fbpx

I

Fashion

‘Amen Break’ จังหวะกลอง 6 วินาที เชื่อมโยงวัฒนธรรมย่อยเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว

Virgil Abloh ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ Louis Vuitton กับภาระกิจการผลักดันความหลากหลายโดยใช้แฟชั่นและดนตรีเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนโลก
Fashion Features Editor

‘Amen Break’ จังหวะกลอง 6 วินาที เชื่อมโยงวัฒนธรรมย่อยเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว

Virgil Abloh ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ Louis Vuitton กับภาระกิจการผลักดันความหลากหลายโดยใช้แฟชั่นและดนตรีเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนโลก
Fashion Features Editor

บทความ จาก ELLE MEN Thailand ประจำเดือน มีนาคม ค.ศ. 2022 โดย Wattakul N., เรียบเรียง Khanakon Phettrakul

ผมเขียนบทความนี้ในช่วงเวลาที่โลกเพิ่งฟื้นจากภาวะเศร้าโศก เมื่อสูญเสีย Virgil Abloh นักออกแบบผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคที่จากไปก่อนเวลาอันควรด้วยมะเร็งเนื้อเยื่อนอ่อนหัวใจซึ่งเป็นมะเร็งชนิดพบได้ยากเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา Virgil Abloh ผู้เป็นที่รักของคนในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งถ่อมตัว มีวิสัยทัศน์ และพยายามสร้างวัฒนธรรมของตนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานปณิธานอันแน่วแน่ตั้งแต่เยาว์วัย คือการสมานความแตกต่างทางความคิดอันนำไปสู่ความแตกแยก หลอมรวมโลกใบนี้เป็นหนึ่งเดียว และเชื่อมโยงทุกวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เขาพิสูจน์ความพยายามเรื่องนี้นับตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นคนเบื้องหลังจนกระทั่งก้าวมาเป็นคนเบื้องหน้าในฐานะ ‘คนดำ’ รายแรกที่รับตำแหน่งอันทรงเกียรติเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นบุรุษของแบรนด์หรูระดับยอดพีระมิด Louis Vuitton ซึ่งปณิธานที่ว่าส่องประกายเป็นประจักษ์จนมาถึงคอลเล็กชั่นล่าสุดสำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2022 ดังประโยคสำคัญที่เขาเคยกล่าวไว้และกลายมาเป็นประโยคไว้อาลัยในเหตุเศร้าสลดใจคราวนี้ “ทุกสิ่งที่ทำเป็นการสนองตัวตนของผมในวัย 17 ปี”

Virgil Abloh นำเสนอคอลเล็กชั่นฤดูร้อนปี 2022 สำหรับหนุ่ม ๆ ของ Louis Vuitton ในรูปแบบภาพยนตร์สั้นความยาว 17 นาทีชื่อ ‘Amen Break’ กำกับโดย Mahfuz Sultan ‘เอเมนเบรก’ คือชื่อของกลองโซโล (4 บาร์) และรูปแบบการตีกลองยอดนิยมได้รับอิทธิพลจากเพลงดังในปี 1969 ชื่อ Amen, Brother ของกลุ่มศิลปินเพลงแนวฟังก์และโซลนาม The Winstons เอกลักษณ์สำคัญของศิลปินกลุ่มนี้นอกจากอยู่ที่ตัวผลงานแล้ว ยังถูกยกย่องในฐานะการรวมตัวของคนต่างสีผิว แต่มีใจรักในเสียงเพลงเช่นเดียวกัน เอเมนเบรกเริ่มรู้จักเป็นวงกว้างตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 เมื่อวัฒนธรรม Hip-Hop เริ่มโตและได้รับความนิยมมากขึ้น  มีการนำท่อนกลองโซโล (หรืออาจจะดัดแปลงเพียงเล็กน้อย) ของเพลง Amen, Brother ไปใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งในทศวรรษที่ 1990 เอเมนเบรกถูกนำไปใช้เป็นแก่นของดนตรีฮิปฮอป จังเกิล และเพลงนับพันในอีกหลากหลายแนวด้วยกัน ถึงขั้นมีการนิยามว่าเสียงที่ได้ยินเวลาสั้น ๆ เพียง 6 วินาทีนั้นสามารถเชื่อมโยงและหลอมรวมโลกดนตรีและวัฒนธรรมย่อยต่าง ๆ เข้าเป็นหนึ่งเดียว และส่งผลให้ Amen, Brother ได้ครองสถานะเพลงที่มีการแซมเพิล (เป็นการนำบางส่วนของเสียงและเพลงไปใช้ในอีกเพลง) มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกดนตรี เพราะมีการทำแซมเปิ้ลมากถึงเกือบ 3 พันครั้ง!

ปรากฏการณ์ ‘เอเมนเบรก’ ที่กลายมาเป็นชื่อคอลเล็กชั่นและภาพยนตร์สั้นนำเสนอเรื่องราวความเป็นต้นฉบับในงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย การกระทำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คน และตัวอย่างงานศิลปะซึ่งถูกทำซ้ำโดยประยุกต์ให้เข้ากับแต่ละยุคสมัยไม่ต่างจากมรดกทางความคิดที่ Virgil Abloh ได้ฝากไว้ตลอดช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยวิสัยทัศน์ไร้ขอบเขตุ เขามักนำเรื่องราวของโลกดนตรีและวัฒนธรรมกระแสนิยมมาสอดประสานและร้อยเรียงจนกลายเป็นเอกลักษณ์ในงานออกแบบ ด้วยช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 3 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำทัพของ Louis Vuitton เขาเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับโลกแห่งความหรูหราจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยความหรูหราที่ว่านี้ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงในเรื่องของราคา แต่หมายรวมถึงการเชิญชวนให้เปิดใจยอมรับและสัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์จากคนเบื้องหลังหลากหลายชาติพันธุ์ และคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ซึ่งสะท้อนทั้งด้านประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมซงวิตตอง และขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของมนุษย์

เขาเปลี่ยนสถานะลักซ์ชัวรี่ไอเท็มในคอลเล็กชั่นบุรุษของ Louis Vuitton จากการเป็นข้าวของบ่งบอกถึงความมั่งมีให้กลายเป็นชิ้นสเตทเมนท์ทำหน้าที่สะท้อนจุดยืนในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลักดันโลกใบนี้ไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม “ผมใช้ชื่อเอเมนเบรคเป็นชื่อคอลเล็กชั่นเพราะลึกซึ้งและเกิดจากแนวคิดที่ว่าศิลปินจำนวนมากสามารถนำแก่นบางอย่างมาทำซ้ำจนถึงจุดที่หลอมรวมเข้ากับผลงานของเขา” Virgil Abloh ให้สัมภาษณ์ถึงปรากฎการณ์สำคัญซึ่งจุดประกายไอเดียในการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นล่าสุดและยังเน้นย้ำถึงปณิธานแน่วแน่ “ผมพยายามสร้างโลกในแบบที่อยากเห็น มีวัฒนธรรมป็อปและแฟชั่นเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนโลกใบนั้น ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่และการเปิดใจยอมรับ สำหรับผมนั่นล่ะคือโลกในแบบที่อยากให้เป็น”

การหลอมรวมความแตกต่างทางวัฒนธรรมเห็นได้ชัดในคอลเล็กชั่นฤดูร้อนนี้ซึ่งผมขอนิยามว่าเป็น ‘การจับมือทางวัฒนธรรม’ ระหว่างวัฒนธรรมอวดรสนิยมและความมั่งมีผ่านโลโก้และตราสินค้าแบบมีชั้นเชิง และวัฒนธรรมย่อยที่ในอดีตเคยได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่ม แต่ปัจจุบันได้ผงาดขึ้นมาจนได้รับความนิยมและกลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นกระแสหลัก มีลายตาราง Damier สุดคลาสสิกอายุ 130 กว่าปีเป็นจุดเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมโลโก้มาเนียที่เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงทศวรรษ 1980 (สอดคล้องกับซิลูเอทของชุดเทเลอร์ในคอลเล็กชั่นนี้) และวัฒนธรรมเรฟ (Rave) ของกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมความมันแบบสุดเหวี่ยงทั้งสนุกกับปาร์ตี้และการแต่งกาย (มีชุดแทร็กสูทและลายตารางเป็นองค์ประกอบสร้างภาพจำให้คนทั่วโลก) ในช่วงทศวรรษที่ 1990 โดยเฉพาะกับวัยรุ่นแดนอาทิตย์อุทัยซึ่งเป็นตัวแทนวัฒนธรรมเรฟและสะท้อนภาพแฟชั่นสุดมันส์ของโลกตะวันออก อีกทั้งยังถูกนำไปใช้เป็นตัวแทนการพบกันระหว่างวัฒนธรรมต่างซีกโลก ตะวันออกพบตะวันตกดังที่เห็นในภาพยนตร์สั้นเรื่อง Amen Break มีเคนโด้ ศิลปะการต่อสู่และป้องกันตัวของชาวญี่ปุ่นเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เคียงคู่กับวัฒนธรรมฮิป-ฮอป

อีกประเด็นน่าสนใจที่ Virgil Abloh นำเสนออย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อาณาจักร LVMH ผู้ถือครองแบรนด์หรู Louis Vuitton คือความพยายามในการผลักดันให้สังคมตระหนักเรื่องการยอมรับและเคารพในความหลากหลายซึ่งสอดคล้องกับกระแส Diversity ที่กำลังร้อนแรงในโลกยุคปัจจุบัน นักออกแบบผู้เคยชื่นชมและร่วมงานกับ Riccardo Tisci (อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Givenchy) คนนี้เคยเอ่ยปากชมริคการ์โดผ่านการให้สัมภาษณ์ในแง่การผสานโลกแฟชั่นชั้นสูงและสตรีทแวร์เข้าไว้ด้วยกัน และยังประทับใจการนำเสนอ ‘กระโปรงชาย’ ให้กลายเป็นลุคเด่น เพื่อสื่อสารถึงการไม่ยึดโยง ‘ความแมน’ ผ่านเครื่องแต่งกาย ได้นำเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้กับคอลเล็กชั่นบุรุษสำหรับวิตตอง เราจึงได้เห็นการนำเทคนิกการตัดเย็บระดับกูตูร์มาใช้ในคอลเล็กชั่นล่าสุด อาทิ การตัดต่อวัสดุต่างชนิดเพื่อสร้างมิติของผิวสัมผัส การย้อมแบบไล่สี และงานปัก คู่กับการจับหนุ่ม ๆ มาสวมกระโปรงอีกครั้ง แต่! … คราวนี้เล่นใหญ่กว่าที่เคยชนิดให้ใส่กระโปรงทรงสุ่มกันเลยทีเดียว

และเพื่อให้สมกับสถานะของเจ้าชายผู้เชื่อมโยงผู้คนทุกวัฒนธรรมเข้ากับโลกแห่งความหรูหรา ไฮไลท์สำหรับฤดูกาลนี้ที่ไม่ควรพลาด (หากมีโอกาสได้จับจอง) คือรองเท้า Nike ‘Air Force 1’ x Louis Vuitton ที่ทำให้โลกโซเชียลลุกเป็นไฟ ถูกแชร์ว่อนกันทันทีหลังมีภาพรายละเอียดหลุดออกมาหลังจบโชว์ โดยสนีกเกอร์ผสานเอกลักษณ์ของทั้ง Nike, Louis Vuitton และ Virgil Abloh มีกิมมิกซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์สกรีนประโยคว่า ‘Louis Vuitton for Nike’ ที่นายแบบลุคเด่น ๆ สวมในคอลเล็กชั่นนี้ยังสามารถตอกย้ำถึงสถานะนักออกแบบผู้เป็น ‘สัญลักษณ์แห่งยุค’ ของ Virgil Abloh อย่างที่ผมได้กล่าวถึงตอนต้นบทความได้เป็นอย่างดี … Virgil Abloh ผู้นิยมทำคอลลาบอเรชั่น และการร่วมงานกับ ‘คนสร้างสร้างสรรค์’ คือรากฐานในการทำงานของเขา Virgil Abloh ผู้ที่ทราบดีว่าควรจะออกแบบอะไรออกมาในยุคที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดีย และผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล Virgil Abloh ผู้เป็นดั่ง The Pope of Gen-Z ที่เชื่อว่า “คนรุ่นใหม่ต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่จุดที่วาดฝันไว้” และ Virgil Abloh ผู้ผลิกโฉมประวัติศาสตร์พร้อมวางรากฐานใหม่ให้คอลเล็กชั่นบุรุษของ Louis Vuiton

RELATED STORY

desel
เป็นการกลับมาที่สามารถครองใจหลายๆ คนได้อย่างง่ายดาย
guuci twin
เป็นอีกหนึ่งครั้ง ที่เชื่อว่าทางแบรนด์สามารถสร้างความประทับใจให้แฟนๆ ได้แน่นอน!
lv cover
เป็นอีกครั้งที่ทางแบรนด์ได้จัดโชว์นอกปารีส และไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังครับ!

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.