้งค์จัดการตัวเองอย่างไร

INK: ปีที่แล้วอิ้งค์ตรวจเจอเนื้องอกในมดลูก มันทำให้อิ้งค์เติบโตขึ้นในอาชีพเยอะมาก เราทำอาชีพนี้ คนต้องไม่รู้ว่าเราเครียดอยู่ พอขึ้นเวทีเราต้องทิ้งความทุกข์ไว้ข้างล่าง คนดูไม่เกี่ยว เขาไม่มีหน้าที่ต้องมารับรู้ความทุกข์ของเรา ไม่ใช่ขึ้นเวทีปุ๊บประกาศเลยว่า ทุกคนคะ อิ้งค์เป็นเนื้องอก แล้วคนดูจะดูเราร้องเพลงด้วยความรู้สึกแบบไหน มีอยู่งานหนึ่งอิ้งค์ต้องไปเล่นต่างจังหวัด รถตู้จะมารับ 11 โมง แล้วคุณปู่เสียที่บ้านตอน 10 โมง แต่เราต้องขึ้นรถตู้ไป ตอนนั้นดาวน์มาก แต่แม่บอกว่าคนดูไม่จำเป็นต้องมาเศร้าไปกับเรา เขามาดูเราเพราะอยากรับความสุข เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

RELATED STORY

aokbab-cover-chanel
"เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้"
Baifern-Pimchanok-ELLE-Thailand
หนึ่งในการบ้านที่เฟิร์นต้องทำคือพัฒนาตัวละคร เราเลยต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครที่เราจะเป็นด้วย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.