Type To Search
X
FOLLOW
6 Nov 2018

แอลปักหมุด 5 โรงแรมคาแรกเตอร์จัดทั่วโลกที่ควรจูงมือคนพิเศษไปเยือนสักครั้ง

เอ๊ะ...จะไปนอนในคฤหาสน์โบราณที่อินเดีย หรือปราสาทสุดอลังในฝรังเศสดีนะ
Kasidit Srivilai
Assistant Lifestyle Editor

เพราะรีสอร์ตที่แค่หรูอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอสำหรับสาวแอลเมื่อต้องเลือกสถานที่ฮันนีมูน เราจึงเลือกเหล่าโรงแรมคาแรกเตอร์จัดจ้าน ไม่ว่าจะมีดีไซน์เด็ดดวงหรือมาพร้อมวิวระดับพันล้าน มาเสนอไปเป็นไอเดียให้คุณอ้อนคนพิเศษจัดทริปไปเยือนรับวันหยุดสิ้นปีนี้

Amanbagh

Rajasthan, India

ถ้าเราไม่รวมรีสอร์ตสุดพิเศษในเมืองสีชมพูแห่งนี้เข้าไปในลิสต์ก็ถือว่าพลาดมากจริงๆ เพราะ Aman ไม่เคยทำให้เราผิดหวังไม่ว่าจะเป็นเดสติเนชั่นไหนที่แบรนด์ได้เปิดตัว

คฤหาสน์โบราณจากยุคจักรวรรดิโมกุลซึ่งตั้งอยู่ ณ ชานเมืองชัยปุระ ได้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นรีสอร์ต Amanbagh ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวขั้นสุดในแบบของ Aman (ที่มาจากคำในภาษาสันสกฤตว่า ‘สันติ’) สีชมพูอ่อนจากหินทรายและหินอ่อนคือสีหลักของรีสอร์ตแห่งนี้ ซึ่งล้อตามสีหลักของเมืองสุดฮอตแห่งอินเดีย ตัดกับสีฟ้าสดของสระว่ายน้ำส่วนกลาง แค่ดูรูปก็คงไม่ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้พิเศษมากแค่ไหนสำหรับคู่รัก

รีสอร์ตแห่งนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยอุทยานแห่งชาติสาริสก้า และยังคงความงามของสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ยอดโดมบนตึกแต่ละหลังไปจนถึงรายละเอียดการตกแต่งภายในห้องด้วยหินอ่อน เสายักษ์อลังการในแต่ละมุมห้อง เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักต่างๆ และอ่างอาบน้ำหินสีเขียวมรกต

สำหรับใครที่งบประมาณไม่จำกัดและต้องการความพิเศษสำหรับทริปของคุณกับคู่รัก เราแนะนำให้เข้าพักในห้องแบบ Pool Pavillion ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดพอเหมาะ และสวนคอร์ตยาร์ด และมากไปกว่านั้นทางรีสอร์ตยังมีบริการปิกนิกแบบส่วนตัวบริเวณอุทยานและทะเลทรายที่โอบล้อมตัวรีสอร์ทอยู่ ขอแอบกระซิบว่าในอดีตบริเวณรอบๆ รีสอร์ตนั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งล่าเสือโคร่งและสัตว์ป่าอื่นๆของเหล่าราชวงศ์อินเดียด้วย

The Cambrian

Adelboden, Switzerland

ลืมสถานที่สุดฮิตอย่าง St. Moritz และ Zermatt ไปก่อน สวิตเซอร์แลนด์ยังมีเมืองและหมู่บ้านเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขารอให้เราไปค้นพบอีกมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ The Cambrian โรงแรมขนาดเล็กในเครือ Design Hotels ที่ตั้งอยู่บนทำเลที่มีวิวที่ดีที่สุดของอาเดลโบเดิน หมู่บ้านกลางเทือกเขาเบอร์นีส-แอลป์ส

ด้วยโลเกชั่นบนจุดสูงสุดของหมู่บ้าน จากห้องพักทุกห้องของโรงแรมดีไซน์เก๋สไตล์ชาเลต์แห่งนี้คุณจะสามารถมองเห็นวิวหุบเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านได้อย่างชัดเจน ขอบอกว่ามันยิ่งใหญ่และอลังการมากจนเราถึงกับต้องเอามือป้องปากเมื่อเปิดประตูระเบียงออกไป และหากกวาดตามองอย่างตั้งใจคุณจะเห็นน้ำตก Engstligen ที่ซ่อนตัวอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของหุบเขาด้วย

เมื่อก้าวเข้าไปในโรงแรมแห่งนี้เราได้รับการต้อนรับด้วยบรรยากาศอบอุ่นของโทนสีเข้มที่โรงแรมเลือกใช้ในการตกแต่งล็อบบี้ แถมในช่วงที่อุณหภูมิลดลงต่ำโรงแรมยังมีเตาผิงใหญ่ในล็อบบี้ยังทำให้อบอุ่นได้มากขึ้นอีก พร้อมโซฟาตกแต่งขนวัวที่ตั้งรอบๆเตาผิงให้คุณได้พิงกายพร้อมจิบเบียร์ท้องถิ่นของสวิสที่มีให้เลือกมากมาย

ทีเด็ดของที่นี่อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวห้องพักแต่เป็นสระน้ำอุ่นจากุซซี่ส่วนกลางที่คุณและคนรักสามารถมาแช่คลายหนาวและปล่อยตาไปกับวิวเหล่าภูเขายักษ์ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า เชื่อว่าทุกคนคงอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพตัวเองแช่น้ำอยู่ในสระน้ำงามๆโดยมีพื้นหลังเป็นภูเขาหิมะแน่ๆ แต่ภาพนั้นจะต้องให้คนถ่ายลงมาอยู่ในสระด้วยนะ ดังนั้นขอเตือนว่าระวังมือถือและกล้องของคุณให้ดีๆก็แล้วกัน

ใครที่ห่วงว่าถ้าต้องไปอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้แล้วจะกินอะไร เราอยากจะบอกว่าบ้านที่อยู่ติดกับโรงแรมเป็นร้านอาหารรางวัลมิชลินรสชาติเยี่ยมนามว่า Alpenblick ที่เราลองมาแล้วว่าไม่มีจานไหนทำให้เราผิดหวัง โดยเฉพาะเมนูเด็ดอย่างเนื้อกวางภูเขา

Château de Bagnols

Bagnols, France 

เติมเต็มความฝันในวัยเด็กของคุณด้วยช่วงเวลาที่เป็นดั่งเทพนิยายในปราสาทยุคเรอเนซองซ์ที่ไม่ไกลจากเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส สำหรับสายดิสนีย์หรือแฟนคลับเทพนิยายชวนฝันต่างๆการตัดสินใจใช้เวลาช่วงฮันนีมูนในปราสาทที่ห้อมล้อมไปด้วยไร่องุ่น Beaujolais อันงดงาม และสวนที่ได้รับการดูแลให้คงสภาพสวยงามมานับ 100 ปีคงไม่ต่างกับฝันที่เป็นจริง

สถาปัตยกรรมของปราสาทแห่งนี้โดดเด่นเตะตาตั้งแต่ผนังวาดมือสุดวิจิตร เตาผิงสไตล์กอติก ไปจนถึงวัตถุโบราณที่ตั้งอยู่หลายๆจุดในปราสาท แถมการแบ่งสัดส่วนในตัวปราสาทยังถูกออกแบบอย่างชาญฉลาดด้วยการใช้ผนังแก้วเพื่อไม่ให้รายละเอียดดั้งเดิมอย่างหินและเสาถูกทำลาย

และเพื่อให้คุณกับคนรักได้อิ่มเอมกับช่วงเวลาในยุคเรอเนซองซ์อย่างเต็มที่ เราแนะนำให้จองห้องสวีต Château Suite ที่ยังคงรายละเอียดแบบโบราณไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดบนผนัง พรมผืนยักษ์ เตียงเสาไม้ เตาผิงทำจากหิน และโถสวมไม้แบบโบราณ ความหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสยังไม่หมดเพียงแค่นั้นภายในห้องสวีตยังมีผลิตภัณฑ์อาบน้ำและครีมบำรุงผิวกลิ่นพิเศษจาก Hermès สำหรับไว้ปรนเปรอตัวคุณและคนรักอีกด้วย

ส่วนผู้ที่มีใจรักอาหารแบบ gastronomy ของฝรั่งเศส ร้านอาหาร 1217 ของที่นี่ซึ่งดูแลโดยเชฟ Jean-Alexandre Ouaratta ก็เพิ่งได้รับดาวมิชลิน 1 ดวงมาหมาดๆ เราแนะนำให้ลองชิมนกพิราบอบกับเห็ดชิตาเกะของเชฟดูสักครั้ง

Four Seasons Resort

Koh Samui, Thailand

ภาพสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ตัดกับพื้นหลังของน้ำทะเลระยิบแดด ต้นมะพร้าวสูงชะลูด บวกกับโลเกชั่นที่เรียกได้ว่าพิเศษที่สุดบนเกาะ ทำให้รีสอร์ตแห่งนี้เป็นที่พูดถึงของนักท่องเที่ยวระดับเอลิสต์ทั่วโลก

ด้วยโลเกชั่นของรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ในอ่าวแหลมใหญ่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสมุย และห่างจากสนามบินสมุย 40 นาที จึงทำให้รีสอร์ตแห่งนี้คือที่สุดของความสงบเงียบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับใช้เวลาตลอดช่วงฮันนีมูนเพราะที่นี่เพียบพร้อมไปด้วยบรรยากาศและบริการ กระทั่งสื่อต่างประเทศมอบคำว่า ‘impeccable’ ซึ่งหมายถึง ‘ไร้ที่ติ’ ให้กับรีสอร์ตแห่งนี้

ล็อบบี้สไตล์ศาลาไทยซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้มองเห็นวิวป่าเขาและวิวทะเลที่โอบล้อมตัวรีสอร์ตได้ชัดเจน รวมไปจนถึงวิลล่าที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่จะทำให้คุณและคู่รักสัมผัสกับธรรมชาติที่ห้อมล้อมอยู่รอบตัวได้ตลอดเวลา

อย่างที่บอกว่าวิลล่าทุกหลังของที่นี่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวกับพื้นที่ใช้สอย 100 ตารางเมตรขึ้นไป การตกแต่งภายในเน้นใช้ไม้สีเข้ม ผนังสีขาวสะอาดตา เพดานทรงโค้งสูง และสีฟ้าอ่อนของหมอนและเครื่องใช้ต่างๆภายในห้องทำให้รู้สึกอบอุ่นและสดใสได้ในเวลาเดียวกัน

Belmond Hotel Caruso

Amalfi Coast, Italy

มนตร์เสน่ห์จากสถาปัตยกรรมแบบพาลาซโซแห่งศตวรรษที่ 11 บวกกับที่ตั้งบนจุดที่สูงที่สุดบนหน้าผาริมชายฝั่งอามาลฟี ทำให้โรงแรมแห่งนี้เข้าข่ายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรค่าแก่การทุบกระปุกหรืออาจถึงขั้นเจียดเงินสำหรับการเกษียณเพื่อตีตั๋วไปฮันนีมูน!

ว่ากันด้วยเรื่องของโลเกชั่น ตรงจุดนี้ทำให้โรงแรมแห่งนี้มีวิวที่ดีที่สุดในเมืองราเวลโล (ฝรั่งถึงกับใช้คำว่า jaw-dropping กันเลยทีเดียว) เป็นวิวที่มองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ทั้งทิวแถวบ้านเรือนโบราณในเมืองและท้องทะเลสีคราม

ส่วนเรื่องของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งนั้นเครือโรงแรม Belmond จะชูความอาร์ตให้เป็นหนึ่งในสโลแกน และได้เพิ่มความกลมกล่อมให้กับอินทีเรียร์ด้วยพื้นหินอ่อนสุดวิจิตร และเหล่าประตูโค้งขนาดยักษ์ที่อยู่คู่กับพาลาซโซพระโบราณต่างถูกแต่งแต้มด้วยกระแสนิยมแบบอิตาเลียนยุคใหม่ทั้งการนำภาพวาดโบราณมาติดผนัง และนำของแอนตีกล้ำค่ามาวางตามจุดต่างๆ

ภายในห้องพักทุกห้องได้ลดทอนการตกแต่งสไตล์พาลาซโซให้ดูสดใสขึ้นด้วยผ้า Frette สีสันสดใสให้อารมณ์แบบเมดิเตอร์เรเนียน คุณและคู่รักจะได้เห็นวิวทะเลแบบเต็มตา แถมทุกห้องยังมาพร้อมระเบียงส่วนตัวหรือแม้กระทั่งสวนส่วนตัวสำหรับห้องสวีต ทำให้คุณได้ใช้เวลาส่วนตัวกัน 2 คนแบบไม่ต้องแคร์ใคร

บทความจากนิตยสารแอลประเทศไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2018
เรื่อง: กษิดิศ ศรีวิลัย, ยศเส หมันเตะ

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/11/front_honeymoon.jpg