fbpx

I

People

เรื่องราวของ Lauren Wasser นางแบบสาวที่ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

เธอไม่เพียงแต่เป็นนางแบบที่ต่อสู้กับมรสุมชีวิต แต่ยังเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อสิทธิสตรีอีกด้วย
Digital Fashion Editor

เรื่องราวของ Lauren Wasser นางแบบสาวที่ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

เธอไม่เพียงแต่เป็นนางแบบที่ต่อสู้กับมรสุมชีวิต แต่ยังเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อสิทธิสตรีอีกด้วย
Digital Fashion Editor

หลายๆ คนที่ได้ชมแฟชั่นโชว์ของ Louis Vuitton คอลเล็กชั่น Cruise 2023 ที่ซานดิเอโกเมื่อหลายวันที่ผ่านมา โดย Nicolas Ghesquière ได้พาเหรดนางแบบกว่า 56 ชีวิตที่ปรากฏตัวในลุคนักรบหญิงเวอร์ชั่นของ Louis Vuitton ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Lauren Wasser นางแบบสาวชาวอเมริกันชื่อดังที่มีเรื่องราวชีวิตอันแสนเศร้าเนื่องจากต้องตัดขาทั้งสองข้างหลังจากเผชิญกับโรค Toxic Shock Syndrome (TSS) ซึ่งเกิดจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด โดย Lauren ได้รับเลือกให้ร่วมเดินแบบในโชว์ล่าสุดของ Louis Vuitton ในลุคแจ็กเก็ต กางเกงสามส่วนสีเงินเมทัลลิก สวมทับด้วยเทรนซ์โค้ตสีเงิน และสวมสนีกเกอร์ดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์

สำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้จักเธอมากนัก วันนี้แอลอาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Lauren Wasser นางแบบสาวที่ต่อสู้กับมรสุมชีวิตจนกลับมาทำงานในอาชีพนางแบบที่เธอใฝ่ฝันจวบจนปัจจุบัน และเธอก็ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ในชีวิตอีกด้วย

Lauren Wasser นางแบบสาวชาวอเมริกันวัย 33 ปี เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 1988 ปัจจุบันเธอเป็นทั้งนางแบบ, นักแสดง, นักเคลื่อนไหวทางสังคมและอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอถือว่าเป็นนางแบบดาวรุ่งอนาคตไกลคนหนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอล้มป่วยเฉียบพลันด้วยอาการ TSS หลังจากที่ซื้อผ้าอนามัยแบบสอดมาใช้ อาการของเธอก็เข้าขั้นวิกฤติมาก จนแพทย์บอกให้ครอบครัวของเธอเตรียมใจไว้ แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อ Lauren พ้นขีดอันตรายมาได้ แม้แพทย์ลงความเห็นว่าเธอต้องตัดขาของเธอทั้ง 2 ข้าง แต่เธอเลือกที่จะเก็บขาซ้ายไว้ เพื่อใช้ชีวิตต่อไป

หลังจากที่เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่หลังตัดขาไปหนึ่งข้างนั้น เธอก็ได้ตั้งชื่อเล่นให้กับขาเทียมสีทองประจำตัวว่า ‘Golden leg’ และถ่ายรูปลงโซเชียลอวดมันอย่างภูมิใจ อีกทั้งเธอยังคงเดินแบบบนรันเวย์พร้อมเจ้า Golden Leg ของเธอนี้ต่อมาเรื่อยๆ และเธอยังลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้หญิงทุกคน เธอได้สร้างแคมเปญเรียกร้องให้โรงงานที่ผลิตผ้าอนามัยแบบสอด พิจารณาการติดคำเตือนถึงโรค TSS บนแพ็กเกจสินค้าให้ชัดเจนที่สุด และรณรงค์ให้ผู้หญิงสนใจและตระหนักในโรคนี้มากขึ้น

5 ปีต่อมา อาการของ Lauren ทวีความรุนแรงขึ้นและไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้ แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเธอจำเป็นต้องตัดขาอีกข้าง เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ หลังจากนั้นเธอก็ยังคงเดินหน้าบนเส้นทางอาชีพนางแบบ ได้ร่วมถ่ายแบบและเดินแบบให้กับแบรนด์ชื่อดัง อาทิ Louis Vuitton, Lacoste, Boss, Savage x Fenty, Shiseido, Annakiki และอีกมากมาย

ไม่เพียงแต่การได้เดินบนเส้นทางนางแบบอาชีพ เธอยังมีโอกาสได้ชิมลางงานแสดงอีกด้วย ในปี 2016 Lauren ปรากฏตัวในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘Thread of Man’ และในปีถัดมาเธอได้ร่วมแสดงในซีรี่ส์เรื่อง ‘Loudermilk’

เชื่อว่าหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับเธอคนนี้กันมาพอประมาณ เรื่องราวเหล่านี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านแอลไม่มากก็น้อย ปัจจุบันมีคนติดตามบนอินสตาแกรมของเธอที่ใช้ชื่อว่า @theimpossiblemuse นับแสนคนที่ติดตามการเคลื่อนไหวของเธอ แต่พวกเขาไม่ได้รอเสพเพียงแต่ไลฟ์สไตล์สวยหรูเหมือนนางแบบหรือเซเลบริตี้ทั่วๆ ไป แต่เพราะอินสตาแกรมของเธอนั้นเปรียบเสมือนบันทึกการเดินทาง และการต่อสู้ของตัวเธอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนทำให้วันนี้เธอกลายเป็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและไอดอลในการต่อสู้ชีวิตให้กับใครอีกหลายๆ คน

TSS (Toxic Shock Syndrome) หรือ กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก เป็นกลุ่มอาการที่พบได้ยากแต่อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่สามารถปล่อยสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ การได้รับสารพิษนั้นอาจทำให้มีไข้สูงอย่างฉับพลัน และความดันเลือดต่ำซึ่งอาจเป็นเหตุให้อวัยวะสำคัญ อย่างปอด ตับ หรือหัวใจ ล้มเหลวได้ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในผ้าอนามัยโดยเฉพาะแบบสอด อย่างไรก็ตาม TSS สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยจำนวนผู้ป่วยที่พบกว่าครึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่ในวัยมีประจำเดือน

ข้อมูลจาก : pobpad.com

RELATED STORY

Fifa-World-Cup-2022-Qatar-LGBTQ
ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เคยแสดงความเห็นว่า รักร่วมเพศถือเป็น 'บาปร้ายแรง'
halloween-celebrities-look-2022
เซฟไว้เป็นแรงบันดาลใจลุคฮาโลวีนของตัวเองได้เลย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.