I

Ellemen

‘เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ กับบทบาทนักจิตบำบัดและผู้มีสำนึกทางเพศที่ไม่แบ่งขั้ว

และอีกหลายบทบาทที่เขาคนนี้อยากทำสิ่งที่มีความหมายกับตัวเองจริงๆ
Share on facebook
Share on twitter

Ellemen

Share on facebook
Share on twitter

‘เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ กับบทบาทนักจิตบำบัดและผู้มีสำนึกทางเพศที่ไม่แบ่งขั้ว

และอีกหลายบทบาทที่เขาคนนี้อยากทำสิ่งที่มีความหมายกับตัวเองจริงๆ

ในแง่อาชีพ ‘เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ เคยเป็นนักร้อง กำลังฝึกเป็นนักจิตบำบัดและหมายใจไว้ว่าจะเป็นพ่อบ้าน ส่วนในแง่อื่นๆ ของชีวิต เขื่อนยังเป็นผู้มีสำนึกทางเพศที่ไม่ได้แบ่งขั้วชาย-หญิง (Non-binary Gender Person) ผู้ไม่ฝักใฝ่ในเซ็กซ์ (Asexual) ผู้ไม่แบ่งเพศเสื้อผ้าและอื่นๆ อีกมากมาย

ELLE MEN : การเปลี่ยนผ่านจากนักร้องไปเป็นนักจิตบำบัด เกิดขึ้นได้อย่างไร?

KOEN : วันหนึ่งเขื่อนเริ่มคิดทบทวนและวิเคราะห์ว่าสุดท้ายแล้ว อาชีพนักร้องมันคืออะไรสำหรับเรา และวันนั้นมันไม่ได้ตอบโจทย์แล้วครับ เขื่อนคิดว่าตัวเองน่าจะมีอายุขัยประมาณหนึ่ง เต็มที่ก็ 70 ปี เขื่อนอยากทำอะไรที่มีความหมายกับตัวเองจริงๆ 

ELLE MEN : ในวัยจะ 30 ก็กลับไปเรียนและทำปริญญาเอก ด้าน Existential Psychotherapy (การบำบัดจิตด้วยปรัชญาชีวิต) 

KOEN : ตอนตีหนึ่ง ยังคงนั่งเขียนเรียงความอยู่ (ยิ้ม) ต้องเจอ คนไข้ และทำรีเสิร์ชด้วย 

ELLE MEN : เลือกถูกไหมที่เปลี่ยนอาชีพมาทางนักจิตบำบัด? 

KOEN : ถ้าตอบว่าอะไรถูก หรือไม่ถูก จะไม่แฟร์กับตัวเอง เพราะ การตอบว่าอะไรถูก-ไม่ถูก คือการ Fix หรือบอกบริบทว่า อันนี้ใช่ หรือไม่ใช่ อีกห้าปี สิบปี เขื่อนอาจจะเปลี่ยนสายก็ได้ แต่ ณ วันนี้ มันใช่มากครับ เขื่อนโตมากับบ้านที่เรื่องสุขภาพจิตค่อนข้าง ชัดมาก พี่สาวเขื่อนเป็นออทิสติก คุณแม่เป็นไบโพลาร์ เขื่อนเป็น Caretaker ของพี่สาว เราคิดว่าครอบครัวเราค่อนข้างเปิดรับเรื่อง สุขภาพจิตในระดับหนึ่งแล้ว แต่หลายๆ อย่างรู้สึกว่ายังขาดหายไป อย่างคุณแม่เพิ่งกล้าพูดในวัยเกือบ 50 ว่าอยากไปหาหมอ มันชัด มากว่าไม่มีใครพูดถึงเรื่องสุขภาพจิต เราเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนเราไม่มีที่ไป ไม่รู้จะคุยกับใครได้ 

เขื่อนไม่เหมารวมนะครับ แต่บางครั้งเขื่อนได้ยินบางบ้าน พูดว่า เธออยากให้คนอื่นรู้เหรอว่าครอบครัวเราบ้า มันเป็น Stigma ที่ติดมาค่อนข้างเยอะ เลยรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อคืนเขื่อนเพิ่งเขียน เรียงความสั้นๆ เรื่องความเหงาของนักจิตบำบัดในเมืองไทย ถ้าอยู่อังกฤษ เรายังมีโมเมนต์ไปผับ ไปคุยกับเพื่อนนักจิตบำบัดต่อ แต่อยู่เมืองไทยแล้ว เราอยู่กับความเหงานี้ต่อไป แต่ก็เป็น ความเหงาที่เราเลือกแล้ว เขื่อนว่าคนเรายังยึดติดว่า อะไรที่เราเลือกต้องสนุก ต้องบันเทิง ต้องดี ในบางวันที่เรารู้สึกว่าทำไม โหวงเหวงขนาดนี้ เราเตือนตัวเอง ได้ว่ามันมีความเหงานะ แต่มันมี ความหมายสำหรับเรา 

ELLE MEN : ถ้าไม่มีอาชีพนักจิตบำบัด อยู่ในโลกอีกแล้ว จะทำอะไร? 

KOEN : (คิดนานมาก) เป็นคำถามที่ดีนะ แต่อาชีพและทุกอย่างที่เขื่อนเป็นและสู้ เพื่อมัน คือทุกอย่างที่ทุกคนบอกมาตลอดว่า เขื่อนทำไม่ได้ เขื่อนเป็นไม่ได้ ไม่ว่าการเป็น Queer การบอกว่าตัวเองเป็น Asexual ที่ ไม่ชอบเซ็กซ์ในสังคม LGBTQ+ การเป็นคน ที่บอกว่าเสื้อผ้าไม่มีเพศ การอยากทำเรื่อง สุขภาพจิต ซึ่งหลายๆ คนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขื่อนทำการสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมกันของแต่ละอักษรย่อ ของ LGBTQ+ แต่ถ้าต้องตอบเพราะอยากหาคำตอบ เขื่อนอยาก เป็น Stay-at-home Dad ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน เขื่อนว่าทุกวันนี้ยังได้เครดิตไม่พอ มันเป็นภาระที่หนักมาก เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นมากกว่าพ่อบ้านแต่ต้องหา เลี้ยงครอบครัว ต้องเลี้ยงลูก ดูแลความพร้อม เป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้ทุกๆ คนในบ้าน ถ้าวันหนึ่งเขื่อนเลือกจะเป็นคุณพ่อ หรือเป็น Single Dad ซึ่งก็ เป็นแพลนที่อยากจะมุ่งไปสู่ เขื่อนคงเลือกจะ Adopt เพราะรู้สึกว่า คนบนโลกมีเยอะมากๆ แล้ว มีน้องๆ อีกหลายๆ คนที่ควรจะได้ รับโอกาสให้โตมาในบ้านที่อบอุ่น 

ELLE MEN : เห็นภาพครอบครัวตัวเองเป็นอย่างไร? 

KOEN : Very Queer Family อาจจะมีหรือไม่มีพาร์ตเนอร์ก็ได้ ยากมากการที่เอา Queer มาเป็นคำพูด มันคือพื้นที่ที่ปลอดภัย จริงๆ นะครับ ไม่มีการตัดสินว่าอะไรควรจะเป็นแบบไหน สำหรับ เขื่อน Queer เป็น Gender ที่ไม่ว่าใครจะต้องการให้เราเป็นอะไร ก็ตาม เราจะเป็นอีกแบบหนึ่ง เราแค่เป็นของเราแบบนี้ ถ้า Queer มีคำอธิบายเมื่อไร ความเป็น Queer ก็จะหายไป 

ELLE MEN : อาชีพของหลายๆ คนต้องหายไปหรือเปลี่ยนแปลง ในช่วงนี้ อยากให้เขื่อนสื่อสารอะไรก็ได้กับคนที่อยู่ในช่วง เปลี่ยนผ่านของชีวิต 

KOEN : ไม่มีคำตอบไหนที่สามารถครอบคลุมได้ทุกอาชีพและ ทุกคนนะครับ พูดตรงๆ ว่าไม่อยากโปรโมตตัวเองบนความทุกข์ ของคนอื่น แต่อินสตาแกรมของเขื่อนทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ เปิดเป็นพื้นที่ปลอดภัย ใครมีเรื่องอะไรก็ส่งเข้ามาได้ บางครั้ง เราแค่อยากให้คนอื่นได้ยินว่าเขารู้สึกอะไรอยู่ 

เรื่อง : Supakdipa Poolsap 

Share on facebook
Share on twitter
Share on email