I

Food & Drink

Lennon’s Bar อีกหนึ่งสถานที่นัดแฮงค์เอ้าท์สุดเท่ ที่หนุ่มๆ รักแผ่นเสียงไม่ควรพลาด!

สปีคอีซี่บาร์สุดชิวหลังเลิกงาน ที่ควรเพิ่มไปอยู่ในลิสต์!
Share on facebook
Share on twitter
Lennon’s Bar อีกหนึ่งสถานที่นัดแฮงค์เอ้าท์สุดเท่ ที่หนุ่มๆ รักแผ่นเสียงไม่ควรพลาด!
Digital Content Creator

Food & Drink

Share on facebook
Share on twitter

Lennon’s Bar อีกหนึ่งสถานที่นัดแฮงค์เอ้าท์สุดเท่ ที่หนุ่มๆ รักแผ่นเสียงไม่ควรพลาด!

สปีคอีซี่บาร์สุดชิวหลังเลิกงาน ที่ควรเพิ่มไปอยู่ในลิสต์!
Lennon’s Bar อีกหนึ่งสถานที่นัดแฮงค์เอ้าท์สุดเท่ ที่หนุ่มๆ รักแผ่นเสียงไม่ควรพลาด!
Digital Content Creator

หากหนุ่มๆ เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน อยากหาที่พักใจ พักผ่อนพูดคุยกับเพื่อนในบรรยากาศสบายๆ พร้อมเคล้าเสียงเพลงที่ไม่อาจหาฟังที่ไหนได้ เราขอแนะนำที่นี่เลยกับ Lennon’s Bar ณ โรงแรม ROSEWOOD BANGKOK

อีกหนึ่งสปีคอีซี่บาร์สุดเท่ในบรรยากาศวิวเส้นขอบฟ้าอันงดงาม ในยามค่ำคืน บนชั้น 30 ของโรงแรม พร้อมเปิดออกจากประตูลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงที่ตกแต่งไปด้วยแผ่นเสียงไวนิลอันละลานตา

บาร์แห่งนี้ถูกออกแบบให้เหมือนสตูดิโอบันทึกเสียงในบ้าน ที่รวบรวมคอลเลคชั่นแผ่นเสียงกว่า 6,000 แผ่นหนึ่งในคอลเล็กชั่นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อหนุ่มๆ แอลเมนได้ก้าวเข้ามาสัมผัสกับคลังแผ่นเสียงขนาดใหญ่ตกแต่งโดยรอบผนังบาร์ซึ่งมีคอลเลคชั่นมากมาย อาทิ Jass, Rock, Blues และ Pop โดยหนุ่มๆ สามารถเลือกแผ่นเสียงในแนวเพลงที่ชอบไปให้ดีเจของบาร์เปิดได้ทันที

สำหรับเมนูน่าลิ้มลองสำหรับค่ำคืนอันแสนพิเศษและทำให้นึกถึงวันเก่าๆ อย่าง Old Time ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด โดยทางบาร์ได้นำค็อกเทลคลาสสิก และ สุราหายากตั้งแต่ยุค 1940 ถึง 1970

ในปี 2022 นี้ทางบาร์ยังมีเมนูหมวดใหม่ภายใต้ชื่อ ‘The Sound of the Future’ ที่มีแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เครื่องดื่มที่รักษ์โลกและผ่านกระบวนการนำเสนอหลักความคิดแบบ Zero-Waste และลดการสูญเสียอาหารโดยมากที่สุด อาทิ ‘You are the Sunshine of My Life’ โดย Stevie Wonder มีส่วนผสมเป็นโฮมเมดไซรัปจากครัวซองค์และแอปเปิ้ลอบจากครัวโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯหรือ ‘A Mover La Colita’ โดย Wilfrido Vargas ที่ใช้กล้วยทั้งใบ และกาแฟพันธ์พิเศษจากประเทศไทยจาก Left Hand Roasters ในการหมักและใช้เปลือกกล้วยนำมาทำเป็นผลไม้กวนอบกรอบมาตบแต่ง

‘Lennon’s Favorites’ เครื่องดื่มยอดนิยมที่ได้ถูกนำมาดัดแปลงเพื่อชูแนวคิดอันยั่งยืน ลดการเกิดหรือใช้อาหารในการตบแต่งที่ไม่จำเป็น โดยเครื่องดื่มทั้งสามประกอบไปด้วย ‘เป็นโสดทำไม’ โดย สุรพล สมบัติเจริญ , ‘Woman’ โดย John Lennon และ ‘Fly Me to the Moon’ โดย Frank Sinatra ไม่เพียงเท่านั้นทาง Lennon’s ยังได้นำเสนอหมวดเมนูใหม่ ที่อิงแนวคิดด้านความยั่งยืนเป็นแรงบันดาลใจ และนำเสนอความสนุกสนานของเพลงดิสโก้จากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

Fly Me to the Moon – Frank Sinatra

และอีกหนึ่งกลุ่มเมนูที่ทางบาร์ได้คิดค้นและชูเพลงสไตล์ดิสโก้สุดมันส์ ที่จะพาทุกคนเดินทางรอบโลกผ่านเสียงเพลง อย่าง Donna Summer ตัวแทน ‘American Disco’ นมพั้นช์แสนคลาสสิคสีชมพูอันโดดเด่น Miki Matsubara กับบทเพลง ‘Japanese Disco’ ที่มีดอกซากุระอันอ่อนหวานเป็นส่วนผสม Bappi Lahiri กับเครื่องดื่ม ‘Indian Disco’ ที่เพิ่มความจัดจ้านด้วยมะขามและใบแกง และที่ขาดไม่ได้คือ ‘Thai Disco’ โดย ฉันทนา กิติยพันธ์ ที่มีส่วนผสมของใบเตย, สับปะรดและมะพร้าว

Lennon’s Bar พร้อมเปิดประตูต้อนรับหนุ่มๆ อีกครั้งแล้ววันนี้ โดยจะเปิดให้บริการทุกวันพุธถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น ถึงเวลา 5 ทุ่ม ของทุกวัน (หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02 080 0030 หรือ Email : [email protected]

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.