fbpx

I

Lifestyle

เจาะลึกนิทานเด็กสุดสะพรึงของโกมุนยองใน It’s Okay to Not Be Okay พร้อมบทสัมภาษณ์นักวาดตัวจริง

ค้นหาความรู้สึกและแง่คิดที่ถูกซ่อนอยู่ในหนังสือ

เจาะลึกนิทานเด็กสุดสะพรึงของโกมุนยองใน It’s Okay to Not Be Okay พร้อมบทสัมภาษณ์นักวาดตัวจริง

ค้นหาความรู้สึกและแง่คิดที่ถูกซ่อนอยู่ในหนังสือ

นิทานคือโลกแฟนตาซีที่แสนโหดร้าย

หากใครได้ติดตามเรื่องราวของซีรี่ส์ที่มาแรงจนขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของ Netflix ประเทศไทยเรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่อง คงจะเห็นได้ว่ามีนิทานของโกมุนยองที่ปรากฏในเรื่องอยู่ 3 เล่มคือ เด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย (Boys who grew up with nightmare), เด็กน้อยซอมบี้ (The Zombie Kid) และ เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ (Spring Dogs) ซึ่งมีวางขายจริงในประเทศเกาหลีแล้ว ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังภาพวาดที่ดูน่ากลัวเกินกว่าที่เด็กควรจะอ่านนั้นเป็นศิลปินที่มีชื่อว่า Jamsan หรือ ซัมซัน


“ปีที่แล้วผมได้ทำงานกับผู้กำกับพัคชินอูผ่านเรื่อง Encounter ตอนนั้นผมได้ทำงานย่อเรื่องสั้นละครผ่านบทนำและบทส่งท้าย พอมาถึงซีรี่ส์ It’s Okay to Not Be Okay พอผมได้อ่านเรื่องย่อของ เด็กน้อยซอมบี้ กับเด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย ถึงจะเป็นเทพนิยาย แต่ผมรู้สึกว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กแต่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ผมจึงมุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดผลงานให้สื่อสารกับกลุ่มผู้ใหญ่ได้ โดยส่วนตัวแล้วผมอยากลองทำงานภาพในโทนสีที่ดูน่ากลัวหรือภาพของซอมบี้อะไรแบบนี้อยู่แล้ว” – Jamsan
“ทุกวันนี้ผมสนใจในเทพนิยายที่โหดร้าย แฟนตาซีและเรื่องที่ไม่สมจริงมากเลยล่ะ แต่ในทางหนึ่งเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟนตาซีแต่เราสามารถพบเจอเรื่องราวเหล่านี้ได้ในความเป็นจริง บางครั้งความเป็นจริงก็เกินกว่าที่เราจะจินตนาการไปถึงได้ บางครั้งมีความจริงที่น่าเศร้าใจมากมาย สิ่งเหล่านี้ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดแฟนตาซีได้ ตอนนี้ผมเริ่มสนใจงานในรูปแบบนี้มากขึ้น” – Jamsan
หากได้ติดตามอินสตาแกรมของเขา จะเห็นได้ว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังภาพวาดอื่นๆ มากมายที่ปรากฏในเรื่อง รวมไปถึงภาพวาดการเดินทางของโกมุนยอง มุนคังแท และ มุนซังแท อีกด้วย
เราไปดูกันว่า นิทานแต่ละเรื่องของโกมุนยองนั้น แท้จริงแล้วต้องการสื่ออะไรกับผู้อ่านบ้าง

เด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย (Boys who grew up with nightmare)

เรื่องนี้ถือเป็นหนังสือนิทานเล่มแรกที่ปรากฏในซีรี่ส์ โดยเรื่องราวนั้นเป็นการบอกเล่าถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กลัวการฝันร้าย จนต้องไปร้องขอให้แม่มดช่วยลบความทรงจำเลวร้าย เมื่อเด็กชายเติบโตขึ้นเขาก็ไม่ฝันร้ายอีกเลย แต่ความสุขของเขากลับหายไปด้วย จนวันที่แม่มดปรากฏตัวเพื่อเอาวิญญาณเขาไปเป็นการแลกเปลี่ยน ชายหนุ่มร้องถามว่าทำไมเขาถึงไม่มีความสุขแบบนี้ 
แม่มดตอบเขาว่า คนที่เก็บความทรงจำอันเลวร้ายทุกข์ทรมานเหล่านี้ไว้ในใจ และยังมีชีวิตต่อไปต่างหากที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นและมีความสุขได้ “แต่ถ้าเธอผ่านมันไปไม่ได้ ก็ยังคงเป็นแค่เด็กน้อยที่ไม่รู้จักเติบโต”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. ชีวิตคนเราต่างมีทั้งทุกข์และสุขที่ต้องเผชิญ รวมทั้งความทรงจำที่งดงามและเลวร้าย ต่างเป็นสิ่งที่เราต้องผ่านพบและมันจะช่วยขัดเกลาให้เราเป็นเรา ให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น สุดท้ายแล้ว ความสุขในใจจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเรายอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และเติบโตไปพร้อมกับมัน

เด็กน้อยซอมบี้ (The Zombie Kid)

มาถึงเรื่องที่มีลายเส้นภาพวาดสุดสะพรึงกันบ้าง นิทานเรื่องนี้เล่าถึงเด็กชายคนหนึ่งที่เกิดมาแตกต่างจากคนอื่น เขาเป็นเด็กที่มีความหิวโหยอยู่ตลอดเวลาจนทำให้แม่ของเขาต้องขังเขาเอาไว้ในห้องใต้ดิน แต่ละวันแม่ของเขาจะต้องคอยหาอาหารมาให้ เมื่อไม่มีอะไรจะให้ลูกชายกินแล้ว แม่ก็ยอมยกแขนขาให้เขากินเป็นอาหาร จนเมื่อเหลือแต่ตัว แม่ก็กอดเด็กชายไว้เป็นครั้งสุดท้าย และยอมให้เขากิน
เด็กน้อยซอมบี้ได้พูดขึ้นเป็นครั้งแรกว่า “แม่ช่างอบอุ่น” ซึ่งสะท้อนความหมายแฝงที่ว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่เด็กน้อยต้องการคืออาหาร หรือความรักความอบอุ่นจากแม่กันแน่..

เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ (Spring Dogs)

นิทานที่มีลายเส้นแสนสดใส ขัดกับเรื่องอื่นๆ อย่างชัดเจน เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับเจ้าหมาตัวหนึ่งที่ถูกผูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตอนกลางวันมันจะกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข แต่ตอนกลางคืนจะนอนร้องครางหงิงๆ ด้วยความเศร้า ที่จริงมันควรจะปลดเชือกที่ผูกเอาไว้ แล้วออกไปวิ่งเล่นในทุ่งกว้างๆ แต่มันก็ได้แต่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้พร้อมเชือกอยู่อย่างนั้น
แท้จริงแล้ว เชือกดังกล่าวก็เปรียบเสมือนปัญหาในชีวิตของเรา มันคือความเศร้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายในของคนทุกคน หากเราถูกผูกติดกับปัญหานานจนเกินไป ก็อาจทำให้เราหลงลืมวิธีที่จะหลุดออกจากมัน ทั้งที่ความจริงวิธีมันอาจจะง่ายมากก็ตาม ในฉากหนึ่งของซีรี่ส์เรื่องนี้ โกมุนยองเองได้พูดว่า “ฉันโดนผูกมานานมากแล้ว นานจนลืมไปแล้วว่าจะปลดเชือกออกได้อย่างไร” เป็นการสะท้อนปมในใจที่เธอมีมาเนิ่นนาน
แง่คิดในนิทานของโกมุนยองทั้ง 3 เรื่องและความคิดของซัมซัน ผู้วาดภาพประกอบนั้น มีความตรงกันในแง่ของ การยอมรับความจริงที่แม้ว่ามันจะโหดร้ายเอาไว้ แล้วเปลี่ยนให้มันเป็นพลังที่ทำให้เราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันไม่มีใครที่จะเติบโตมาอย่างเจ้าหญิงหรือเจ้าชายในนิทานที่ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ร้อนหมองเศร้า อย่างที่โกมุนยองพูดเอาไว้ในคลาสนิทานว่า “นิทานไม่ใช่ยากดประสาทที่ช่วยมอบความหวังและความฝัน แต่เป็นยากระตุ้นให้เผชิญความจริง”
ติดตามเรื่องราวความเข้มข้นของ It’s Okay to Not Be Okay และปมที่ค่อยๆ คลี่คลายอีก 4 ตอนสุดท้ายได้ทาง Netflix ประเทศไทยทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.00 น.

Source: Netflix
Cover Photo Courtesy: Netflix

RELATED STORY

on-the-road-siam-at-siam
อิ่มเอมไปกับกาแฟ เบเกอรี่ เมนูเฮลตี้ ยันดริงก์สูตรพิเศษในบรรยากาศไม่ซ้ำใคร
V-Villas-Phuket
พูลวิลล่าสุดหรูที่มีบัตเลอร์ส่วนตัวให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.