I

Food & Drink

หน้าร้อนนี้หาที่เที่ยวกันอยู่ใช่ไหม? เรามี 8 เหตุผลมาบอกว่าทำไมต้องไปที่นี่ “ITHAAFUSHI ISLAND”

หนีความวุ่นวายไปสู่สวรรค์บนดินที่มัลดีฟส์
Share on facebook
Share on twitter

Food & Drink

Share on facebook
Share on twitter

หน้าร้อนนี้หาที่เที่ยวกันอยู่ใช่ไหม? เรามี 8 เหตุผลมาบอกว่าทำไมต้องไปที่นี่ “ITHAAFUSHI ISLAND”

หนีความวุ่นวายไปสู่สวรรค์บนดินที่มัลดีฟส์

หากหน้าร้อนนี้หนุ่มๆหลายคนกำลังหาที่เที่ยว เพื่อท่ีจะหลีกหนีปัญหาพักผ่อนสมองออกไปใช้ชีวิตเงียบสงบซักพัก เรามีเกาะส่วนตัวมาแนะนำที่เหมือนกับหนุ่มๆหลุดไปอยู่อีกโลกนึงหรือเรียกว่าสวรรค์บนดินเลยก็ว่าได้ เรามี 8 เหตุผลมาแนะนำว่าทำไมถึงต้องไปที่นี่ “ITHAAFUSHI ISLAND” 

1. Waldorf Astoria Maldives ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวที่ชื่อว่า Ithaafushi อยู่ห่างจากสนามบินเมือง Male ที่ทุกท่านจะต้องลงเครื่องบินที่นี่ เพียงแค่ 30 นาทีทางเรือ ขอขีดเส้นใต้ว่าทางเรือ ซึ่งนับว่าใกล้มาก เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องไปนั่งลุ้น นั่งสวดมนต์นั่งเสียเวลากับต่อ Sea Plane ให้ยุ่งยาก เพราะการต่อ Sea Plane นั้นมีความไม่แน่นอน ต้องดูฟ้าฝนว่าเป็นใจหรือไม่ หากพายุเข้าเครื่องบินก็ไม่ขึ้น
2. เพื่อความเอ็กซ์คลูซีฟ ทางรีสอร์ตได้เตรียมเรือยอชต์สุดหรู สามชั้น สี่ห้องนอน ไว้คอยรับส่งแขกระหว่างสนามบิน Male และตัวรีสอร์ตเอง เพื่อความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องปะปนกับใคร
3. อาจจะกล่าวได้ว่า ที่นี่เป็นรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในมัลดิฟส์ ประกอบด้วย 122 พูลวิลล่า ซึ่งมีหลายประเภท ทั้งวิลล่าบนชายหาดวิลล่าบนมหาสมุทรอินเดีย หรือวิลล่าครึ่งบกครึ่งน้ำ(คือข้างหน้าเป็นมหาสมุทร ข้างหลังเป็นชายหาด) ไปจนถึงวิลล่าที่เป็นเกาะส่วนตัว ที่คุณสามารถจัดปาร์ตี้ให้เพื่อนของคุณไปค้างได้ซักซัก 20 คน เพราะวิลล่าแบบเกาะส่วนตัวนี้ มี 8 ห้องนอน 5 สระว่ายน้ำ มีสปาและยิมส่วนตัว นอกจากนี้ทางรีสอร์ตยังยินดีต้อนรับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัวทุกวัย

4.อาหารเป็นสิ่งสำคัญมากในการพักผ่อนที่มัลดิฟส์ถ้าคุณเจอโรงแรมที่อาหารไม่ได้เรื่องจริงๆ French Fries และใส้กรอก ของคุณก็อาจจะเศร้าตามได้ ซึ่งคุณต้องทำใจกับอาหารของโรงแรมส่วนใหญ่ของมัลดิสฟ์ แต่สำหรับรีสอร์ตนี้หมดห่วงได้เลยเรื่องอาหาร เพราะทั้งโรงแรมมีห้องอาหารทั้งหมด 11 แห่ง มีทั้งอาหาร จีน,ฝรั่ง,ตะวันออกกลาง,ก๋วยเตี๋ยวนานาชาติ ไปจนถึง ห้องกิลล์ อย่าง Thr Ledge ของเชฟมิชลิน Dave Pynt แห้งร้าน Burnt Ends ซึ่งรับรองว่า คุณจะไร้กังวลเรื่องอาหารไปอย่างแน่นอน

5. หากคนที่มาเที่ยวมัลดีฟส์แล้ว คงรู้ว่าหาดทรายที่นี่ ไม่ว่าจะเกาะไหนก็แล้วแต่ ทรายจะมีความหยาบ คาวมสาก เมื่อเหยียบแล้วเนื้อสัมผัสไม่ละมุนฝ่าเท้า ซึ่งตรงข้ามกับรีสอร์ตนี้เลย สาเหตุที่ทรายที่นี่มีความนุ่มเป็นเพราะว่า ทรายที่นี่ไม่ใช่ทรายของเกาะนี้ แต่ทางรีสอร์ตได้นำทรายมาจากที่อื่นเข้ามาถมที่ทั้งหมดเพื่อสร้างความนุ่มละมุ่นให้แก่ชายหาด
6. Amber Bar คือบาร์ที่หันไปยังทิศตะวันตก ซึ่งเหมาะแก่การนั่งจิบแชมเปญชมพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างมาก ความพิเศษของบาร์นี้ อยู่ที่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของบาร์นี้คือ Minotti แค่ราคาเก้าอี้ตัวหนึ่งที่คุณนั่งจิบแชมเปญชมพระอาทิตย์ตก ก็คุ้มค่ากับตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-มัลดิฟส์แล้ว
7. เวลาที่เกาะ Ithaafushi ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตแห่งนี้ จะเร็วกว่าเกาะอื่นๆของมัลดีฟส์ รวมทั้ง Male หนึ่งชั่วโมง จึงทำให้แขกของโรงแรมนี้ มีช่วงเวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศ Sunset ได้นานกว่าเกาะอื่นๆ
8. ถ้าคุณต้องการความตื่นเต้นในช่วงอาหารเช้า ขอให้ลองกับบริการพิเศษ Floating Breakfast ที่จะเสิร์ฟถึงสระว่ายน้ำภายในวิลล่าที่พักของคุณ รับรองว่าตื่นตาตื่นใจ แค่ถ่ายรูปโพสต์ในไอจีก็สนุกเกินบรรยายแล้ว

TRIP TRIVIA 
– Bangkok Airways มีเที่ยวบินตรงระหว่าง กรุงเทพ-มัลดีฟส์ ทุกวัน เดินทางประมาณสี่ชั่วโมง
สามารถใช้เงินอเมริกันดอลลาร์บนเกาะ Ithaafushi ได้เพราะราคาทุกอย่างบนเกาะนี้เป็นอเมริกันดอลลาร์
-เวลาบนเกาะ Ithaafushi ช้ากว่าเวลาประเทศไทยหนึ่งชั่วโมง
เวลามาตรฐานของมัลดีฟส์ และเกาะ Male (เมืองหลวง) ช้ากว่าเวลาประเทศไทยสองชั่วโมง
– คนไทยไม่ต้องทำวีซ่าในการไปเที่ยวเกาะมัลดีฟส์ หากอยู่ไม่เกิน 30 วัน
– ช่วง Low Season (ฤดูฝน) อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ในขณะที่ช่วง High Season (ฤดูร้อน) จะอยู่ระหว่างเดือนพฤจิกายนถึงเดือนเมษายน
สามารถเช็กรูปและแพ็กเก็จได้ที่ www.waldorfastoriamaldives.com
เรื่องโดย : Duang Pausawasdi

Share on facebook
Share on twitter
Share on email