fbpx

I

In the mag

การเดินทางครั้งใหม่ของ Mark Tuan ในฐานะศิลปินเดี่ยวและการได้กลับมาเจอแฟนชาวไทยอีกครั้ง 

"ผมเห็นว่าพวกคุณให้การสนับสนุนผมมากแค่ไหน ประเทศไทยมักจะติด 3 อันดับท็อปแฟนอยู่เสมอ"

การเดินทางครั้งใหม่ของ Mark Tuan ในฐานะศิลปินเดี่ยวและการได้กลับมาเจอแฟนชาวไทยอีกครั้ง 

"ผมเห็นว่าพวกคุณให้การสนับสนุนผมมากแค่ไหน ประเทศไทยมักจะติด 3 อันดับท็อปแฟนอยู่เสมอ"

จากวันที่เก็บกระเป๋าเดินทางพร้อมพาเพื่อนซี้สี่ขาแสนรักจากโซลบินลัดฟ้าสู่บ้านเกิดในสหรัฐฯ เพื่อตั้งต้นชีวิตบนเส้นทางใหม่ วันนี้ MARK TUAN สมาชิกจาก GOT7 บอยกรุ๊ปในตำนานจากเกาหลีใต้ที่เพิ่งสร้างโมเมนต์สุดตราตรึงกับการกลับมารวมตัวกันในงานแฟนคอน ได้ออกเดินทางอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว…รวมทั้งการได้กลับมายังบ้านอีกหลังที่คุ้นเคย 

มันนานกี่ปีแล้วนะ…? 2 ปีครึ่งหรือเปล่านะ? ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาและขึ้นแสดงต่อหน้าแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง พวกเขาให้การสนับสนุนผมอย่างดีมาโดยตลอด และมันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ ที่ในที่สุดผมก็ได้กลับมาตอบแทนความรักของพวกเขา” หากถามว่าแฟนๆ ชาวไทยคิดถึงเขามากแค่ไหน กระแสตอบรับจาก PULL-UP MARK TUAN FAN MEETING IN THAILAND 2022 ที่เดิมทีจัดเพียง 2 วัน และบัตรขายหมดเกลี้ยงในพริบตาจนต้องเพิ่มรอบคงเป็นคำตอบที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน 

“มันเป็นอะไรที่เกินคาดมากครับ จริงๆ งานแฟนมีตติ้งจะจัดขึ้นเพียง 2 วัน แต่กระแสตอบรับจากแฟนๆ ล้นหลาม พวกเขาอยากให้เพิ่มรอบ เราเลยเพิ่มเป็น 3 วัน มันเป็นครั้งแรกสำหรับผมที่ได้จัดแฟนมีตติ้งเดี่ยวในสถานที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ ปกติสถานที่จัดงานจะจุได้ราวๆ 2,000- 4,000 คน แต่ครั้งนี้ 8,000-9,000 คนเลยทีเดียว มันเป็นอะไรที่ผมไม่คาดคิดเลยครับ” น้ำเสียงของ MARK เต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ “ผมได้รับพลังจากแฟนๆ เยอะมาก และมันทำให้ผมอยากกลับมาหาพวกเขาอีกในเร็วๆ นี้” เมื่อเอ่ยถึงแปลนการทำโปรเจ็กต์อื่นในไทย MARK ยิ้มอย่างมีเลศนัยราวกับกำลังกุมความลับอะไรบางอย่าง “ตอนนี้ยังไม่มีครับ แต่ผมมั่นใจว่าจะกลับมาอีกแน่นอน”  

TO MY THAI FANS,

“ผมมีความรู้สึกในใจเยอะมาก ผมเห็นว่าพวกคุณให้การสนับสนุนผมมากแค่ไหน ประเทศไทยมักจะติด 3 อันดับท็อปแฟนอยู่เสมอ บางครั้งก็เป็นอันดับ 1 ผมรู้สึกขอบคุณต่อการสนับสนุนและความรักที่พวกคุณมีต่อ GOT7 และต่อผม ผมหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่านาน ในตอนนี้ที่สถานการณ์โควิดดีขึ้น ผมหวังว่าผมจะได้กลับมาบ่อยขึ้น และหวังว่าทุกคนจะรอโชว์ต่อไปของผมนะครับ”

MARK เล่าถึงความทรงจำในช่วงชีวิตที่ได้กลับบ้านเกิด “ผมว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรื่องโควิดนะ ทุกคนใส่หน้ากากกันหมด เพราะก่อนหน้านั้นไม่มีใครในลอสแอนเจลิสใส่หน้ากากเลย มันเลยกลายเป็นเหมือนวัฒนธรรมใหม่ แต่ที่เหลือเหมือนเดิมนะ สบายและผ่อนคลายมากครับ” 

โมเมนต์ที่น่าจดจำที่สุดน่าจะเป็นวันแรกที่ผมได้กลับบ้าน การปล่อยให้ไมโลวิ่งเล่นในสวนหลังบ้านเป็นครั้งแรก แต่หลังจากที่ไมโลได้กลับมาบ้านเขาก็ไม่เชื่อฟังผมอีกแล้ว (ยิ้ม) เหมือนเขาได้อิสระ…​อิสระเกินไปเลยละครับ แต่เขาก็ยังน่ารักอยู่นะ ยังเป็นเด็กดื้ออยู่” MARK เล่าพลางอมยิ้มพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “ได้ย้ายข้าวของเข้าห้อง ได้ทำความสะอาด ส่วนพ่อแม่ของผมเองก็ดีใจมากที่ได้เห็นหน้าผม ได้เห็นผมกลับบ้านอีกครั้ง มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากๆ ครับ” 

การได้ให้ตัวเองกลับสู่บ้านหลังเดิมในครั้งนี้ ทำให้ MARK มีโอกาสทำในสิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด “สิ่งที่ผมอยากทำมาโดยตลอดคือการพาครอบครัวไปเที่ยวครับ ซึ่งช่วงที่กลับบ้านผมก็ได้พาครอบครัวไปเที่ยวฮาวายในวันเกิดของผม ปีที่ผ่านมาผมได้ทำอะไรหลายอย่างจริงๆ ทั้งการทำเพลงสำหรับปีนี้ การได้ไปแฟชั่นโชว์ มันเป็นปีที่สนุกและผ่อนคลายสำหรับผมมากๆ ครับ

ระหว่างที่ฟัง MARK เล่าเรื่องราวชีวิตขณะนั่งบนโซฟาแบบสบายๆ ในลุคเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสีดำ ก็เป็นต้องสะดุดตากับรอยสักชัดเด่นทั่วร่างที่ขยับไปมาตามอิริยาบถ “ผมกำลังจะเพิ่มรอยสักเร็วๆ นี้ครับ” น้ำเสียงและแววตาเขาดูตื่นเต้นขึ้นทันทีเมื่อถูกถามถึงแปลนลงเข็มใหม่ในอนาคต “ผม…อยากจะสักชื่ออัลบั้มใหม่ของผม อัลบั้มแรกของผมในฐานะศิลปินเดี่ยว มันเป็นอะไรที่มีความหมายสำหรับผมมาก ผมเลยอยากจดจำมันไว้แบบนี้ครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มที่สัมผัสได้ถึงความภาคภูมิใจ “The Other Side คือชื่ออัลบั้มใหม่ของผม ผมจะสักมันตรงมือครับ” 

เส้นทางดนตรีในฐานะศิลปินเดี่ยวของ MARK ยังคงเป็นถนนเส้นใหม่ที่เขาต้องอาศัยแผนที่ ค่อยๆ เรียนรู้ แล้วออกไปผจญภัยกับมัน “การแต่งเพลงสำหรับผมมันยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ครับ ผมยังไม่เจอโมเมนต์ไหนหรือเหตุการณ์แบบว้าว! ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงให้กับผมนะ แต่ผมคิดว่ามันต้องมีวันนั้น ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงค้นหาว่าแนวดนตรีแบบไหนที่เหมาะกับผมที่สุด แต่ถ้าพูดถึงแนวที่มีอยู่ในหัวผมตอนนี้ ผมรู้สึกว่ามันคือสไตล์ป๊อปร็อกนะ

เมื่อพูดถึงศิลปินที่ MARK อยากร่วมงานด้วย “ฮึมม…เยอะมากเลย!” เขาใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่จะพรั่งพรูรายชื่อศิลปินออกมารัวๆ “POST MALONE, KID LAROI, MACHINE GUN KELLY, DRAKE, JUSTIN BIEBER ผมคิดว่าช่วงนี้ BIEBER เจ๋งมากเลยนะ”

นอกจากงานด้านดนตรีแล้ว แน่นอนว่าการปรากฏตัวของ MARK ในแวดวงแฟชั่นอย่างงานแฟชั่นวีกยังคงเป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ ติดตรึงและพูดถึงได้ทุกเมื่อ “แฟชั่นวีกเป็นงานที่ผมอยากมีโอกาสไปร่วมมากกว่านี้ การได้ชมโชว์จากแบรนด์ต่างๆ ในช่วงนั้นค่อนข้างเป็นประสบการณ์ที่ใหม่สำหรับผม ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่หลายแบรนด์เชิญผมไปร่วมงาน มันเปิดโลกให้ผมเห็นว่างานแฟชั่นวีกนั้นอลหม่านมากแค่ไหน ต้องไปโชว์แล้วตามด้วยปาร์ตี้ งานโน้นงานนี้ ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยครับ”

หากลองไถฟีดอินสตาแกรมของผู้ชายคนนี้ก็จะเห็นถึงสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลาย แถมยังดูดีเต็มสิบไม่มีหัก จนต้องเอ่ยถามว่าที่จริงแล้ว สไตล์การแต่งตัวในแบบฉบับของ MARK TUAN เป็นแบบไหน “ผมไม่มีสไตล์ตายตัวครับ มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ในวันนั้นมากกว่า ดูลุคของผมวันนี้สิ สบายสุดๆ” เขาหัวเราะพลางผายมือไปยังลุคเสื้อยืด กางเกงขาสั้นตัวเก่งที่ใส่อยู่ “แต่ผมอยากลองแต่งตัวหลายๆ แบบนะ” เมื่อพูดถึงแฟชั่นไอคอนในดวงใจ “ฮึมม…ตอนนี้ผมคิดว่าไม่มีนะ ทุกคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง ผมคิดว่าเราเรียนรู้ได้จากใครหลายๆ คน  มันคือการได้ลองไปเรื่อยๆ และสนุกไปกับมัน บางครั้งเราก็อยากแต่งตัวบ้าๆ บอๆ บางครั้งเราก็อยากแต่งตัวสบายๆ สำหรับผมแล้วสไตล์เสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดคงเป็นแบบโอเวอร์ไซซ์ หรือไม่ก็กางเกงวอร์ม ผมสามารถใส่มันได้ทั้งวันเลย (หัวเราะ) 

“ผมชอบเสื้อผ้าโทนสีกากี หรือไม่ก็น้ำตาล ผมคิดว่ามันนำมาแมตช์ได้กับหลายโทนสี อย่างเหลือง แดง เอิร์ธโทน แต่ผมคิดว่าสีดำ…ดำล้วนเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดละ!” MARK ยิ้มขณะมองไปยังทีมงานหลายชีวิตในห้องที่ใส่ชุดดำล้วนเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาจะมีสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายเปลี่ยนไปตามอารมณ์ แต่สำหรับแอ็กเซสเซอรี่ส์แล้ว สร้อยคอและนาฬิกาคือไอเท็มชิ้นโปรดที่เขาดูจะขาดไม่ได้เลยละ

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อีกหนึ่งเหตุการณ์สุดประทับใจของ MARK ก็คือโมเมนต์ที่ได้รวมตัวกับเหล่าสมาชิกอีกครั้งในงาน GOT7 HOMECOMING 2022 FANCON “เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากกับการเตรียมงานนี้ครับ มันเป็นปีแล้วนะที่เราทั้ง 7 ไม่ได้มารวมตัวกัน และเป็นเวลากว่า 2 ปีกับการได้ขึ้นแสดงบนเวทีต่อหน้าแฟนๆ อีกครั้ง มันทำให้ผมนึกถึงวันเก่าๆ รวมถึงวันที่ได้เดบิวต์ เพราะผมรู้สึกเป็นกังวลกับการขึ้นเวทีมาก ผมจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ผมรู้สึกกังวลกับการขึ้นเวทีขนาดนี้มันคือเมื่อไร เพราะปกติเราจะเคยชินกับการแสดงต่อหน้าแฟนๆ แต่มันนานมากเสียจนผมลืมความรู้สึกไปหมดแล้ว ขาผมสั่นมากเลยนะตอนนั้น” MARK เล่าด้วยน้ำเสียงที่เอาจริงเอาจังพร้อมสั่นขาให้ดู “แต่ผมรู้สึกสนุกมาก มันเป็นช่วงเวลากับแฟนๆ ที่ดีมากครับ” 

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่เขาสัมผัสได้ระหว่างแฟนคอนคือความรู้สึกที่สมาชิกทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น “สำหรับงานแฟนคอนนั้นพวกเราทุกคนสามารถพูดคุยได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลถึงอะไรเลย เราได้พูดในสิ่งที่คิด ได้เล่าเรื่องมากมายให้แฟนๆ ฟัง ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มร้อยเลยครับ

นับจากวันแรกที่เดบิวต์ ผมรู้สึกเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมรู้ชัดเจนว่าใจผมต้องการอะไร รู้อะไรมากกว่าแต่ก่อนเยอะ ผมคิดว่าผมโตขึ้นมากเลยนะในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา” MARK เผยถึงตัวตนที่เปลี่ยนไปนับจากวันแรกที่มีนามสกุล GOT7 ต่อท้าย

Story : วริศรา ลิ้มอนันตระกูล
Photographer : วรุณ เกียรติศิลป์ 
Fashion Editor : ธันวา เทียมเมฆ 
Make Up : จีระ เจริญธมะสุข 
Hair : เริงฤทธิ์ อภิสิทธิ์วชิรเมธี 
Assistant Stylist : นราวิทญ์ เพ็งบุญตรู, ศุภิสรา ทวีสุข, ทิพประภา ภาคจักษี 
Assistant Photographer : พร้อมพงศ์ เดชพล, รัชภูมิ แย้มเนตร, วันชัย อารี, รชต เสรีรัตน์, ณปภัช โสภณวิชาญ

Watch & Jewelry : Bulgari

RELATED STORY

aokbab-cover-chanel
"เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้"
Baifern-Pimchanok-ELLE-Thailand
หนึ่งในการบ้านที่เฟิร์นต้องทำคือพัฒนาตัวละคร เราเลยต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครที่เราจะเป็นด้วย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.