fbpx

I

Lifestyle

จากความหลงใหลในเสียงเพลง สู่การขึ้นแท่นเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกของ เจเจ กฤษณภูมิ

มุมมองด้านอื่นของนักแสดงหนุ่มไฟแรงที่คุณอาจจะยังไม่เคยได้รู้

จากความหลงใหลในเสียงเพลง สู่การขึ้นแท่นเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกของ เจเจ กฤษณภูมิ

มุมมองด้านอื่นของนักแสดงหนุ่มไฟแรงที่คุณอาจจะยังไม่เคยได้รู้
เมื่อพูดถึง เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม หลายๆ คนก็คงจะติดภาพจำจากการเป็นนักแสดงดาวรุ่งรุ่นใหม่จากบ้านนาดาวอย่างแน่นอน แต่วันนี้นักแสดงหนุ่มหน้าตี๋เผยกับเราแล้วว่า เขาพร้อมจะก้าวเข้าสู่วงการดนตรีที่เขาชื่นชอบและหลงเสน่ห์อย่างเต็มตัว ด้วยการขึ้นแท่นสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว พร้อมเผยกับเราว่าการทำเพลงถือเป็นสิ่งที่รักอีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้ค้นพบและหลงรักมันมากขึ้นในทุกๆ วัน
รู้สึกอย่างไรบ้างกับการเป็นศิลปินเดี่ยว? ตื่นเต้นครับแล้วก็กดดันเพราะว่าก่อนหน้านี้ผมจะมีพาร์ตเนอร์ตลอดพอครั้งนี้มันมีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเอง มันก็เลยเกิดความกดดันว่าเราจะสามารถตัดสินใจมันได้ดีหรือเปล่า การตัดสินใจของเรามันถูกหรือเปล่า เห็นว่าได้มีส่วนร่วมในการทำซิงเกิ้ลล่าสุดนี้ด้วย เจเจได้ร่วมทำในขั้นตอนไหนบ้าง? จริงๆ แล้วทั้ง EP เลยครับ คือ EP. PASSION + PATIENCE จะมีทั้งหมด 5 เพลง ซึ่งขั้นตอนในการทำงานของ EP นี้คือเราจะไปเข้า Song Camp กัน ก็จะมีทีมนาดาวมิวสิก มีผม มีโปรดิวเซอร์ มีนักดนตรี 2 คน แล้วก็จะมีทีมเขียนเนื้ออีกประมาณ 4-5 คน โดยวันแรกที่ประชุมกันก็จะนั่งคุยกัน ให้ผมเล่าเรื่องชีวิตหรือว่าประสบการณ์ที่ผมเคยผ่านมา แล้วก็จะมีการเลือกมาเป็นหัวข้อหลักครับ โดยเราก็จะนั่งสุมกันช่วยกันเขียน” ไปเรียนรู้การแต่งเพลงมากจากไหน? “ผมเรียนรู้จากการฟังครับ พอมีเพลงไหนที่เราชอบเราก็จะดูเนื้อร้อง พอเราเริ่มฟังเป็นก็จะเริ่มดูโครงสร้างของเพลง มันก็จะทำให้เรารู้ว่าจุดไหนที่มันสัมผัสกับคำไหนบ้าง”
อย่างเพลงนี้เห็นว่าท่อนแร็พอีกเหมือนกัน แสดงว่าเป็นคนชอบแร็พชอบสไตล์ฮิพฮอพ? “ใช่ครับ ชอบฮิพฮอพ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างมั่นใจ พร้อมเล่าเหตุการณ์เริ่มแรกของความรักในเพลงสไตล์นี้ว่า “มันด้วยความบังเอิญ ที่ผมได้โทรศัพท์เครื่องแรกแล้วผมก็ซื้ออัลบั้มมาเป็นศิลปินฮิพฮอพต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่รู้จักเลย แล้วพอฟังแล้วเราชอบ ก็เลยไปหาแนวนี้ฟังเรื่อยๆ จนมาถึงทุกวันนี้” มีความกดดันมั้ยกับการผันตัวจากนักแสดงมาเป็นนักดนตรี? กดดันครับแต่ผมว่าเดี๋ยวนี้มันไม่มีอะไรมาตีกรอบแล้วว่าคุณเป็นนักแสดงแล้วคุณไม่สามารถเป็นศิลปินได้ หรือว่าการที่คุณเป็นศิลปินแล้วไม่สามารถมาเป็นนักแสดงได้ ผมรู้สึกว่าด้วยความที่สังคมมันเปิดกว้างช่องทางในการนำเสนอมันเยอะขึ้น ผมรู้สึกแค่ว่าถ้าผมอยากทำอะไรผมก็จะทำ
เหตุการณ์ไหนที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นศิลปิน? มันเกิดขึ้นช่วง 9×9 ครับ คือเมื่อก่อนเราชอบแต่เราไม่รู้ว่าเราทำได้ พอเราลองได้มาใช้เวลากับมันจริงๆ จังๆ ได้ลองฝึกฝนตัวเองในช่วงนั้นมันทำให้เราเห็น Potential ว่าจริงๆ แล้วเราก็ทำได้ แล้วทำไมเราถึงไม่พัฒนาในด้านนี้ต่อ นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมรู้สึกจริงจังกับการฟังเพลงมากขึ้น แล้วที่มาของเพลง Very Very Sorry มาจากอะไร? “เป็น Topic หนึ่งของผมที่ผมเล่าให้แก่พี่ๆ ที่ร่วมทำเพลงฟัง คือเป็นเรื่องของความรักครับ คือมันจะมีบางทีที่ผมไม่ได้มองคนใกล้ตัว ไม่ได้มองคนที่รัก ไม่ได้ให้ความใส่ใจเขา ก็เลยทำให้เขาเสียใจ หรือว่าเสียความรู้สึกโดยที่ผมไม่รู้ตัว มันก็เลยเกิดเหตุการณ์ที่ผมอยากจะขอโทษเพื่อที่จะแก้ไขให้มันดีขึ้น แต่ว่าด้วยความเป็นมนุษย์มันก็จะต้องมีนิสัยที่บางครั้งมันอาจจะต้องใข้เวลาในการปรับปรุง มันก็เลยเกิดเหตุการณ์ที่เราทำผิดซ้ำอีกแล้วก็ขอโทษ แต่มันไม่ใช่ว่าเราตั้งใจจะทำผิดซ้ำๆ นะครับ แต่มันเป็นเพราะว่ามันคือตัวเรา”
สำหรับตัวเจเจแล้ว คำขอโทษแบบไหนที่เราไม่อยากได้รับเลย? ขอโทษส่งๆ ครับ คือจะหงุดหงิดมาก แต่ผมไม่ค่อยได้เจอนะครับ แล้วในอนาคตมีแนวเพลงไหนที่อยากจะทำอีกไหม? ก็น่าจะมีอีกครับ แต่คือหลักๆ ก็คงจะยังเป็น Hip Hop R&B เป็นแกนหลักครับ และในอนาคตก็อาจจะมีการเอาหลายๆ แนวมาผสมครับ ก็อยากให้ลองได้ฟังกัน
และสุดท้ายเราทิ้งช่วงขายของให้แก่ศิลปินหนุ่มของเราสักหน่อย “ครับก็ขอฝากเพลง Very Very Sorry ด้วยนะครับ ตอนนี้ก็ปล่อยแล้วทุกสตรีมมิ่ง แล้วก็สามารถชมเอ็มวีได้ในยูทูปชาแนวนาดาวมิวสิกนะครับ แล้วก็มีเพลง Introduction อีกเพลงที่ปล่อยมาแล้วชื่อว่าเพลง นิมมานต์ อยากให้ฟังกันครับ”

RELATED STORY

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.