I

In the mag

ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของชีวิตตนเองและเป็น ‘เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร’ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

ถ้าเราอยู่ตรงไหนแล้วแฮปปี้ เราจะอยู่ตรงนั้น ถ้าอึดอัดใจเราจะไม่อยู่ เราจะไม่บังคับตัวเองอีกแล้ว มันไม่จำเป็น มันหนักหัวใจ
Share on facebook
Share on twitter

In the mag

Share on facebook
Share on twitter

ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของชีวิตตนเองและเป็น ‘เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร’ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

ถ้าเราอยู่ตรงไหนแล้วแฮปปี้ เราจะอยู่ตรงนั้น ถ้าอึดอัดใจเราจะไม่อยู่ เราจะไม่บังคับตัวเองอีกแล้ว มันไม่จำเป็น มันหนักหัวใจ

และแล้ว 25 ปีในวงการบันเทิงก็ผ่านไป นางเอกระดับซูเปอร์สตาร์เมืองไทยกลายเป็นแม่คน แต่ไม่ยอมให้ตัวตนเหลือแค่การเป็น แม่น้องโนล่า หากยืนหยัดจะเป็นทั้งนักแสดง ลูกสาว พี่สาว เพื่อน ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของชีวิตตนเองและเป็น ‘เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร’ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด 

เจนี่ซึ่งย้ายมาจากลอสแอนเจลิสได้ไม่นานได้งานแรกคือถ่ายมิวสิกวิดีโอ Only You ของเจอาร์-วอย กูเกิ้ลบอกว่าเพลงของดูโอ้คู่นี้ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 เรามองปีพุทศักราชสลับกับมองหน้าเจนี่ “เจนเข้ามาวงการนี้ 20 กว่าปีแล้ว โอ้โห! เจนไม่คิดว่าจะอยู่มาถึงวันนี้ เจนเล่นมาทุกบท ทุกบทแล้วจริงๆ (เน้นเสียง) แล้วก็เป็นวัฏจักร แล้วก็ตัน เจนจะไปเล่นบทอะไรได้อีก” เธอเล่าน้ำเสียงกระตือรือร้นเหมือนค้นพบความสุขเล็กๆเมื่อรื้อค้นความทรงจำเก่าๆ “เราเป็นคนดูหนังเยอะด้วย แต่พอดูละครไทยก็จะเป็นวัฏจักรเดิม ไม่ได้เป็นเหมือนฮอลลีวู้ดหรือเกาหลีที่นักแสดงอายุมากแล้วยังรับบทนำอยู่ แต่บ้านเราจะยังมีลุคเดิมๆที่นางเอกต้องดูเด็กหรือพระนางต้องดูอายุเท่าๆกัน แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว นักแสดงอายุมากก็ยังรับบทนำได้อยู่ ฮอลลีวู้ดเป็นมานานแล้ว เกาหลีก็เป็น ตอนนี้มาถึงไทยแล้ว เราเลยมั่นใจที่จะกลับมาเล่นละครอีกครั้ง”

เธอยกตัวอย่าง แอน ทองประสม ที่กลับมาเล่นละครเรื่องแรกในรอบ 6 ปีกับเจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข เจนี่ก็หวนคืนจออีกครั้งในรอบ 3 ปีใน ‘มัดหัวใจยัยซุปตาร์’ ละครเรื่องใหม่คู่กับ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ “ช่วงที่หยุดพักงานไปไม่ใช่ว่าไม่อยากเล่นละครแล้ว แต่รอบทที่เหมาะสมกับเรา เป็นบทอะไรก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก แต่เป็นบทที่เราสบายกายใจที่จะเล่น ไม่ใช่บทที่ต้องแอ๊บน่ะค่ะ นึกออกไหม แล้วเราไม่ใช่เด็กๆแบบเมื่อก่อนแล้วที่ทำงานจะได้เอาตังค์มากินขนม วันนี้เราทำทุกอย่างด้วยใจ เราเคารพในอาชีพ เพราะว่าอาชีพนี้ให้เราอยู่มา 20 กว่าปี เราต้องแสดงและใส่ความรู้สึกลงไปด้วย ไม่ใช่แค่ละคร งานอื่นๆ อย่างถ่ายแบบ หรือถ่ายโฆษณา งานเคารพเรา เราก็เคารพตอบ

ตั้งแต่เล่นละครเรื่องแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 มีแค่ 2 ครั้งที่เจนี่ไม่ได้มีงานละครทุกปี ครั้งแรกคือปี พ.ศ. 2561 ที่เธอแต่งงานกับมิกกี้ ครั้งที่ 2 คือเมื่อเธอคลอดลูกสาว โนล่า-ณเพชร ณ ป้อมเพชร ซึ่งบัดนี้คือสมาชิกในครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก “ช่วงที่พักไปนานก็มีงานติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่เจนบอกว่ายังไม่พร้อมและไม่รู้ว่าจะพร้อมเมื่อไรด้วย พอลูก 1 ขวบ เจนก็ยังไม่พร้อม เรารู้สึกว่าเขายังต้องการเราอยู่ วันนี้ที่เขา 2 ขวบ เขาโตพอจะรู้เรื่องและอยู่กับพ่อได้ เจนถึงกลับมาทำงาน ก่อนเปิดกล้องละคร 1 เดือน เจนให้ลูกอดนมเลย เจนบอกมิก (มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร) ว่า ‘เบบี๋อยู่ข้างบนกับลูกนะ เจนจะลงไปนอนข้างล่าง’ ไม่อย่างนั้นเขาตื่นกลางดึกแล้วจะเรียกหานมแม่ 

พอกลับมาทำงาน เจนทำงานเต็มที่อย่างปกติที่ต้องทำ ไม่มีกำหนดเวลาว่าจะทำงานถึงเวลานี้ ไม่มีการบอกทีมงานว่าต้องปล่อยคิวตอนนี้นะคะ เจนต้องกลับไปให้นมลูก มันไม่ใช่ เราไปทำงานในฐานะนักแสดงและวางความเป็นแม่ไว้ที่บ้าน เราต้องชัวร์ก่อนแล้วว่าพ่อเอาลูกเข้านอนได้และจะไม่เอาความเป็นแม่มาเป็นข้ออ้างในการทำงาน เดี๋ยวจะเป็นภาระของกองถ่ายไปด้วย ทุกคนทำกับเจนเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเจนเป็นแม่แล้วต้องปฏิบัติกับเจนต่างไป” 

ห่างหายจากงานแสดงไปนาน พอได้กลับมาทำงานอีกครั้งเจนี่อธิบายความรู้สึกตนเองว่า ‘หิว’ “ไปกองถ่ายเหมือนได้กลับบ้าน เราโตมากับสิ่งนี้ พอหายหน้าไปนานก็กลับมาด้วยแพสชั่นที่มากกว่าเดิม เหมือนคนหิว เรารักกองถ่าย รักการทำงานตรงนี้ เรื่องข่าวต่างๆ…เราไม่ชอบไม่ได้ มันเป็นของที่มาคู่กัน บางวันเราก็ร้องไห้ บางวันก็เครียดมาก แต่เจนไม่ใช่คนวี้ดเหวี่ยง โกรธก็เงียบ เสียใจก็ร้องไห้เงียบๆคนเดียวในห้อง รู้สึกว่าคนเราไม่จำเป็นต้องดราม่าต่อหน้าใคร เจนเลยควบคุมอารมณ์ได้แม้จะโดนถามจี้ใจดำขนาดไหนก็ตาม กลืนมันลงไปค่ะ แล้วคนจะมองไปทางคนถามแทนว่าถามออกมาได้ยังไงคำถามแบบนี้”  

เธอเลยเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังความรู้สึกของคลิปในตำนานเมื่อหลายปีก่อน “มีครั้งหนึ่งเจนโดนนักข่าวถามจนหัวร้อนลุกเป็นไฟ โกรธจนชา เจนพูดออกไปแบบไม่รู้ตัวประมาณว่า ‘ถามได้ยังไง’ แต่ยังยิ้มอยู่นะ (ช่างแต่งหน้าแก้ประโยคที่ถูกต้องให้ว่า ‘พี่เจนพูดว่า ‘พี่ว่าคำถามนี้มันน่าตอบไหม เป็นหนู หนูไม่ถามนะ มารยาทนิดหนึ่งค่ะ’) เชื่อไหมว่าทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงียบกันหมด เขาคงรู้ว่าเจนโกรธมาก นี่เล่าให้ฟังตอนนี้ยังมึนเลย (ตบหน้าผากตัวเองป้าบ!) ขึ้นรถมาก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไปจนต้องมาดูคลิปย้อนหลัง วันนั้นเจนโทร. หาแม่เลยนะ ถามว่าเจนมีสิทธิ์ที่จะโกรธใช่ไหม แม่เลยบอกว่าเจนอย่ามองในโลกในแง่ดีเกินไป มันเป็นข้อเสียของเจน แต่เจนมองว่ามันคือข้อดีที่แม่ทำให้เจนมองโลกในแง่ดี โดนด่าก็แค่ ‘อ๋อ เจ็บแฮะ’ หรืออย่างมากสุดก็แค่ถามออกไปว่า ‘ถามได้ยังไง’ แต่ถ้าใครมาทำกับลูกเราหรือครอบครัวเรานี่โดนนะ 

ปกป้องในยามจำเป็นแต่ไม่กางกั้นจนลูกไม่เห็นความเป็นจริง เจนี่ที่เปลี่ยนเข้าสู่โหมดมนุษย์แม่บอก “เจนคิดเยอะมากเรื่องที่เขาเป็นลูกเจนี่ การเป็นลูกดาราในประเทศนี้มาพร้อมอภิสิทธิ์มากมาย ไปไหนก็มีคนรู้จักว่านี่คือโนล่า พอมีคนทักเขาก็ก้มหน้านะคะ เขาทำตัวไม่ถูกและอธิบายไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร เจนเลยสอนให้เขาสวัสดีไหว้ทุกคน เรื่องอภิสิทธิ์ว่าเขาเป็นลูกเจนี่มันห้ามไม่ได้หรอก แต่เจนจะไม่ผลักดันลูกให้เข้าวงการ พูดตรงๆว่าไม่อยากให้ลูกเป็นดารา ถ้าหัวใจไม่แข็งแรงอย่าอยู่ตรงนี้ เขาจะไม่ได้ใช้ชีวิตที่เป็นคนปกติ ต้องอยู่บนความคาดหวังของคนอื่น คนเห็นดาราแล้วก็คาดหวังว่าเขาจะต้องดีเหมือนในละคร ต้องสวยเหมือนในหนัง แต่คนเราดีไปหมดไม่ได้หรอก เดี๋ยวมันจะอัจฉริยะไป เราอยู่บนโลกอย่างเป็นจริงดีกว่า” 

ทำงานในกองถ่ายขณะที่เด็กวัยเดียวกันไปเล่นสเกตช์ที่ห้างเวิลด์เทรดด้วยเพราะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดูแลมารดาและน้องสาว จนเข้าสู่ยุค Metaverse แล้ว เจนี่ยังคงมีโลกอีกใบอยู่ในกองถ่ายละครเช่นเคยก็เพื่อสร้างพื้นฐานชีวิตให้กับลูก–ที่เธอบอกว่าขอมีคนเดียวก่อนในยุคนี้ “เจนไม่อยากได้อะไรให้ตัวเองอะไรแล้ว เจนมีหมดแล้วนะของภายนอก ทุกวันนี้เจนทำทุกอย่างด้วยความรัก ไม่ได้ต้องทำงานเหมือนหนูถีบจักรแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังเซ็นสัญญากับช่อง 3 อยู่ แต่ก็เลือกงานนะคะ เราโตแล้ว แต่ไม่ได้ต่อรองได้มากหรอก (หัวเราะ) แต่เจนจะมีเหตุผลกับผู้ใหญ่ว่าเราเป็นแม่แล้ว ถ้าจะเลือกบทแสดงก็ไม่อยากขัดความรู้สึก เราจะมาเล่นบท bitchy จัดๆไม่ได้ คือร้ายแบบมุนินทร์ (หนึ่งในตัวละครแฝดจากละครเรื่องแรงเงา) ได้นะ แต่ถ้าร้ายไม่มีเหตุผล ลูกไปโรงเรียนก็โดน bully สิ ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้เปลี่ยนไปทำตัวเป็นแม่พิมพ์ดีงาม ก็ทำตัวปกติ”

แต่ก่อนเจนมีเป้าหมายในชีวิตว่าต้องออกกำลังกาย สุขภาพดี ทำงาน ตอนนี้เป้าหมายไม่ใช่เพื่อตัวเองแล้ว แต่ทำเพื่อลูกด้วย เจนอยากมีชีวิตที่ยาวนานจะได้อยู่กับลูกให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ อยากให้ลูกอายุ 20 แล้วเรายังจูงมือกันไปเที่ยวได้ และเราจะไม่ทำตัวเป็นภาระของลูก แม่ดูแลและหาเลี้ยงตัวเองได้ หนูไปมีชีวิตของตัวเองดีกว่า ตอนนี้ลูก 2 ขวบแต่เจนต่อบ้านเผื่อให้เขาแล้ว ตอนเด็กๆเจนไม่มีห้องส่วนตัวน่ะค่ะ นอนห้องเดียวกับพ่อแม่และน้องจนโต เจนเลยอยากให้เขามีพื้นที่ของตัวเองบ้างเหมือนที่ตอนเด็กๆเราอยากมีห้องส่วนตัวที่เราจะได้อัดเพลงลิฟต์-ออยและเขียนจดหมาย” วัยรุ่นยุค ’90s พูดขำๆ 

ถ้าชีวิตเจนี่นำไปสร้างเป็นละครมันจะเป็นละครแนวไหน เธอถามกลับว่าทำได้เรื่องเดียวหรือเปล่า “ทำได้หลายเรื่องเลยนะ ทั้งแนวคอเมดี้ โรแมนติก ดราม่า ครบรสไปหมด แต่ถ้าเป็นชีวิตลูก เจนอยากให้เขามีความคอเมดี้ในชีวิตเยอะๆ แม่อยากเห็นเขายิ้มเยอะๆ แต่ไม่ใช่ยิ้มอยู่บนทุ่งดอกไม้ ให้ยิ้มแบบรู้ว่า อ๋อ…ชีวิตมันเป็นแบบนี้นี่เอง” ฉะนั้นถามว่าเป้าหมายของเจนี่ที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เจนี่ที่เป็นแม่หรือเจนี่ที่เป็นนักแสดงคืออะไร เธอตอบแบบไม่ชะงักคำเลยว่า “ถ้าเราอยู่ตรงไหนแล้วแฮปปี้ เราจะอยู่ตรงนั้น ถ้าอึดอัดใจเราจะไม่อยู่ เราจะไม่บังคับตัวเองอีกแล้ว มันไม่จำเป็น มันหนักหัวใจ” 

เจนว่าเจนบาลานซ์ตัวเองได้พอสมควร ไม่ใช่ว่ามีลูกแล้วเรากลายเป็นแม่อย่างเดียว ทำตัวเป็นแม่ที่เหมือนดาวบริวารหมุนรอบลูก อีกหน่อยลูกคงไม่แฮปปี้หรอกถ้าเจนเป็นแม่แบบนั้น เจนอยากกลับมาในวงการเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าการเป็นแม่สมัยนี้เราเป็น working mum นะ เป็นแม่ที่มีอาชีพและเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเอง ตั้งแต่โนล่าเกิดจนถึง 2 ขวบ ลูกอยู่กับเจนทุกวัน ทุกวันนี้เขายัง ‘จะนม’ แล้วเอื้อมมือมาจับนม ซึ่งเจนไม่มีน้ำนมแล้ว กลางคืนเขาจะตื่นมา ‘จะนม’ อยู่อีก หัวนมแม่จะไปถึงเข่าแล้วลูก (หัวเราะ) รูปร่างเราก็รู้ว่ามันไม่เหมือนเดิมหรอก พอมีลูกแล้วรูปร่างก็เปลี่ยน เจนตั้งปณิธานไว้แต่แรกว่าจะให้นมแม่ล้วนๆ เราก็ต้องยอมรับสภาพไป ตอนนี้เรารักลูกมากกว่ารักรูปลักษณ์เราไปแล้ว”  

Story: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer : สุทธิวัฒน์ สังข์คง
Fashion Editor: ธันวา เทียมเมฆ 
Make Up : เจนจิรา พันธุ์วิเชียร  
Hair: สันติพงษ์ ขวัญเซ่ง 
Assistant Photographer : ณัฐพนธ์ แสงสว่าง, สันติพงษ์  จอดนอก, วรพจน์ ใจกล้า
Assistant Stylist : นราวิทญ์ เพ็งบุญตรู, ปิ่นปินัทธ์ พันลำ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email