In the mag

‘ความมั่นใจ ไม่มีการแข่งขัน’ นางแบบหน้าเก๋ จิงจิง-วริศรา ยู เปิดใจก่อนเตรียมบินกลับไปทำงานที่เกาหลี

วันนี้เธอพิสูจน์แล้วว่าความสามารถของเธอไปได้ไกลกว่าการเป็นนางแบบในไทย!
Share on facebook
Share on twitter

In the mag

Share on facebook
Share on twitter

‘ความมั่นใจ ไม่มีการแข่งขัน’ นางแบบหน้าเก๋ จิงจิง-วริศรา ยู เปิดใจก่อนเตรียมบินกลับไปทำงานที่เกาหลี

วันนี้เธอพิสูจน์แล้วว่าความสามารถของเธอไปได้ไกลกว่าการเป็นนางแบบในไทย!

นางแบบเป็นแล้ว นักแสดงเป็นแล้ว เกิร์ลกรุ๊ปเป็นแล้ว เป้าหมายต่อไปของเธอคือการประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงเกาหลีใต้! เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่มีความสามารถรอบด้านในวงการบันเทิงนี้เลยทีเดียว แม้นางแบบสาวหน้าหมวยเก๋อย่าง จิงจิง วริศรา ยู จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยเส้นทางของการเป็นนางแบบ แต่วันนี้เธอพิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ความสามารถของเธอไม่ได้ถูกปิดกั้นลงด้วยข้อจำกัดแต่อย่างใด ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวลัดฟ้าบินกลับประเทศเกาหลีใต้เดินตามความฝันในเร็วๆ นี้ เธอได้พูดคุยกับเราด้วยแววตาที่มุ่งมั่นถึงจุดมุ่งหมายต่อไปของเธอ มาลองฟังกันรับรองได้ว่าเราจะรักและพร้อมเป็นกำลังใจให้กับนางแบบสาวไทยโกอินเตอร์คนนี้อย่างแน่นอน

จุดเริ่มต้นการเป็นนางแบบ เป็นมาอย่างไร

Jingjing: ตอนนั้นจิงอายุ 15 ปีพอดี คุณแม่ก็เห็นว่าเราอ่ะน่าจะมาทางนางแบบได้นะ ตอนเด็กๆ จิงก็เรียนเต้น เรียนเดินแบบ แล้วคือเช้าวันนั้นเลยอ่ะ แม่พาจิงไปทำบัตรประชาชน แล้วตอนนั้นจิงอายุ 15 ปีพอดี แล้วก็บ่ายวันนั้นแม่ก็พาไปประกวด Thai Supermodel เลยค่ะ

ตอนนั้นอยากประกวด Thai Supermodel ไหม

Jingjing: ตอนนั้นไม่อยาก ตอนนั้นเหมือนเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจตั้งแต่เด็กอ่ะ ก็คิดว่าไปก็คงไม่ได้อะไรหรอก ตอนนั้นเราก็เด็กๆ ติดเล่น อะไรแบบเนี้ย เราไม่มั่นใจในเรื่องหน้าตา รูปร่างของเราเพราะอะไรหรอ ตอนเด็กๆ จิงขี้เหล่มากเลยอ่ะ ก็คือตอนที่จิงเด็กๆ มันยังไม่มีเทรนด์เก๋มาถูกไหม ยังไม่มีเทรนด์หมวยเก๋ ใช่ จิงก็เลยเป็นคนหน้าแปลกอ่ะ ผอม ตอนเด็กๆ ผอมมาก แขนขาเล็ก คอยาว ก็เลยเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจตั้งแต่เด็กค่ะ หลังจากประกวด Thai Supermodel นะคะก็ได้เข้ามาอยู่ใน Kiss Model ก็คือพี่เอ นั่นแหละ หลังจากนั้นจิงก็เลยได้ทำงานในวงการนางแบบมาตลอดเลยค่ะ ล้วก็หลังจากที่เป็นนางแบบได้ประมาณ 5-6 ปี จิงก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตนางแบบมันสิ้นสุดแล้วที่ประเทศไทย ก็เลยมีความฝันว่าเราอยากจะโกอินเตอร์สักครั้งหนึ่งนะ ก็เลยไปเริ่มที่เกาหลีค่ะ เพราะว่าตอนนั้นได้ไปเที่ยวเกาหลีพอดี ไปเที่ยวกับแก๊งคนไทยที่อยู่ในเกาหลี แล้วพอจิงไปเที่ยวเกาหลีเสร็จ ก็รู้จักกับแบรนด์เกาหลีแบรนด์หนึ่งชื่อ Fleamadonna แล้วก็รู้จักกับดีไซเนอร์ แล้วดีไซเนอร์เขาก็เลยชวนจิง ปีนั้นจิงไปเที่ยว เขาก็เลยชวนจิงว่า อยากลองเดินโซลแฟชั่นวีคไหม จิงก็ตอบตกลงเลย ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเดินแบบที่เกาหลี ก็เหมือนมีอะไรจุดประกายไฟขึ้นมา ก็เลยรู้สึกว่า โอเค ประเทศนี้แหละที่เราจะมาทำงาน

ทำงานที่เกาหลีเป็นอย่างไรบ้าง

Jingjing: สนุกมาก มันสนุกที่จิงได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ได้ลองอะไรใหม่ๆ มันเป็นประสบการณ์อ่ะ แล้วพอจิงกลับมาไทยอ่ะ ช่างภาพที่ประเทศไทยก็บอกว่า เราอ่ะ รู้สึกว่ามีของขึ้นนะ เราได้ไปฝึกประสบการณ์มา

ตอนที่อยู่เกาหลี เรามีปัญหาในเรื่องของภาษาบ้างไหม

Jingjing: มีเว่อร์ เว่อร์เลย เพราะนี่เริ่มไปแบบศูนย์ ตอนนั้นไปเกาหลีแล้วเขาให้เซ็นสัญญาใช่ไหม พอเซ็นสัญญาปุ๊ป เขาบอกว่าอ่ะ 3 เดือนปุ๊ปต้องมาเกาหลีเลยนะ แล้ว 3 เดือนอ่ะ หนูไม่มีเวลาเรียนภาษาเกาหลีเลย เพราะตอนนั้นเหมือนต้องเคลียร์ทุกอย่างที่ไทย จัดการวีซง วีซ่า แบบภายใน 3 เดือน จิงก็เลยไปแบบเริ่มจากศูนย์เลยค่ะ

รอบนั้นไปนานเท่าไหร่

Jingjing: จิงเคยไปอยู่ประมาณ 4 ปีแล้ว แต่ว่าอยู่จริงๆ อ่ะ 2 ปีแรก แล้วหลังจากนั้นก็ไปๆ กลับๆ ประเทศไทย เกาหลี ไทย เกาหลีที่เลือกกลับไปที่เกาหลีนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นที่ของเรามากกว่า เราจะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เวลาเราอยู่ไทยกับอยู่เกาหลีอ่ะ รู้สึกว่าที่นั่นเป็นที่ของเรามากกว่าอนาคตและทุกๆอย่างของเรา มันได้เติบโตมากกว่าค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าอยากกลับไป ความจริงต้องกลับไปตั้งนานแล้วล่ะ แต่ว่ามันติดโควิดค่ะ ก็เลยไม่ได้กลับไป ครั้งนี้ก็เลยตั้งใจแล้วว่าอ่ะ ล็อกเลย สิ้นปีนี้กลับเกาหลี 2 ปีค่ะ แล้วก็ 2 ปีนี้คือไปเริ่มลองอะไรใหม่ๆ ก่อน ค่อยดูอีกทีว่าหลังจากนี้ เราจะอยู่ไหน

กลับไปเกาหลีรอบนี้ตั้งเป้าหมายว่าอยากไปทำอะไร

Jingjing: ที่เกาหลีบอกจิงตั้งนานแล้วว่า ให้จิงเรียนภาษาเกาหลี เพราะว่า โมจิงใช่ไหมคะ คือ Esteem ก็คือ SM ซึ่ง SM ก็มีทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ มีไอดอล แล้วก็มีโมเดล ซึ่งตอนนี้จิงอยู่ในกลุ่มโมเดล แล้วเขาบอกจิงว่าถ้าจิงพูดภาษาเกาหลีได้ ก็จะย้ายจิงไปอยู่ฝั่งเอนเตอร์เทนเมนต์ อาจจะมีเรื่องของแบบการแสดง หรือโฆษณา เข้ามา อะไรแบบนี้ค่ะ ก็คือเราต้องพูดภาษาเกาหลีให้ได้ ไปครั้งนี้ก็เลย ทุกวันนี้ก็เลยเรียนภาษาเกาหลีอยู่ แล้วก็ไปเพื่อตั้งใจว่า โอเค เราต้องทำให้ได้ เพราะว่าจิงชอบเรื่องการแสดงนะ แต่ว่าอยู่ประเทศไทยไม่มีโอกาสได้แสดงสักเท่าไหร่ แต่ว่าไปเกาหลีก็ไม่รู้จะมีโอกาสไหม แต่ก็เป็นความฝันค่ะ ขอให้ได้

จิงจิงเคยแสดงหนัง และได้รางวัลนักแสดงนำหญิงมาแล้วด้วย

Jingjing: เป็นครั้งแรกที่จิงได้เล่นหนัง แล้วก็ก่อนที่จะได้เล่นอ่ะไม่เชื่อเลยนะว่าเราสามารถแสดงได้ ไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยค่ะ พอได้แสดงจริงๆ รู้สึกชอบ รู้สึกว่าแอ็กติ้งเป็นอะไรที่สนุกนะ แล้วก็ตื่นเต้นสุดก็คือวันที่ได้รางวัล ตอนนั้นเป็นอะไรที่เกินสิ่งที่เราคาดไว้มากค่ะ

หลังจากเป็นนักแสดง ก็ได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์เกิร์ลกรุ๊ปอีก รู้สึกอย่างไรบ้าง

Jingjing: โปรเจ็กต์นี้จริงๆ เขาติดต่อจิงมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าจิงไม่ได้ เพราะว่าจิงติดสัญญาที่เกาหลี แล้วทีนี้พอมาเป็นช่วงโควิดเสร็จปุ๊ป คุยกันลงตัวเสร็จปุ๊ป จิงก็เลยได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์ เหมือนเขาให้จิงไปเป็นเมนเต้นค่ะ ซึ่งจิงเรียนเต้นตั้งแต่เด็ก ชอบมาก เต้นได้ทุกที่ เพลงช้า เพลงเร็ว ไม่มีเพลงก็เต้นได้

ยังมีอะไรในวงการบันเทิงที่เราอยากทำอีกไหม

Jingjing: ความใฝ่ฝันเลยนะ ตอนนี้คืออยากอยู่เกาหลี จนเราเป็นเนเจอร์คนเกาหลี แล้วมีงาน คนรู้จักเราที่ประเทศเกาหลี มีงานแสดง มีงานอะไรเข้ามา คือตอนแรกเป้าหมายจิงคือเป็นนางแบบที่โกอินเตอร์ใช่ไหม แต่คราวนี้จิงอยากไปเกาหลีเพื่อมีเรื่องการแสดงมาด้วย อันนี้คือสิ่งที่จิงคาดหวัง แล้วก็ต้องสู้อ่ะ เพราะจิงไปรอบนี้ก็ไม่รู้ว่าจิงจะได้หรือเปล่า

มีอะไรอยากฝากหรือแนะนำคนที่มีความฝันแบบจิงจิงบ้างไหม

Jingjing: อยากฝากทุกคนไว้นะคะว่า อย่าเป็นคนไม่มั่นใจ ถึงเป็นคนไม่มั่นใจได้ แต่เราก็ต้องสู้ เพราะว่าจิงมีคติประจำตัวว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราคิดจะทำ ถูกไหมอ่ะ ก็เรายังไม่ได้ลอง เราก็ไม่รู้ ต้องลองก่อนดิ ถึงจะรู้ แล้วก็อีกคติหนึ่งนะคะ ความมั่นใจ ไม่มีการแข่งขัน อย่าลืมนะ ความมั่นใจ ไม่มีการแข่งขันอ่ะ จิงสักเป็นภาษาอังกฤษติดตัวไว้เลย เพราะว่าเราอ่ะ เป็นคนที่ไม่มั่นใจ เราก็อยากได้คตินี้ เข้าตัวเลย ก็เลยสักไว้ตรงนี้เป็นคติประจำใจ

Producer: รชต รัตนวิโรจน์กุล, ปุณญนุช คูบุญญอารักษ์
Videographer: อาณกรภูเบศวร์ เฮงสุวรรณ์
Photographer : กฤษฎา หัสภาค 
Fashion Editor : ธันวา เทียมเมฆ 
Make Up : สุธีมา ราชรัตนรักษ์ 
Hair : พูนทัศน์ เลิศมโนรัตน์ 
Assistant Photographer : อุดมศักดิ์ เอมอู่สิน, ณัฐพล ชีพชล, ธัญลักษณ์ จำปาทอง
Assistant Stylist : ศุภิสรา ทวีสุข, นฤมล น้ำแก้ว
Clothes: Onitsuka Tiger

Share on facebook
Share on twitter
Share on email