Type To Search
X
FOLLOW
25 Feb 2019

ความสง่างามทุกรายละเอียดแห่งการใช้ชีวิตที่เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา

Sense of Place สู่ชีวิตสุนทรีย์ มีดีเทล

แสงรำไรบางๆ ช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลอดผ่านเงาต้นอินทนิลที่กำลังผลิดอกชมพูอ่อนเรียงแถวสุดปลายตา อวดโฉมไปพร้อมกับกล้วยไม้อิงอาศัยอยู่ข้างใต้ ใบไม้บนถนนปลิวเป็นเกลียวคลื่น ลีมูซีนวิ่งฉิว อ้อมผ่านวงเวียนและคลับเฮ้าส์ทรงสะดุดตา มาบรรจงจอด ณ อาคารสีฟ้าคราม ตระหง่านสง่างามเหนือสนามหญ้า เป็นฉากหลังให้แสงสุดท้ายของวัน

ดอกไม้ในสวนสวยหน้าบ้านชูช่อสลอนทักทายผู้เป็นเจ้าของอย่างดีใจ Facade ฉลุลายกระทบแสงจันทร์ เต้นระบำกับ “แวนด้า” กล้วยไม้สีน้ำเงินที่ปลูกอยู่บนระเบียงโอ่โถงนั้น ยังมีพื้นที่เหลือให้เซ็ตเก้าอี้หวายสำหรับอาฟเตอร์นูนทีกับคนรู้ใจ เมื่อลงจากรถเปิดประตูบานใหญ่ผ่านห้องรับแขกไปยังห้องอาหาร สมาชิกในครอบครัวต่างพร้อมหน้า เตรียมดื่มด่ำกับมื้อค่ำ ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขไปอีกหนึ่งวัน

เพราะเรารู้ว่ารายละเอียดเล็กๆ ช่วยสร้างความพิเศษให้กับ space เปลี่ยนห้องขาวๆ ให้เป็นพื้นที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่ เปลี่ยนอาคารหลังใหญ่ให้กลายเป็นบ้านที่ทุกคนมีความสุขร่วมกัน และเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นกลายอาณาบริเวณแห่งพลังสุนทรีย์ แสนสิริจึงเริ่มต้นออกแบบพื้นที่โครงการ 67 ไร่ จากจิตวิญญาณแห่งถิ่นที่ Sense of Place ในทำเลที่สมบูรณ์พร้อมด้วยธรรมชาติ ทว่ารายล้อมด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย ย่านทวีวัฒนา หนึ่งในเขตสำคัญของกรุงเทพ ที่มีฟาร์มกล้วยไม้เป็นอาชีพเกษตรกรรมดั้งเดิม


พืชพรรณที่สะท้อนนิยามแห่งความมั่งคั่ง สง่างาม อย่างกล้วยไม้ จึงถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดผ่านเส้นสายการออกแบบทุกส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงอันโดดเด่นของอาคารคลับเฮ้าส์ แพลนท์ติ้งคอนเซ็ปต์ที่มีกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ หรือแม้แต่การใช้สี Facade ของบ้านทั้ง 3 แบบ บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 105 ตารางวา เริ่มที่ “Rothschild’s Slippers” พื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม. “Cattleya” พื้นที่ใช้สอย 301 ตร.ม. และ “Vanda” แบบบ้านที่ใหญ่ที่สุด ด้วยพื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม.

รายละเอียดในการออกแบบ ยังสร้างความแตกต่างให้กับบ้านทั้ง 3 แบบ อย่าง Rothschild’s Slippers มี 3 ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง ส่วน Cattleya จะมี 4 นอนใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว ทั้งยังมีห้องอเนกประสงค์เปิดรับวิวสวนที่ชั้นล่างพร้อมห้องน้ำ มีทางลาดเชื่อมต่อกับที่จอดรถหน้าบ้าน จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็น ส่วน “Vanda” โดดเด่นด้วย My Pavilion เรือนรับรองขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนต้อนรับแขกผู้มาเยือน หรือพื้นที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของสมาชิกภายในบ้านตามแต่การใช้งาน

บ้านทั้ง 113 หลังในอาณาบริเวณของโครงการ ยังได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของสมาชิกทุก Generation อย่าง Enclosed Balcony ระเบียงต่อขยายจาก Grand Master Bedroom ซึ่งสามารถใช้เป็นที่ปลูกต้นไม้ จิบชายามบ่าย หรือตั้งโต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่งเป็นอีกหนึ่งมุมโปรดของบ้าน

ส่วนชั้นล่างให้ความสำคัญกับการจัดแบ่งสเปซการใช้งานเป็นสัดส่วน และสร้างพื้นที่รวมตัวของสมาชิกในบ้านที่มีคุณภาพกว่าที่เคย อาทิ Universal Design รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ และเพื่อความสะดวกของผู้ใช้รถเข็น ส่วนห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเป็น Garden Access Bedroom เชื่อมต่อห้องนอนกับสวนสวยหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบห้องครัวไทยให้มีขนาดใหญ่รองรับการใช้งานจริง และมีหน้าต่างสำหรับถ่ายเทอากาศและกลิ่นไม่พุ่งประสงค์จากการทำอาหาร เป็นระบบปิด

ความปลอดภัยในการอยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งดีเทลที่แสนสิริให้ความสำคัญ กับระบบ Smart Outdoor Security Camera ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาหน้าบ้าน และแจ้งเตือนผ่านไปยังสมาร์ทโฟนของคุณ ส่วนความปลอดภัยด้านสุขภาพ ให้ทุกคนในบ้านหายใจได้เต็มปอด ด้วยระบบ Clean Fresh Air โดยการส่งอากาศจากการกรองและฆ่าเชื้อโรคถึง 5 ขั้นตอนเพื่อให้ได้อากาศสะอาดก่อนส่งตรงเข้าไปในบ้าน สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ได้อย่างมั่นใจ และยังช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นอับภายในบ้านอีกด้วย

 

ทิ้งทายที่ดีเทลด้านความยั่งยืน กับนวัตกรรมการจัดการขยะ ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารเป็นดินผสมอินทรียสาร โดยทางแสนสิริจะมอบ Food Waste Machine ให้ลูกบ้านในช่วงเปิดขายโครงการ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการใส่ใจธรรมชาติ ไปพร้อมๆกับการอยู่อาศัยที่มีความสุขของทุกคน

ยังมีดีเทลอีกมากมายเพื่อความสง่างามแห่งการใช้ชีวิต พร้อมให้คุณร่วมกันค้นหา ที่โครงการเศรษฐสิริ ทวีวัฒนา เริ่มต้น 15 ล้านบาท ลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะคุณ คลิ๊กที่นี่

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2019/02/thumb-5.jpg