fbpx

I

Beauty News

‘เหยื่อความงาม!?!’ … เผยชีวิตและการเสียโฉมจนยากจะทำใจของ Linda Evagelista

ผลลัพธ์อันแสนเจ็บปวดหลังจากการทำ CoolSculpting
Fashion Features Editor

‘เหยื่อความงาม!?!’ … เผยชีวิตและการเสียโฉมจนยากจะทำใจของ Linda Evagelista

ผลลัพธ์อันแสนเจ็บปวดหลังจากการทำ CoolSculpting
Fashion Features Editor

บทความ จาก ELLE France โดย Dorothée Werner, แปล: Rasita Crouzatier, เรียบเรียง: Wattakul N. และ Khanakon Phettrakul

ย้อนกลับไปเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา Linda Evagelista ตัดสินใจออกมาเปิดเผยความจริงถึงสาเหตุที่หายไปบนอินสตาแกรมส่วนตัวกับผู้ติดตามกว่า 1 ล้านราย เหตุการณ์นี้ทำให้เราอดคิดถึงหนังคลาสสิกเรื่องหนึ่งจากปี ค.ศ. 1978 อย่าง Fedora ไปไม่ได้ สำหรับแฟนตัวยงของผู้กำกับ Billy Wilder แล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในสถานะของผลงานชิ้นโบแดง แต่เรื่องราวของเฟโดร่า – ซูเปอร์สตาร์แห่งโลกมายาที่วันดีคืนดีเธอกลับหายไปจากวงการขณะทชีวิตการงานกำลังพีกถึงขีดสุด และใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในที่พักส่วนตัวบนเกาะแห่งหนึ่ง คือผลงานที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกหดหู่มากที่สุด โดยเงื่อนงำของเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความพยายามในการยื้อความเยาว์วัยและต่อต้านวัฏจักรสังขารที่จะมาพรากใบหน้าและรูปร่างอันงดงามไป และความลับก็คือการทำ ‘ศัลยกรรม’ แต่แล้ววันหนึ่งความลับแห่งความเยาว์วัยนี้ดันย้อนกลับมาทำร้ายเธอแทนที่จะมอบความงามให้ เมื่อหมอคลั่งผู้ดูแลกลับตั้งใจทำให้เธออัปลักษณ์ไปตลอดกาล ถึงขั้นจำเป็นต้องปกปิดใบหน้าทุกครั้งที่ปรากฏตัว

จริงอยู่ที่ลินดาและเฟโดร่าไม่ได้มีเส้นทางชีวิตเหมือนกันเสียทีเดียว แต่ปฏิเสธได้ยากว่าโชคชะตาของหญิงงามทั้งสองคนนี้คล้ายกันจนน่าตกใจ เหมือนครั้งเมื่อเธอออกมาเปิดใจ “ฉันไม่สามารถทำงานได้เหมือนเพื่อน ๆ เพราะหน้าพังจากการไปทำ CoolSculpting (การสลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็น) ของ Zeltiq จนทำให้สื่อหลายเจ้าออกมารายงานว่าฉันดูเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้”…หน้าพัง! เสียโฉม! เรากำลังพูดถึงสุดยอดนางแบบระดับโลกที่ในอดีตสวยจนคนเห็นแล้วต้องอ้าปากค้างน่ะหรือ? และจากที่เธอเล่ามาดูเหมือนว่าอาการน่าเป็นห่วงเสียด้วย ถึงกับทำให้ตัวเองต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะไม่อยากทนเห็นสายตาของคนภายนอก

หลังเธอใช้ชีวิตท่ามกลางแสงสปอตไลต์ตลอดกว่า 3 ทศวรรษ ขึ้นปกนิตยสารนับ 100 ฉบับ และถ่ายโฆษณาระดับโลกอีกนับ 10 แต่นางแบบคนดังกลับโชคร้าย ชีวิตการทำงานที่รักต้องสะดุด และหยุดก้าวต่ออย่างไม่มีทางเลือก ในขณะเพื่อนร่วมรุ่น อาทิ Naomi Campbelle, Christy Turlington และ Cindy Crowford ยังคงโลดแล่นอยู่บนเส้นทางสายแฟชั่น และคงความงามชนิดไม่แคร์กาลเวลาจนกลายเป็นที่อิจฉาของผู้หญิงทั่วโลก แต่ลินดากลับทำได้เพียงอยู่ในมุมมืดและเฝ้ามองเพื่อน ๆ เฉิดฉาย เรื่องราวของลินดาไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงแค่เรื่อง ‘มูลค่าที่ต้องจ่าย’ ทั้งมูลค่าในรูปแบบของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อประคองความงามและต้องการหยุดเวลาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงมูลค่าของเวลาชีวิตที่เสียไป และยังเป็นการสะท้อนให้เห็นความเป็นไปของโลกในยุคปัจจุบัน

และหากผู้กำกับบิลลี่ต้องถ่ายทอดเรื่องราวของลินดา เราเชื่อว่าเขาจะเลือกนำเสนอตอนจบของเรื่องเป็นลำดับแรกแน่นอน โดยเริ่มเล่าจากการทำ CoolScupting ต้นตอของความหายนะ และอะไรเป็นเหตุให้การทำศัลยกรรมที่ใครก็ทำกันสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดกาล? Cryolipolysis หรือการสลายไขมันด้วยความเย็นกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือส่วนคางเพื่อทำให้รูปหน้ามีกรอบชัดเจนขึ้น มีสนนราคาการทำต่อครั้งอยู่ราว 800 ยูโร  “วิธีการนี้มาเพิ่มไขมันแทนการลดไขมันอย่างที่ควรจะเป็นจนทำให้หน้าฉันผิดรูปถาวร ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังไม่มีหมอคนไหน หรือวิธีการใดจะสามารถแก้ไขได้” นางแบบสาวกล่าวอย่างปวดใจ พร้อมยังเรียกร้องค่าเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจจาก Zeltiq บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือนี้เป็นเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,650 ล้านบาท) เพราะทำให้ ‘เสียโฉมจนยากจะยอมรับ’ ไม่สามารถกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม ราวกับจะสื่อสารว่าคุณจะมากรีดหน้าผู้หญิงสวยที่สุดในโลกแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทิ้งให้เธอตกอยู่ในวังวนของความเศร้าและเกลียดชังตัวเองแบบนี้ไม่ได้ คุณต้องชดใช้!… แต่ศึกงัดข้อระหว่างทนายดูท่าว่าจะยืดเยื้อเป็นแน่

Linda Evangelista ในวัย 56 ปี

เราพยายามติดต่อเพื่อจะพูดคุยกับเธอ ทั้งผ่านทาง David Bonnonvrier เอเจนซี่ในนิวยอร์ก จากนั้นก็ผ่านพีอาร์คนดัง Chris Chapber หรือแม้กระทั่งเพื่อนเก่าชาวฝรั่งเศสส่งข้อความส่วนตัวไปหาแต่เธอไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ ขนาด Didier Fernandez อดีตเอเจนซี่ดูแลลินดายังไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ส่วนทางด้านแอ็กเคานต์อินสตาแกรมของเธอนั้นบรรยากาศช่างต่างกันลิบลับ ผู้คนทั่วทุกสารทิศกรูกันเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแสดงความเห็นอกเห็นใจด้วยการกดหัวใจหลายร้อยดวง ส่วนหนึ่งของน้ำใจมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามามีนางแบบดังหลากรุ่นรวมอยู่ด้วย ทั้ง Claudia Schiffer, Helena Christensen, Amber Valletta, Audrey Marnay, Gigi Hadid, Farida Khelfa, Tatjana Patitz และ Kristen McMenamy พวกเธอรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับลินดาร้ายแรงขนาดไหน สำหรับสายอาชีพนางแบบแล้วนี่ไม่ต่างจากการถูกเนรเทศออกนอกวงโคจร

เครื่อง CoolSculpting ลดขนาดสัดส่วนเกินด้วยความเย็น

ส่วนเพื่อนซูเปอร์โมเดลรุ่นเดียวกันอย่างนาโอมิ, คริสตี้ และซินดี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่สุดของลินดาก็ว่าได้ เพราะพวกเธอทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเพื่อนรัก และไม่ยอมปริปากบอกรายละเอียดแก่นักข่าวตราบใดที่ลินดายังคงเก็บตัวเงียบและไม่เปิดไฟเขียวให้พูดเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีความเห็นตรงกันตาม Carla Bruni ได้กล่าวแทนใจทุกคนคือ “การที่เธอออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ถือว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เธอกล้าให้คนอื่นเห็นยามเจ็บปวดเพื่อจะตือนให้ผู้หญิงทั่วโลกระมัดระวังในการศัลยกรรมความงามด้วยเทคนิคนี้ และไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนกับเธอ ฉันชื่นชมในความกล้าหาญมาก ๆ นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของลินดาที่ฉันรู้จัก อาชีพนางแบบเป็นอาชีพหากินกับรูปร่างหน้าตา คุณไม่รู้หรอกว่ามันมีราคาขนาดไหนที่ต้องจ่ายและต้องแลกกับความบาดเจ็บทางใจในบางครั้งคราว สิ่งที่เกิดขึ้นกับลินดาถือเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้เลย”

Linda Evangelista, Naomi Campbell และ Christy Turlington ในงาน Fashion Group International of Night of Stars Gala ณ พลาซ่าโฮเทล ปีค.ศ. 1989
© Getty Images

ความผิดพลาดจากการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าแพทย์และศัลยแพทย์ด้านความงามมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องนี้ไปทั้งหมด โดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่านนำรูปที่เธอถูกช่างภาพแอบถ่ายมานั่งดูและวิเคราะห์กันอย่างละเอียด “ดูจากรูปหน้าของเธอแล้วฉันไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการเปิดโปงกับผลลัพธ์ที่เห็น” Sandrine Sebban แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสเอ่ยปาก เธอยอมรับว่าหน้าของลินดาเปลี่ยนไป แต่ไม่ผิดรูป ผิดธรรมชาติ เธอแสดงความเห็นต่อว่า “เธอน่าจะทำ CoolSculpting ช่วงคางและเกิดอาการบวมขึ้นมาแทนที่จะได้รูปหน้าดูเรียว และมันก็แก้ไขไม่ได้ด้วยเทคนิค Liposuction (การดูดไขมันเฉพาะส่วน) … คิดว่ามันเป็นอย่างนี้นะ แต่ใด ๆ ก็คือใบหน้าโดยรวมของเธอเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ดูแล้วคือใหญ่ขึ้นทั้งหน้าเลย” อย่างไรก็ตามจากกรณีนี้มีหลายความเห็นที่ไม่เชื่อแล้วพากันไปพูดลับหลังในแง่ลบ บอกว่าเธอทำเพื่อเงินเสียมากกว่า

Linda Evangelista สวมชุดจาก Gianni Versace Fall/Winter 1991

Isabelle Sansonetti อดีตนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ ELLE เจ้าของหนังสือ J’y vais, j’y vais pas (Ed. JC Lattès) และเป็นผู้มากประสบการณ์เรื่องความงามจากการเดินสายเข้าร่วมประชุมสัมมนาหัวข้อนี้โดยตรง ได้แสดงความเห็นว่า “ความสมดุลของช่วงใบหน้าท่อนบนและล่างถูกทำลายไป ทำให้เธอสูญเสียโหนกแก้มสูงเป็นเอกลักษณ์ จากที่นักข่าวรายงานเป็นไปได้ว่าเธออาจจะฉีดอะไรบางอย่างเพื่อให้โหนกแก้มดูชัดขึ้นก่อนจะมาทำ CoolSculpting … อย่างไรก็ต้องให้ระบบยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน แต่ลินดาก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วยเพราะวิธีการตรวจสอบในกรณีแบบนี้ต้องเล่นงานเธอหนักแน่ ๆ โดยสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือเธอควรได้รับการชื่นชมที่กล้านำเสนอความเสี่ยงและผลร้ายที่อาจจะตามมาจากการทำศัลยกรรม แม้ว่าเทคนิคนี้ได้รับการยอมรับว่าไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงก็ตาม”

Linda Evangelista บนรันเวย์ Chanel Fall/Winter 1995 โดย Karl Lagerfeld

หากจะกล่าวถึงเรื่อง ‘เงิน’ ก็ต้องบอกว่ากลิ่นของเงินโชยคุกรุ่นไม่ห่างจากลินดามาแต่ไหนแต่ไร เส้นทางที่เต็มไปด้วยชื่อเสียงและเงินทองของเธอเริ่มขึ้นในยุค ’80s ด้วยส่วนสูงถึง 177 เซนติเมตร มาพร้อมใบหน้างดงามราวกับนางฟ้าลงมาจุติ ส่งผลให้เธอในวัยสาวสะพรั่งดังระเบิดและเป็นหนึ่งในท็อปโมเดลระดับโลก เรียกว่าดังจนกลบชื่อบางแบรนด์ที่เธอรับโปรโมตเสียด้วยซ้ำ หลายคนเห็นภาพเธอใช้ชีวิตหรูหราจนติดตา แต่กระนั้นลินดาในวัยเด็กไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างตอนมีสถานะเป็นสุดยอดนางแบบแห่งยุค พ่อแม่ของเธอเป็นชาวอิตาเลียน อพยพมาเริ่มต้นชีวิตในเมือง St. Catharines ทางตอนใต้ของโทรอนโต พ่อทำงานเป็นช่างอยู่ที่ Genaral Motors ส่วนแม่เป็นนักบัญชี ผู้เป็นมารดานั้นใฝ่ฝันอยากจะเห็นลินดาประสบความสำเร็จในตอนโต ขนาดยอมทุ่มเงินเก็บไปกับการสนับสนุนลูกสาว ส่งให้เธอเข้าคอร์สเตรียมตัวประชันความงามตั้งแต่ลินดามีอายุได้ 12 ขวบ และพาเธอเดินสายประกวดเวทีเล็กเวทีน้อย ไหนจะต้องเสียค่าสมัคร ค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอาง ค่าน้ำมัน และอีกจิปาถะตามที่ลินดาเคยกล่าวไว้ นอกจากนี้แม่ของเธอยังหางานแรกให้นั่นคือการเป็นนางแบบแคตตาล็อกขายชุดเจ้าสาว มีค่าตัวอยู่ชั่วโมงละ 8 ดอลลาร์ ซึ่งห่างไกลลิบลับกับทรัพย์สินมูลค่า 26 ล้านยูโรที่เธอมีในปี ค.ศ. 2006

Linda Evangelista บนภาพโฆษณาน้ำหอม Opium จาก Yves Saint Laurent ปีค.ศ. 1988

สาวน้อยลินดาในตอนนั้นต้องรับบทหนักเป็นผู้ยกฐานะให้ครอบครัว เมื่อก่อนเธอมักเล่าเรื่องของยายและย่าชาวอิตาเลียนให้ฟังว่าท่านต้องออกไปตักน้ำจากบ่อบนเนินเขา Monte Cassino แถมยังสามารถฆ่าไก่ด้วยมือเปล่าแล้วนำมาปรุงอาหารค่ำ ภายใต้เรื่องราววัยเด็กอันแสนจะธรรมดา กลับซ่อนเส้นทางแห่งความสำเร็จ ซึ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตของเธอและครอบครัวจากหน้ามือเป็นหลังมือ อีกทั้งยังสร้างความภูมิใจและผยองให้จนบางครั้งเธอเผลอพูดจาไม่น่าฟังด้วยความคึกคะนอง เช่นเหตุการณ์ดังในยุค ’90s เมื่อเธอโอ้อวดจนเกินงามพานระคายหูหลาย ๆ คน รวมถึง Pierre Bergé ผู้ร่วมก่อตั้งเมซงหลังดัง Yves Saint Laurent ด้วยประโยค “ฉันไม่ตื่นเช้าเพื่อไปทำงานที่ให้ค่าตัวน้อยกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อวันหรอกนะ”

Linda Evangelista บนหน้าปกนิตยสาร ELLE France ฉบับเดือนธันวาคม 1989 ภาพถ่ายโดย Gilles Bensimon
© ELLE

หลังเดินสายประกวดอยู่พักหนึ่ง ลินดาในวัย 16 ก็เกิดไปเตะตาแมวมองของเอเจนซี่นางแบบเข้าอย่างจัง โดยเธอเริ่มการทำงานในประเทศญี่ปุ่นแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก จนกระทั่งอายุ 19 ได้เปลี่ยนเป้าหมายมาบุกปารีสกับเอเจนซี่ชื่อก้องอย่าง Elite หากเราย้อนเวลากลับไปในปี ค.ศ. 1985 บรรยากาศของวงการแฟชั่นในช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่า งานสังสรรค์และปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงไร้ขีดจำกัด มีแม้กระทั่งยาเสพติด โดยในเบื้องหน้าเธอคือนางแบบดังที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ในความเป็นจริงผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จกลับเป็นชายกลุ่มหนึ่ง พวกเขามีอำนาจชี้ให้ใคร ‘เกิด’ หรือ ‘ดับ’ ก็ได้ ซึ่งกลุ่มชายที่ว่านี้ประกอบด้วย เอเจนซี่ ช่างภาพ ดีไซเนอร์ ผู้ซื้อโฆษณา ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า… ครั้งหนึ่งช่างภาพแฟชั่นคนดัง Peter Lingbergh แนะนำให้เธอตัดผมสั้นแบบเด็กผู้ชาย ทำเอาเธอถึงกับปล่อยโฮออกมา แต่กระนั้นลินดาในวัย 22 ก็เชื่อคำแนะนำและจัดการหั่นผมของเธอจนสั้น ดูฉีกจากลุคของนางแบบร่วมรุ่นในช่วงเวลานั้น และลุคใหม่นี้เองทำให้เธอโดดเด่นและแตกต่างจากผมยาวสลวยของซินดี้, นาโอมิ, คาร์ล่า และคลอเดีย ส่งผลให้เธอได้เซ็นสัญญาใหญ่ ๆ อีกหลายฉบับ มีนักออกแบบดังมากมายมารุมจีบเพื่อชวนไปร่วมงาน

Linda Evangelista ในนิตยสาร ELLE USA ฉบับเดือนสิงหาคม 1989 ภาพถ่ายโดย Gilles Bensimon
© ELLE

เรื่องของเงินจำนวนมหาศาลและชีวิตของลินดาคือสิ่งที่แทบจะแยกกันไม่ออก หนึ่งในเหตุการณ์ที่คนพูดถึงเธอและเงินก้อนโตกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012 ที่ศาลในนครนิวยอร์ก เธอฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูลูกชายวัย 6 ขวบ Augustin James ที่เกิดกับ François-Henri Pinault มหาเศรษฐีนายใหญ่ของเครือบริษัท PPR (หรือปัจจุบันคือ Kering เจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกมากมาย) ทั้งคู่คบหาเป็นเวลาสั้น ๆ ตอนที่เขามีอายุ 41 ปี ส่วนเงินจำนวนมหาศาลที่ว่านั้นเป็นจำนวนเท่าไรน่ะหรือ?  ก็คือ 46,000 ดอลลาร์ต่อเดือน! จะว่าเธอเป็นแม่ที่ทั้งรักและปกป้องลูกเป็นอย่างมาก หรืออาจบวกกับความหึงหวงและริษยาด้วยหรือไม่ก็ไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่ที่แน่ ๆ เธอเรียกร้องขอสิทธิ์ทุกอย่างให้ลูกชายได้เท่าเทียมกับสิ่งที่หนูน้อย Valentina Paloma ลูกสาวของ François และ Salma Hayek พึงจะได้รับ เธอต้องการให้ลูกชายได้รับสิ่งที่เขาคู่ควร

ลินดาและออกัสติน (ลูกชาย) ชมการแข่งขัน ฮอกกี้น้ำแข็งคู่การแข่งขันระหว่าง New York Rangers และ Washington Capitals ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น ปี 2012
© Getty Images

สุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายต่างหาข้อตกลงกันได้ด้วยดี ส่วนเรื่องจำนวนเงินนั้นไม่ได้ถูกเปิดเผย และหากจะว่าไปนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชีวิตรักของลินดาถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย เพราะย้อนเวลากลับไปในปี ค.ศ. 1998 ตอนฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครอง มีข่าวฮือฮาไปทั่วโลกว่าเธอปิ๊งรักกับ Fabien Barthez ผู้รักษาประตูทีมชาติ ทั้งคู่พบกันที่สโมสรเครื่องบินเจ็ตในแซงต์โทรเปซ์ เรื่องราวของทั้งคู่เป็นที่สนใจอย่างมากและถูกตีแผ่บนสื่อดังอย่าง Paris Match ความรักร้อนแรงที่หลายคนคาดเดาว่าเป็นเพียงเรื่องฉาบฉวยกลับทำให้ต้องทบทวนกันใหม่ เพราะทั้งคู่จริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนั้นถึงขั้นมีการวางแผนพิธีวิวาห์และสร้างครอบครัว ลินดาใฝ่ฝันจะเป็น ‘Mamma’ ตามแบบสาวชาวอิตาเลียน และมีลูก 6 คน แต่สุดท้ายกลับต้องฝันสลายเพราะเธอแท้งลูกคนแรกไป และความรักของทั้งคู่ก็ปิดฉากลง ส่วนความรักครั้งอื่น ๆ ที่ถูกพูดถึงอยู่บ้างก็เช่นตอนคบหากับนักแสดง Kyle MacLachlan เธอถึงกับยอมทิ้งปารีสเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กับเขาในนิวยอร์ก หรือความรักกับนักเขียนการ์ตูน ท่านเคานต์ชาวอิตาเลียน หรือแม้แต่กับทายาทแชมป์ฟอร์มูล่า 1

Carla Bruni, Naomi Campbell, Gianni Versace, Nadége du Bospertus และ Linda Evangelista หลังแบ๊กสเตจ
Atelier Versace Fall 1992
© Getty Images

ส่วนด้านฝีมือการทำงานของเธอนั้นโดดเด่นไม่แพ้เรื่องส่วนตัว คนที่รู้จักมักบอกว่าลินดาเป็นคนขยัน มีระเบียบวินัยสูง ตรงต่อเวลา หัวรั้น ไม่ใว้ใจใคร และที่สำคัญคือคลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบ ขนาดว่าเธอมักจะโมโหเกรี้ยวกราดหากถ่ายภาพออกมาไม่เพอร์เฟ็กต์ตามตั้งใจ ซึ่งนั่นทำให้สาวงามนัยน์ตาสีเขียวได้กลายเป็นที่โจษจันของวงการแฟชั่น จุดเด่นอีกอย่างของเธอก็คือสามารถเปลี่ยนลุคราวกับใช้เวทมนตร์เสกได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีผมสักกี่ครั้ง หรือจะเอาทรงไหนก็ขอให้บอก เธอจะจัดให้ถูกใจได้ทุกครั้ง ในขณะที่เพื่อนร่วมงานมักไม่กล้าเสี่ยงยอมเปลี่ยนลุคแม้แต่นิดเดียว กูตูริเยร์ผู้ล่วงลับ Karl Lagerfeld เคยกล่าวชื่นชมเธอไว้ว่า “เธอคือสตราดิวาเรียส” หรือเปรียบเธอเป็นดั่งเครื่องดนตรีไวโอลินชั้นเลิศของวงการที่มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ส่วนนักออกแบบคนดังแห่งทศวรรษที่ 1980-1990 อย่าง Gianni Versace ได้กล่าวชื่นชมเธอไว้เช่นกัน “เธอทั้งเซ็กซี่ มีไหวพริบ ไร้เดียงสา มากจริตจะก้าน มีบุคลิกแก่นเซี้ยว ร้ายกาจ และเพื่อนบ้านแสนดีในคนคนเดียว” บางทีก็ชวนสงสัยว่าเป็นเพราะเธอคือมืออาชีพมาก ๆ และทุ่มเทสุด ๆ สำหรับวงการแฟชั่นที่กระหายความแปลกใหม่ตลอดเวลา หรือเพราะเธอเป็นพวกหลงรูปตัวเองและยึดเอาตนเป็นศูนย์กลางกันแน่

Linda Evangelista สวมชุดจาก Versace บนปกนิตยสาร ELLE France ฉบับเดือนมกราคม 1993 ภาพถ่ายโดย Richard Avedon
© ELLE

ช่วงหลายปีมานี้เธอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวเองมากมายจนทำให้เราพอจะเข้าใจการทำงานของเธอ สำหรับนางแบบระดับโลกอย่างลินดาแล้วการใช้ร่างกายและใบหน้าเป็นเครื่องมือทำมาหากินนั้น ไม่ต่างจากนักกีฬามืออาชีพ เธอต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการดูแลรูปร่างและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้านอาหารการกินก็เข้มงวดราวกับเหล่านักพรต ชีวิตต้องหมกมุ่นอยู่กับการแข่งกับเวลาและดูแลร่างกายเพื่อยื้อสังขารเอาไว้ให้ได้นานที่สุด และเธอยังคลั่งไคล้พวกเครื่องประทินผิวมากจนล้นถึงขั้นต้องเก็บไว้ในวอล์กอินคลอเซต ในโลกของเธอเพียงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมา 2 กิโลกรัมก็อาจหมายถึงการปิดฉากอาชีพนางแบบได้เลย หรือเพียงแค่มีริ้วรอยเพิ่มมาอีกสักเส้นเดียวก็นับว่าเป็นฝันร้ายอันน่าหวาดกลัว ลินดาคือบทบัญญัติของความงามตามอย่างอุดมคติที่บางครั้งทำให้ผู้ที่อยากจะมีผิวพรรณและเรือนร่างสมบูรณ์แบบอย่างเธอรู้สึกมีปมด้อยโดยไม่รู้ตัว เป็นความงามที่ถูกต่อต้านจากบรรดาผู้มีแนวคิดสตรีนิยม หรือนักแสดงบางรายที่เบื่อหน่ายกับการถูกวิจารณ์รูปร่าง หนึ่งในนั้นคือ Sarah Jessica Parker ให้สัมภาษณ์อย่างหัวเสียกับ Vogue USA “ฉันรู้ดีว่าหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร ไม่ต้องมาคอยย้ำนักย้ำหนา แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไรละ จะให้หยุดแก่หรือ หรือจะให้ฉันหายจากโลกนี้ไปเลย เก่งแต่วิจารณ์กันจริงนะ คนเรานี่ก็แปลก ทำไมถึงพูดจาเหมือนอยากจะให้เศร้ากับสิ่งที่เราเป็น”

Linda Evagelista กำลังแต่งหน้าเพื่อเตรียมพร้อมแสดงแฟชั่นโชว์พร้อมกับ Karen Mulder นางแบบร่วมวงการ
© Getty Images

ดังนั้นหากจะเปรียบเรื่องราวของลินดาเป็นบทละครก็ต้องเป็นละครชีวิตครบรสที่รวมทุกประเด็นสังคมเอาไว้ หนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องนี้คือชายผู้ทรงอิทธิพลในวงการถ่ายแบบและผู้มาก่อนกาลกระแส #MeToo อันโด่งดัง Gerald Marie บอสใหญ่แห่งเอเจนซี่ Elite ยุโรปจนถึงปี 2011 ตอนลินดามาถึงปารีส เขาคือผู้ที่รีบจัดแจงกรุยเส้นทางอาชีพและ ‘เส้นทางหัวใจ’ ของเธอทันที Gerald กลายเป็นทั้งผู้ดูแลและคนรักของเธอ ก่อนจะกลายมาเป็นสามีในเวลาอันรวดเร็ว (จนถึงปี ค.ศ. 1993) ในขณะนั้นบรรดาสื่อต่างพากันเรียกทั้งคู่ว่า ‘Pygmalion และ Muse’ เป็นการเปรียบเปรยถึงนักปั้นที่หลงรักนางแบบของเขาเองและเป็นการได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่ ทว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา ชายผู้นี้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการขืนใจและล่วงละเมิดทางเพศนางแบบสาวกว่า 20 ราย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเมื่อบางคดีเกิดขึ้นในช่วงที่เขาและลินดายังเป็นคู่สามีภรรยา แม้วันนี้เขายังไม่ได้ถูกตันสินให้มีความผิด แต่ได้มีการตั้งคณะขึ้นมาสอบสวนกรณีละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ในปารีสตั้งแต่เดือนกันยายนปี ค.ศ.2020 และมีการฟ้องร้องจากศาลแพ่งในนครนิวยอร์ก

Linda Evangelista บนรันเวย์ Dior Haute Couture Fall 2005 โดย John Galliano

และจากคำให้การของผู้เสียหายนับ 100 ราย ในจำนวนนั้นมีทั้ง Carré Otis, Shawna Lee Bowen, Jil Dodd, Ebba Karlsson, Lesa Amoore, Wendy Walsh และ Emily Mott โดยพวกเธอมีอายุระหว่าง 15-20 ปี ขณะเกิดเหตุ คำให้การของผู้เสียหายชวนให้ขนลุกเมื่อพวกเธอต่างให้การถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของเขาไปในทางเดียวกัน ทั้งทำร้ายร่างกาย หรือใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ ส่อถึงพฤติกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้ง และเป็นการยืนยันถึงสถานะ ‘ผู้ล่าเหยื่อกาม’ อย่างชัดเจน โดยนางแบบทุกคนต้องจำใจยอมให้เขากระทำหากอยากมีโอกาสได้งาน Lisa Brinkworth อดีตนักข่าวของ BBC ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขืนแก่เขา และยังเรียกเขาว่า ‘นักล่ากามต่อเนื่อง’ Omar Harfouch หนึ่งในอดีตผู้ร่วมงานของ Gerald ในปารีสถูกเรียกไปสอบปากคำในฐานะพยาน และได้ให้การว่าเขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่เขาเรียกเหล่านางแบบว่า ‘น้องเหมียว (ยั่วสวาท)’

Linda Evangelista และ ​Naomi Campbell บนรันเวย์ Dior Haute Couture Fall 2007

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1987 ลินดาวัย 22 ปี เข้าพิธีสมรสกับ Gérald Marie ชายอายุ 37 ปีผู้มั่งคั่งและมีอำนาจในวงการ ซึ่งจะว่าไปแล้วเรื่องรักต่างวัยคงเป็นสิ่งที่นิยมกันในช่วงเวลานั้น เพราะ Stephanie Seymour วัย 15 ปีก็กำลังคบหาอยู่กับ John Casablanca ผู้ก่อตั้ง Elite ที่มีอายุมากกว่าเธอถึง 26 ปี หากแต่ไม่มีใครมองเห็นความขมขื่นที่ลินดาต้องเผชิญอยู่เลย ภายใต้แววตาสีเขียวเปล่งประกาย เธอได้ซ่อนความลับอะไรไว้? ในปี ค.ศ. 2020 เธอได้ให้สัมภาษณ์กับ The Gardian ถึงเรื่องฉาวที่เกิดขึ้น และแสดงความเห็นอกเห็นใจแก่เหยื่อ “เท่าที่ประสบมาด้วยตัวเอง ฉันเชื่อสนิทใจว่าผู้หญิงเหล่านั้นพูดความจริง ฉันรู้สึกหดหู่เหลือเกิน เพราะบาดเแผลจากการกระทำต่ำทรามเช่นนี้ไม่มีทางรักษาหาย และชื่นชมที่พวกเธอรวบรวมความกล้าแล้วออกมาพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น”

Linda Evangelista และ Azzedine Alaïa กำลังฟิตติ้งชุดจากคอลเล็กชั่น Spring 1990

บทสรุปส่งท้ายของเรื่องนี้ แม้เราจะย้ำอีกครั้งว่าลินดาและตัวละครเฟโดร่าที่กล่าวถึงตอนต้นนั้นป็นคนละคนกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะจับหญิงงามผู้อาภัพทั้งคู่มาเปรียบเทียบกันอีกครั้ง ยิ่งตอนได้อ่านสิ่งที่เธอเขียนลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยแล้ว “หลังเรื่องที่เกิดขึ้นถูกตีแผ่สู่สาธารณชน ถึงเวลาก้าวข้ามและลบความอับอายที่คอยติดตามฉันไปทุกที่เสียที ฉันเหนื่อยกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ฉันแค่อยากเดินออกจากบ้านด้วยความมั่นใจอีกครั้ง แม้รู้ดีว่าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป …” เส้นทางชีวิตของเธอทิ้งร่อยรอยให้เห็นถึงความเขลา ไร้เดียงสา และกิเลสตัณหาของแต่ละยุคสมัยที่ผ่านไป เป็นภาวะมืดมนที่เกิดขึ้นภายใต้ความหรูหราของโลกแฟชั่น ชื่อเสียง เงินทอง ความหยิ่งผยองลำพอง และความงดงามหยดย้อยเหล่านั้นกลับซ่อนความรุนแรงรูปแบบหนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง 

Linda Evangelista กับเบื้องหลังมิวสิววีดิโอเพลง Too Funky โดย George Michael (ค.ศ. 1992) สวมชุด Thierry Mugler

RELATED STORY

Bella-Hadid-Coperni-Spary
เทคโนโลยีสุดล้ำจากดีไซเนอร์ชาวสเปนที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าขึ้นในเวลาไม่กี่นาที!
Panthere-de-Cartier
เสน่ห์ของเครื่องหนังกับสัตว์สัญลักษณ์ของเมซงสู่ว่าที่กระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของสาวๆ
Onitsuka-Tiger-SS23
การผสมผสานแฟชั่นเข้ากับกีฬาและนวัตกรรมล้ำสมัย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.