I

Art & Culture

ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากลที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงทั่วโลก

วันสำคัญเพื่อระลึกถึงการต่อสู้ของแรงงานหญิงและความเท่าเทียมทางเพศ
Share on facebook
Share on twitter
international-womens-day
international-womens-day

Art & Culture

Share on facebook
Share on twitter

ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากลที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงทั่วโลก

วันสำคัญเพื่อระลึกถึงการต่อสู้ของแรงงานหญิงและความเท่าเทียมทางเพศ

วันสตรีสากลเป็นวันที่เฉลิมฉลองความสำเร็จทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมืองของผู้หญิง และวันนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงสามารถบอกเล่าปัญหาที่พวกเธอพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดเพศ การกดขี่ทางเพศ การคุกคาม การให้ค่าแรงอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น พร้อมกับรณรงค์และส่งเสริมให้คนตระหนักถึงสิทธิสตรีได้อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพามาย้อนรอยชมประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงจนถึงปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรและมีอะไรเปลี่ยนไปแล้วบ้าง

Getty Images

ที่มาของวันสตรีสากล

วันสตรีสากล (International Women’s Day หรือ IWD) คือวันที่ 8 มีนาคมเป็นประจำของทุกปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้เรียกร้องของแรงงานหญิงโรงงานทอผ้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1857 พวกเธอต่อสู้เพราะต้องการค่าแรงที่เป็นธรรมและเพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น แรงงานหญิงต่างไม่ต้องการการกดขี่ข่มเหงใช้งานเกินขีดจำกัด เพราะในยุคนั้นผู้หญิงทำงาน 12-15 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนหญิงตั้งครรภ์ก็จะถูกไล่ออก แต่เมื่อประท้วงแล้วกลับกลายเป็นว่ามีการล้อมปราบจนก่อให้เกิดการสูญเสียไม่น้อย จนเวลาล่วงเลยมาสู่ต้นยุค 1900s ยังคงมีการประท้วงอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องในด้านสวัสดิการแรงงานและการให้สิทธิผู้หญิงในการเลือกตั้ง ซึ่งการเรียกร้องในครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้หญิงมากมายทั่วโลกและเรียกได้ว่าเป็นการสั่นคลอนระบบการผลิตแบบทุนนิยมเป็นอย่างมาก

ต่อมาเมื่อปีค.ศ 1910 พวกเธอผลักดันให้ตัวแทนกลุ่มแรงงานกว่า 100 คน จาก 17 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมสมัชชาแรงงานหญิงในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กเพื่อเสนอข้อเรียกร้องให้ลดเวลาการทำงานให้เหลือ 8 ชั่วโมง หาความรู้เพิ่มเติม 8 ชั่วโมง และพักผ่อนอีก 8 ชั่วโมง พร้อมกับกำหนดให้นายจ้างต้องให้ค่าจ้างแก่เพศหญิงเท่าเทียมกับเพศชาย คุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็ก นอกจากนี้พวกเขายังได้ยอมรับแนวคิดของ Clara Zetkin นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้สนับสนุนสิทธิสตรีชาวเยอรมันที่เกี่ยวกับการกำหนดให้มีวันสตรีสากลสำหรับทั่วโลก ซึ่งข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้เป็นมติเอกฉันท์อีกด้วย

Clara Zetkin

อย่างไรก็ตาม แรกเริ่มไม่ได้มีการกำหนดวันสตรีสากลอย่างเฉพาะเจาะจงจนเวลาดำเนินมาถึงช่วงสงครามโลก ผู้หญิงรัสเซียได้ออกมาร่วมชุมนุมในวันสตรีสากลในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามปฏิทินจูเลียน ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมในปฏิทินเกรโกเรียนที่ใช้กันในประเทศตะวันตก โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นนำมาสู่การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 จนสามารถล้มล้างระบอบราชาธิปไตยได้ รัฐบาลเฉพาะกาลในขณะนั้นจึงอนุมัติให้ผู้หญิงมีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้ง จนในปีต่อๆ มา ประเทศอื่นๆ ในยุโรปก็เริ่มเฉลิมฉลองตามวันที่ 8 มีนาคม และในที่สุดวันสตรีสากลได้รับการเฉลิมฉลองอย่างเป็นครั้งแรกโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อค.ศ 1975 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 8 มีนาคมก็กลายเป็นวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ

การเฉลิมฉลองวันสตรีสากล

วันสตรีสากลถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญและเป็นวันหยุดราชการในหลายๆ ประเทศ อาจมีการเฉลิมฉลองด้วยการซื้อของขวัญให้กับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น การ์ด เครื่องสำอาง ช็อคโกแลต หรือดอกไม้ อย่างในอดีตช่วงสงครามโลกที่เศรษฐกิจไม่ดีนักและทำให้หาของขวัญได้ยาก ชาวโปแลนด์ก็จะให้ถุงน่อง ผ้าขนหนู หรือไม่ก็กาแฟ แต่ในปัจจุบันจะเป็นการให้ดอกทิวลิปแทน ส่วนในประเทศอิตาลีก็จะมอบดอกมิโมซา และบางบริษัทในจีนอาจลดเวลาทำงานให้กับลูกจ้างหญิงครึ่งวัน เป็นต้น 

สีประจำวันสตรีสากล

ทางสมัชชาแรงงาน Women’s Social and Political Union (WSPU) ในสหราชอาณาจักรได้เลือกให้ สีม่วง สีเขียว และสีขาว เป็นสีประจำวันสตรีสากล แต่ละสีก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป โดยสีม่วง หมายถึง ความยุติธรรมและศักดิ์ศรี สีเขียวสื่อถึงความหวัง และสีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์

ธีมวันสตรีสากลประจำปี 2022

ส่วนธีมและการเฉลิมฉลองวันสตรีสากลปีนี้จัดขึ้นภายใต้แคมเปญ #BreakTheBias ซึ่งมีความหมายว่า การทำลายอคติ โดยแคมเปญนี้ต้องการแสดงถึงจุดยืนต่อต้านอคติที่มีต่อเพศหญิง เช่น การเหมารวม (stereotype) การเลือกปฏิบัติ การสร้างมายาคติต่างๆ รวมไปจนถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศ นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์โดยการร่วมถ่ายภาพตนเองพร้อมกับติดแฮชแท็กในชื่อเดียวกันกับแคมเปญเพื่อเป็นการกระจายข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับปัญหาที่ผู้หญิงพบเจอนั่นเอง

“ลองจินตนาการถึงโลกที่มีความเท่าเทียม โลกที่ปราศจากอคติ การเหมารวม และการเลือกปฏิบัติ โลกที่มีความหลากหลาย ความเท่าเทียม ความทั่วถึง โลกที่ความแตกต่างนั้นมีค่าและได้รับการเชิดชู เมื่อเราร่วมมือกันเราสามารถสร้างความเสมอภาคแก่ผู้หญิงได้ เมื่อเราร่วมมือกันเราทุกคนก็จะสามารถ #BreakTheBias ได้”

ในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์ของความเท่าเทียมทางเพศนั้นมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต เพราะสิทธิสตรีเริ่มมีความก้าวหน้าทัดเทียมกับเพศชายในประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว ทว่ายังคงมีอีกหลายประเทศบนโลกใบนี้ที่ผู้หญิงยังคงต้องต่อสู้กับระบบชายเป็นใหญ่อย่างยากลำบาก และการเรียกร้องสิทธิเพื่อเพศหญิงยังคงต้องดำเนินต่อไปจนกว่าสังคมจะตระหนักเห็นถึงปัญหาและร่วมมือช่วยกันแก้ไขเพื่อให้สังคมมีความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง

เรื่อง: ภัทรณกัญ อนันเต่า

เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล

Source: 1, 2

Cover Photo Courtesy: Getty Images

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

RELATED STORY

Bob Mackie เปิดใจ! มันคือเรื่องพลาดครั้งใหญ่ที่ Kim Kardashian ใส่ชุดในตำนานของ Marilyn Monroe
แม้แต่ตัวดีไซเนอร์ถึงกับออกปากไม่ปลื้มกับการนำชุดมาใส่ครั้งนี้
ย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 75 ปีของเทศกาลหนังเมืองคานส์
เรื่องราวที่น่าสนใจตลอด 75 ปีที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
อยากมีเพื่อนแบบ Cara Delevingne! โมเมนต์ที่ทุกคนต่างพูดถึงที่งาน Billboard Music Awards 2022
ความทุ่มเทแบบสุดไม่ว่าจะวิ่งเข้าไปช่วยบนพรมแดงหรือลงไปนอนถ่ายรูปให้ที่พื้น

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.