fbpx

I

In the mag

Kai Exo ไอดอลหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันและมองโลกอย่างอบอุ่น

พูดคุยทุกเรื่องราวไม่ว่าจะเรื่อง Gucci, ผลงานเพลงหรือแฟนคลับ

Kai Exo ไอดอลหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันและมองโลกอย่างอบอุ่น

พูดคุยทุกเรื่องราวไม่ว่าจะเรื่อง Gucci, ผลงานเพลงหรือแฟนคลับ

ร่วมสัมผัสหัวใจอันงดงามดุจดอกไม้คั่นหนังสือ ที่แทรกอยู่ในพรสวรรค์อันเปล่งประกายของ Kai ผู้ใช้เสียงขับร้อง การเคลื่อนไหว และถ้อยคำพูดคุยกับเราด้วยความอบอุ่น

ELLE: ช่วงนี้รู้สึกได้ว่า ‘Kai ทำทุกอย่าง’ เหมือนกับชื่อคลิปวิดีโอแรก ‘KAIst’ รายการยูทูบเดี่ยวของคุณเวลาได้เริ่มทำงานใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไร 

KAI: จริงๆผมจะอยู่เฉยๆก็ได้นะครับ อยู่ดูแลร่างกายและทำงานเพลงไป แต่ผมคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าแฟนคลับได้เห็นผมในทีวีบ่อยๆ ส่วนยูทูบผมก็เริ่มทำเพราะคิดว่าควรทำอะไรสักอย่างร่วมกับแฟนคลับบ้าง มันเริ่มจากความรู้สึกนั้น 90% จริงๆครับ 

ELLE: เปอร์เซ็นต์สูงกว่าที่คิดนะคะเนี่ย (หัวเราะ) 

KAI: หลังจากเดบิวต์ผมไม่ได้พบเจอผู้คนใหม่ๆอยู่พักใหญ่ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมสัมผัสได้ว่า ‘พวกเขามีชีวิตแบบนี้นี่เอง’ จากการไปออกรายการทีวี ส่วนใหญ่ผมจะอยู่ที่บ้าน พอถึงวันอัดรายการก็จะคิดว่า ‘วันนี้จะได้เจอคนนี้สินะ’ และรู้สึกสนุกขึ้นมา ตอนไปออกรายการ ‘Honeymoon Tavern’ คุณแม่ผมตื่นเต้นยิ่งกว่าผมอีกนะ ท่านเป็นแฟนคลับของพี่ Kim Hee Seon มานานแล้วน่ะครับ 

ELLE: ตัวของ Kai เองมีข่าวเกี่ยวข้องกับแฟชั่นมากมายทั้งเป็นแบรนด์แอมแบสซาเดอร์ของ Gucci และ Seoul Fashion Week ตอนไปออกรายการ ‘The Devil Wears Jung Nam 2’ คงยิ่งสนุกเพราะมีทั้งความเป็นวาไรตี้และแฟชั่นมาบรรจบกัน 

KAI: ต้องขอบคุณรายการนั้นเลยที่ทำให้ผมหันมาสนใจแฟชั่นวินเทจมากขึ้น พอมาลองคิดดูผมก็มีเสื้อผ้าที่ใส่มาเกิน 10 ปี แล้วผมซื้อเฟอร์นิเจอร์วินเทจด้วยนะ พออยู่บ้านนานขึ้นก็เหมือนจะสนใจพวกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ผมชอบให้พวกเฟอร์นิเจอร์มีร่องรอยของกาลเวลาอยู่น่ะครับ 

ELLE: แบบนี้บรรยากาศในบ้านสไตล์โมเดิร์นที่คุณเคยเผยให้เห็นในI Live Aloneคงเปลี่ยนไปบ้างแล้ว 

KAI: ช่วงนี้ผมกำลังแต่งตรงระเบียงที่ไม่ได้ถ่ายออกรายการอยู่ครับ ผมเอาแผ่นปูพื้นแบบประกอบเองมาเลื่อยแล้วก็ปูเองแล้ววางเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่มีสีสัน ตรงนั้นเป็นจุดเดียวที่ผมวางเฟอร์นิเจอร์แบบมีสีสันเอาไว้น่ะครับ 

ELLE: สำหรับศิลปินแล้วร่างกายก็คือเครื่องมือสำหรับแสดงผลงานการดูแลร่างกายไม่ได้พูดถึงแค่ภายนอกเพียงอย่างเดียวก็จริงแต่ต้องบอกว่า Kai เป็นคนที่ดูแลภายนอกได้ดีและสม่ำเสมอคุณมีแรงผลักดันอะไรและพึงพอใจกับมันไหม 

KAI: อาจเป็นเพราะหน้าที่ทางอาชีพ และเป็นความเคยชินที่ติดตัวมานานแล้วด้วยครับ ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างเช่น ‘ครั้งนี้อยากให้มีกล้ามเนื้อมากขึ้น’ หรือ ‘ถ้าเราดูเป็นแบบนี้เวลาเต้นเพลงนี้ก็คงจะดี’ ก็จะช่วยให้ทำได้ง่ายขึ้น แต่ในปีนี้ผมไม่ได้เข้มงวดกับตัวเองเรื่องนี้เท่าไร ผมเพิ่งรู้ว่าช่วงที่ผ่านมาอาหารมันพัฒนาไปเยอะมาก แบบว่า ‘ปกติมันใส่ของพวกนี้ด้วยเหรอ?’ ‘ทำไมรสชาติมันต่างจากต๊อกโบกีที่เคยกินนะ?’…เห็นแล้วเหมือนผมได้เจอโลกใบใหม่เลย (หัวเราะ) เดี๋ยวผมต้องเริ่มกลับมาควบคุมอาหารแบบจริงจังแล้ว เพราะผมมีเป้าหมายต่อไปแล้วครับ 

ELLE: ไม่ทันไรก็ผ่านไปเกือบ 10 เดือนนับตั้งแต่ ‘KAI’ ซึ่งเป็นอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคุณได้ปล่อยออกมาคุณได้พบด้านที่ไม่เคยเห็นของตัวเองบ้างไหม 

KAI: ส่วนตัวผมได้คิดอะไรหลายๆอย่างหลังจากโปรโมตอัลบั้ม แบบว่าย้อนกลับไปดูตัวเอง พอความคิดพวกนั้นมันดำเนินไปเรื่อยๆผมก็ยิ่งรู้สึกว่าปี 2021 เป็นปีที่พิเศษสำหรับ Kim Jong In จริงๆ ผมว่าถ้าจัดการมันได้ดีๆผมจะยิ่งพัฒนามากกว่านี้อีกครับ ทั้งในด้านการเป็นนักร้องและในด้านการเป็นมนุษย์ด้วย 

ELLE: มันดีมากเลยนะที่ได้ฟังเรื่องราวของ Kai ในฐานะศิลปินผ่าน ‘FILM: KAI’ ที่ใส่กลิ่นอายของทั้ง 6 เพลงในอัลบั้มลงไปดูเหมือนคุณยังมีสิ่งที่อยากแสดงออกมาอีกเยอะแยะเหมือนเดิมเลย 

KAI: เยอะสิครับ ยังเยอะเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ผมยังอยากทำอยู่เสมอก็คือการถ่ายทอดเรื่องราวนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของคนอื่นหรือของตัวผมเอง 

ELLE: ทั้งอัลบั้มเป็นเสียงของ Kai คนเดียวโดยไม่มีศิลปินรับเชิญเลยคุณอยากให้ดนตรีของคุณสะกิดอารมณ์ไหนของคนฟังบ้าง 

KAI: เรื่องไม่มีศิลปินรับเชิญผมว่าอัลบั้มหน้าก็คงเหมือนกันครับ สิ่งที่ผมได้รู้เมื่อใช้ชีวิตเป็นนักร้องมาใกล้ 10 ปีก็คือ ถึงเราจะโยนลงไปว่า ‘นี่แหละความคิดของฉัน ลองสัมผัสมันสิ’ แต่สุดท้ายแล้วแต่ละคนก็มีหน้าที่ต้องไปตีความกันเองอยู่ดี ผมอยากกระตุ้นให้คนตีความและตั้งข้อสงสัยกันไปหลายๆแบบ เพราะที่จริงแล้วในมุมของผมแค่ผมได้ใส่เรื่องราวของตัวเองลงไปผมก็พอใจแล้วละ 

ELLE: คุณกลัวบ้างไหมว่าวันหนึ่งจะไม่มีเรื่องที่อยากถ่ายทอดออกมาอีกแล้ว 

KAI: ผมก็เคยมีช่วงที่ร่างกายเหนื่อยล้ามากจนไม่อยากทำอะไรเหมือนกันนะ ที่จริงแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังคิดว่า ‘ต่อไปต้องทำอะไรนะ? เราคืออะไรนะ?’ อยู่ตลอดเลยครับ ผมว่าความคิดพวกนั้นอาจจะไปสะท้อนอยู่ในอัลบั้มต่อไปก็ได้ 

ELLE: แม้เราจะมีมุมมองที่มองตัวเองอยู่แต่เราก็รู้จักตัวตนของเราผ่านสายตาคนอื่นด้วยเหมือนกันมีมุมไหนบ้างที่คุณได้ค้นพบผ่านทางนั้น 

KAI: เมื่อก่อนผมพยายามทำความเข้าใจมุมมองของคนอื่นที่มองเรามากเลยนะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใส่ใจเลยครับ พอใส่ใจว่าเราจะดูเป็นอย่างไร แค่เกิดความผิดพลาดเล็กๆเราก็เครียดสุดๆ จนสุดท้ายมันฉุดรั้งเราไว้ ต่อให้คนอื่นจะมองอย่างไรแต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวก็คือเรา เพราะฉะนั้นผมเลยโฟกัสว่าต้องทำสิ่งที่อยากทำให้ออกมาดีมากกว่าแต่ก่อนน่ะ 

ELLE: คุณเคยพูดว่าแฟนคลับของผมรสนิยมสูงอยากรู้จังว่าแฟนคลับของ Kai ตอบรับคำนั้นอย่างไรบ้าง 

KAI: เหมือนจะตอบรับประมาณว่า ‘แน่นอนอยู่แล้ว’ นะครับ ผมไม่ได้หมายความว่า ‘พวกคุณรสนิยมดีมากที่มาชอบคนเจ๋งๆอย่างผม’ เลยนะครับ แต่ผมคิดว่าแฟนคลับที่ชอบผมเขามีมุมมองที่หลากหลายและมีความคาดหวังสูง ที่ผมเริ่มสนุกกับการตีความของคนอื่นๆก็เริ่มมาจากตอนเห็นผลตอบรับของแฟนๆตอนโปรโมตเพลง ‘Overdose’ นั่นแหละครับ ผมคิดว่าพวกเขาสุดยอดมากเลยที่ชื่นชอบมัน ทั้งที่การแสดงและคอนเซ็ปต์ดูเหมือนจะเข้าถึงยากด้วยซ้ำ 

ELLE: การที่กิจกรรมเดี่ยวของสมาชิก EXO แต่ละคนเป็นไปในแนวทางที่ต่างกันก็น่าสนใจเหมือนกัน 

KAI: ตอนเห็นอัลบั้มแรกของพี่ D.O. ที่เพิ่งออกมาล่าสุดผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ถึงเวลาฟังเพลงของสมาชิกคนอื่นผมจะชอบมาก แต่ผมก็คิดว่าถ้าเป็นผมคงไม่เลือกเพลงนั้นมาแสดงเดี่ยวแน่นอน ในทางตรงข้ามก็คงเหมือนกัน ผมว่ามันสนุกมากเลยนะ ที่ถึงพวกเราจะทำกิจกรรมของ EXO ด้วยกันมานาน แต่ว่าทุกคนก็ยังมีสีสันที่ชัดเจนในแบบของตัวเอง 

ELLE: ยุคนี้เป็นยุคที่คนสนใจเรื่องการเต้นกันมากเลย Kai ที่ชื่นชมบรรดานักเต้นมาตลอดคงจะยินดีกับกระแสนี้แน่ๆ 

KAI: จริงๆคนก็สนใจเรื่องเต้นกันอยู่ตลอดนะครับ แต่ตอนนี้ความสนใจนั้นมันบูมขึ้นมาจนผมอยากชักชวนให้มาลองเต้นกันเลยละ ผมเองก็เริ่มจากการดู จนเต้นมาเกือบ 20 ปีแล้วเหมือนกัน ถ้าเราต้องการอะไรและอยากจะลองทำจนถึงที่สุดมันอาจจะต้องใช้ความพยายามมากก็จริง แต่ผมว่าความรู้สึกชอบเมื่อตอนเริ่มมันคงไม่ต่างกันมาก ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหรืองานอดิเรก ก่อนอื่นอยากให้โฟกัสที่ความสนุก แล้วลองเริ่มดูนะครับ 

ELLE: Marco Bizzarri ประธานและซีอีโอของ Gucci บอกว่าคุณเป็นคนที่มีเอกลักษณ์และมีความร่วมสมัยคุณเห็นด้วยหรือเปล่า 

KAI: ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเลย แต่ผมเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เขาคงดูจากภาพลักษณ์ ดูจากการพบเจอกันไม่กี่ครั้ง และดูจากการแสดงของผม เลยรู้สึกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมละมั้งครับ 

ELLE: คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าง Kai มีจุดไหนในชีวิตที่พูดถึงและย้อนกลับไปมองบ่อยๆบ้างไหม 

KAI: ไม่มีครับ ที่จริงสิ่งที่ผมคิดอยู่ในปีนี้พอถึงปีหน้าผมอาจไม่คิดแล้วก็ได้ ผมเคยลังเลว่าจะเขียนไดอารีดีหรือเปล่า แต่พี่สาวผมบอกว่าเธอไม่เขียน เพราะถ้าเขียนก็จะเอาแต่นึกย้อนกลับไปไม่หยุด แล้วผมก็เห็นด้วยกับเธอ ผมอยากจะโฟกัสกับความรู้สึกและสถานการณ์ในชั่วขณะนั้นๆมากกว่าน่ะครับ 

ELLE: ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับและศิลปินมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา 

KAI: ตอนเดบิวต์แรกๆผมไม่ค่อยรู้นะว่าแฟนคลับมีความหมายอย่างไร เพราะตอนนั้นผมยังวุ่นวายอยู่กับการทำงานให้สำเร็จ ถึงจะพูดว่า ‘ขอบคุณครับ’ ออกไป แต่ตอนนั้นความรู้สึกมันก็ยังคลุมเครืออยู่ แต่ตอนนี้ผมจะต้องมั่นใจก่อนว่าจะขอบคุณเรื่องไหนแล้วค่อยพูดออกไป การให้และการได้รับมันทำให้ผมพัฒนาขึ้นกว่าเดิมนะ เพราะตอนนี้ผมกลายเป็นคนที่ทำอะไรโดยนึกถึงใครสักคน เหมือนที่แฟนๆของผมทำอะไรโดยที่นึกถึงผมไปด้วยนั่นแหละ 

ELLE: คุณเชื่อเรื่องเนื้อคู่ไหมเคยเชื่อหรือคาดหวังว่าจะเจอคนที่เข้าใจเราได้ทุกอย่างบ้างหรือเปล่า 

KAI: เราต้องเชื่อว่ามันมีถึงจะมีความสุขไม่ใช่เหรอครับ? ผมคิดว่าความสัมพันธ์แบบมองตาแล้วรู้ใจมันไม่มีหรอก ต้องพูดสิถึงจะรู้ และสุดท้ายคนที่รู้จักเรามากที่สุดก็คงเป็นตัวเราเองด้วย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคิดว่าแค่เรามีคนที่เราเปิดเผยความรู้สึกด้วยได้ มีคนที่พูดคุยด้วยแล้วสบายใจขึ้น มันก็เพียงพอแล้วละครับ 

ELLE: Kai อาจจะได้รับคำถามมากมายตลอดเวลาอยู่แล้วแต่มีเรื่องไหนบ้างไหมที่อยากจะแบ่งปันกับทุกคนอีก 

KAI: ผมค่อนข้างตอบตรงๆเวลาให้สัมภาษณ์ พอย้อนกลับไปดูบทสัมภาษณ์เก่าๆจะเห็นถึงการตัดสินใจและความตั้งใจของตัวเองในช่วงเวลานั้นๆ และก็ได้เห็นร่องรอยของมันด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมพูดถึงความสุขบ่อยมาก ตอนแรกผมตอบว่า ‘ผมอยากมีความสุขครับ’ ต่อจากนั้นก็ตอบว่า ‘ความสุขต้องอาศัยความพยายาม’ แล้วต่อจากนั้นก็เป็น ‘เพราะอย่างนั้นผมเลยพยายามจะลดสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ลง’ พอเห็นแล้วผมก็คิดว่า ‘ความคิดแบบนี้สินะที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้’ แล้วก็คิดว่า ‘ตอนนี้ทำได้ดีที่สุดแค่ลดความทุกข์ลงเหรอ’ ‘ถ้าเราพุ่งชนในสถานการณ์นั้นมันจะเป็นอย่างไรนะ’ จนความคิดมันต่อกันไปเรื่อยๆแบบนี้น่ะครับ หรือว่านี่จะเป็นเหมือนไดอารีของผมนะ (หัวเราะ) 

ELLE: หวังว่าวันนี้จะเหลือร่องรอยไว้แบบนั้นเหมือนกันนะ 

KAI: ปีหน้าผมจะอายุ 29 ปีแล้ว พอใกล้ครบรอบเดบิวต์ 10 ปี ผมก็เริ่มคิดอะไรมากขึ้น มันอาจจะฟังดูตลกนิดๆ แต่ในเมื่อคนเราเกิดมาแล้วก็ต้องใช้ชีวิตใช่ไหมครับ ไหนๆแล้วผมก็อยากจะใช้ชีวิตให้สนุกและมีความสุข ผมอยากมองโลกอย่างอบอุ่น อยากมีชีวิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก นั่นแหละครับชีวิตของผมในช่วงนี้ 

RELATED STORY

ud-awat
เมื่อแพสชั่นต่อท้องทะเลทำให้เห็นความปวดร้าวของคนทำงานอนุรักษ์ในเมืองไทย 
10 ปีที่ห่างหาย เพื่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ของ ‘โทโมะ-เขื่อน-ป๊อปปี้’ ในนาม TKP
กฎข้อเดียวในการกลับมาทำงานเพลงด้วยกันครั้งนี้กคือ ความสบายใจของทุกคนต้องมาเป็นอันดับ 1
maisie-williams
นักแสดงสาวผู้ไม่เคยหยุดนิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง
ครอบครัว แมว และแฟนคลับ สิ่งสำคัญที่สร้างความไบร์ทให้ชีวิตของ ไบร์ท วชิรวิชญ์
"เราอยากให้เวลากับตัวเองมากขึ้นในช่วงเวลาที่เรามีแรงและกำลังสนุกกับงาน”

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.